อุดรธานี - บรรยากาศสุดซึ้ง ลูกเรือไทยชาวอุดรฯ ประสบเหตุเรือถูกโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซ เดินทางถึงบ้านเกิดปลอดภัย เจ้าตัวเผยนาทีสละเรือหนีตาย ลอยคอกลางคลื่นยักษ์นานนับชั่วโมงจนสิ้นหวัง ก่อนกองทัพโอมานส่งเรือรุดช่วยชีวิตรอดปาฏิหาริย์ ด้านครอบครัวมารอรับที่สนามบินด้วยความตื้นตัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น.ของเช้าวันนี้ (18 มี.ค.) ที่ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานีบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น เมื่อครอบครัวของนายกิตติโรจน์ พงพันธ์ขาง หรือ “ดอส” ลูกเรือมยุรี นารี ชาวอำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี นำโดยนายประพันธ์ ผู้เป็นพ่อ พร้อมด้วย “น้องกัปตัน” ลูกชาย เดินทางมารอรับอย่างพร้อมหน้า ทันทีที่ดอสเดินออกจากอาคารผู้โดยสารได้ตรงเข้ายกมือไหว้ทักทายผู้เป็นพ่อ ก่อนจะเข้าไปหยอกล้อกับลูกชาย ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความดีใจของครอบครัวที่ได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง
นายกิตติโรจน์ หรือดอส เปิดใจถึงนาทีเฉียดตายว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงที่ตนเองเพิ่งออกเวรและกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ในห้องพักผ่อน ทันทีที่ทราบว่าเกิดเหตุวิกฤต พยายามจะหนีไปยังห้องอาหารฝั่งเจ้าหน้าที่ (Officer) แต่สถานการณ์ในขณะนั้นรุนแรงจนไม่สามารถเข้าไปได้ จึงต้องตัดสินใจหนีขึ้นไปรวมตัวกันบนสะพานเดินเรือ (Bridge) เพื่อรอประเมินสถานการณ์
หลังจากเฝ้ารออยู่บนเรือนานกว่า 1 ชั่วโมง สถานการณ์บีบคั้นจนต้องตัดสินใจ “สละเรือ” โดยลูกเรือทั้งหมดต้องลอยคออยู่ท่ามกลางคลื่นในทะเลนานเกือบ 1 ชั่วโมง ท่ามกลางความตื่นตระหนกและความหวังที่เริ่มริบหรี่ โดยเจ้าตัวยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า วินาทีนั้น “คิดว่าไม่รอดแล้ว” และไม่รู้เหมือนกันว่ารอดมาได้อย่างไร
ดอสเผยด้วยความตื้นตันใจว่า การรอดชีวิตครั้งนี้คือ “ปาฏิหาริย์” พร้อมระบุว่ารู้สึกดีใจอย่างยิ่งที่ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย เบื้องต้นจะพักอาศัยอยู่ในตัวเมืองอุดรธานีเพื่อดำเนินการเรื่องเอกสารส่วนตัวให้แล้วเสร็จก่อน โดยยังไม่ได้เดินทางกลับไปยังบ้านพักที่อำเภอทุ่งฝน และในส่วนของพิธีบายศรีสู่ขวัญนั้น จะต้องรอให้การดำเนินการเอกสารแล้วเสร็จเรียบร้อยก่อนจึงจะกำหนดวันจัดพิธีอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน บัตรประชาชนและเอกสารสำคัญบางส่วนได้สูญหายไปพร้อมกับเรือ จึงต้องดำเนินการใหม่ทั้งหมด ส่วนเรื่องการจะกลับไปทำงานในทะเลอีกหรือไม่นั้น คงต้องรอให้จัดการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อยเสียก่อนจึงจะตัดสินใจอีกครั้ง


