ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - รวบแล้ว! คนร้ายขโมยตู้เซฟอินฟลูฯ ดัง “มดตานอย” ที่แท้เป็นช่างเทคนิคของคอนโดฯ รวมหัวกับเพื่อนปิดระบบวงจรปิด ก่อนก่อเหตุยกตู้เซฟหนีขึ้นรถกระบะไปซุกในหมู่บ้านจัดสรร หวังเจาะเอาทองแท่งหนัก 30 บาท เหรียญเหลี่ยมทองและเงินสด รวมกว่า 2 ล้าน เผยตามความเคลื่อนไหวและได้ข้อมูลเหยื่อมีทรัพย์สินมาจากโซเชียลฯ
วันนี้ (19 มี.ค. 69) เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) นครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบตู้เซฟขนาดใหญ่ของ น.ส.พรรณราย เข็มมี อายุ 33 ปี อินฟลูเอนเซอร์ดัง “มดตานอย” ที่ถูกคนร้ายขโมยไปจากห้องพักในคอนโดมิเนียมชื่อดังกลางเมืองโคราช แล้วนำไปซ่อนไว้ในบ้านพักหลังหนึ่ง เลขที่ 888/29 หมู่บ้านรุ่งนิรันดร์ 6 ซอย 7 ตำบลจอหอ อำเภอเมืองนครราชสีมา
หลังจากก่อนหน้านี้ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้ 2 ราย ประกอบด้วย นายปัญญา ธรรมธุระ หรือเบิร์ด อายุ 29 ปี ช่วงเทคนิคดูแลระบบของคอนโดฯ ที่เกิดเหตุ และนายพิสณฑ์ การถาง หรือบาส อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนกับนายปัญญา เป็นผู้ร่วมกันลงมือก่อเหตุ
จากการสอบสวนทราบว่านายปัญญา ผู้ต้องหา ซึ่งทำงานเป็นช่างเทคนิคในคอนโดฯ ที่เกิดเหตุ ได้เห็นความเคลื่อนไหวของผู้เสียหายผ่านทางโลกโซเชียล จึงได้วางแผนร่วมกับเพื่อน คือ นายพิสณฑ์ ลงมือก่อเหตุ โดยนายปัญญาได้ใช้ความที่ตนเองเป็นช่างเทคนิคในคอนโดฯ ลงมือตัดระบบกล้องวงจรปิดในวันที่ 8 มีนาคม 2569 ระหว่างช่วงเวลา 19.00-22.00 น. แล้วใช้กุญแจสำรองห้องพักที่แอบขโมยมาจากทางคอนโดฯ ไขเข้าไปขโมยตู้เซฟในห้องของผู้เสียหาย โดยได้เข็นตู้เซฟลงมาจากคอนโดฯ แล้วนำไปขึ้นรถกระบะที่เตรียมไว้ ก่อนนำตู้เซฟมาซ่อนไว้ในบ้านพักภายในหมู่บ้านรุ่งนิรันดร์ 6 ซึ่งเป็นบ้านของคนรู้จักกับผู้ต้องหา แต่ไม่มีใครอยู่อาศัย เพื่อทำการเจาะตู้เซฟดังกล่าว ได้ทรัพย์สินประกอบด้วย ทองคำแท่งหนัก 30 บาท, เหรียญหลวงพ่อคูณรุ่น 2517 และเหรียญหลวงพ่อรวย เหลี่ยมทอง และเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ อีก มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
จากนั้นได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมา ก่อนจะถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้ โดยนายเบิร์ด หัวหน้าแก๊ง รับสารภาพว่าเคยก่อเหตุเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินในห้องของอินฟลูฯ มดตานอยมาแล้ว 1 ครั้ง โดยออกอุบายนำกุญแจสำรองของคอนโดฯ มาเปิด ได้เงินสดไปจำนวนหนึ่ง และเห็นตู้เซฟขนาดใหญ่ จึงวางแผนกับเพื่อนนำรถกระบะมาโจรกรรมอีกครั้ง โดยก่อนลงมือได้ปิดระบบกล้องวงจรปิดทั้งหมดของคอนโดฯ และถอดกล้องวงจรปิดในลิฟต์ออกด้วย
“มดตานอย” ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า “แม้จะดีใจที่ตำรวจทำงานได้อย่างรวดเร็ว และตามจนพบจุดทิ้งตู้เซฟ แต่ยังมีความกังวลใจอย่างมาก เนื่องจากตู้ถูกทุบทำลายไปแล้ว ซึ่งภายในมีทรัพย์สินมูลค่าสูง ประกอบด้วย ทองคำแท่งน้ำหนัก 30 บาท เหรียญหลวงพ่อรวย และพระหลวงพ่อคูณ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ทรัพย์สินดังกล่าวยังอยู่ครบหรือไม่ ตนเองสงสัยกลุ่มช่างในคอนโดฯ มาตั้งแต่แรกแล้ว เพราะปกติเวลาล้างแอร์ ซ่อมห้อง หรือปรับปรุงอะไร จะใช้บริการช่างของคอนโดฯ ตลอด และไม่เคยจ้างแม่บ้านคนนอกเลย แต่ยอมรับว่าตอนแรก ระแวงและเข้าใจผิดไปที่หัวหน้าช่างนิติบุคคล ต้องขอโทษทางหัวหน้าช่างด้วยที่เข้าใจผิด และขอบคุณตำรวจมากๆ
ด้าน พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ ผบก.ภ.จว. นครราชสีมา เผยว่า หลังรับแจ้งเหตุได้สั่งการ พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รอง ผกก.สส.ภ.จ.นครราชสีมา หัวหน้าชุด นำกำลังสืบสวนสอบสวนแกะรอยติดตามจนกระทั่งสามารถจับกุมตัวคนร้าย จากการสอบสวนผู้ต้องหาอ้างว่าได้พบเห็นว่า “มดตานอย” มีทรัพย์สินจำนวนมากอยู่ในห้องพัก โดยทราบข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลออนไลน์ จึงมีความประสงค์ต่อทรัพย์ จากนั้น ได้วางแผน อาศัยความเป็นช่างในอาคาร รู้ช่องทางเข้าออกห้องพักเป็นอย่างดี จึงสบโอกาสลงมือก่อเหตุ
ขณะนี้ตู้เซฟยังไม่สามารถเปิดออกได้ ต้องประสานผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการเปิด เพื่อตรวจสอบว่าทรัพย์สินภายในยังอยู่ครบหรือไม่ เบื้องต้นมีผู้กระทำผิด 2 ราย แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน” ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบปากคำเพื่อหาผู้ร่วมกระทำผิดในกระบวนการครั้งนี้เพิ่มเติม และติดตามทรัพย์สินที่ถูกนำออกไป กลับคืนมาให้ได้มากที่สุด ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


