ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - สัปเหร่อโคราชลุ้นวิกฤตน้ำมันขาดแคลนลามหนัก หวั่นไม่มีน้ำมันเผาร่างผู้เสียชีวิต เดือดร้อนทั้งคนเป็นคนตาย ซัดรัฐบาลบอกว่า น้ำมันในประเทศมีเพียงพอ แต่ชาวบ้านไปเติมน้ำมันปั๊มกลับบอกน้ำมันหมด หรือต้องลดปริมาณเติม และซื้อใส่ถังแกลลอนไม่ได้ ไม่รู้จะประคองไปได้อีกกี่วัน
วันนี้ (16 มี.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศที่เริ่มขาดแคลนจากเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ลามไปถึงวงการสัปเหร่อที่จะต้องใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงหลักในการเผาร่างผู้เสียชีวิต
อย่างเช่นที่ วัดทุ่งพนมวัง ม.12 ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา นายปราณี มุมจันทึก อายุ 70 ปี สัปเหร่อของวัด ได้สะท้อนถึงความกังวลจากปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เริ่มขาดแคลนว่า "ผมยึดอาชีพนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว ไม่เคยต้องกังวลเรื่องไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิงไว้เผาศพ แต่สถานการณ์ในตอนนี้เริ่มจะบีบเข้ามาทุกที ทั้งๆ ที่รัฐบาลบอกว่าน้ำมันในประเทศมีเพียงพอ แต่ผมเห็นชาวบ้าน โดยเฉพาะเกษตรกรไปเติมน้ำมันที่ปั๊มก็พากันบ่นว่าน้ำมันหมดหรือลดปริมาณน้ำมันลง และซื้อใส่ถังแกลลอนไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะประคองสถานการณ์ มีน้ำมันให้บริการไปได้อีกกี่วัน"
งานสัปเหร่อของตนจะใช้ทั้งถ่าน ทั้งน้ำมันมาฌาปนกิจหรือเผาร่างผู้เสียชีวิต โดยปกติจะต้องใช้ถ่านมาสุมให้เต็มกระบะเผา ประมาณ 120 ถุง จากนั้นจะใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เป็นน้ำมันโซลาร์หรือน้ำมันดีเซล ประมาณ 3-5 ลิตร มาชโลมถ่านให้ทั่ว แล้วจึงนำโลงใส่ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นเทินบนถ่านแล้วจุดไฟเผา ระหว่างนั้นจะใช้น้ำมันก๊าดอีก 2 ขวด ชโลมเพิ่มอีก
ลำพังใช้แค่ถ่านกับน้ำมันก๊าดก็เผาร่างผู้เสียชีวิตได้ไม่ทั่วถึง จะต้องใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักมาชโลมให้ทั่วเพื่อให้ไฟไหม้ได้แรงขึ้น จะได้เผาไหม้ร่างได้อย่างสมบูรณ์ และใช้น้ำมันก๊าดเป็นตัวเร่งเพิ่มเติม จึงจะสามารถเผาร่างผู้เสียชีวิตให้ไหม้เป็นเถ้าถ่านได้หมด
"น้ำมันเชื้อเพลิงจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการฌาปนกิจร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งแม้ในตอนนี้จะยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่หากวันใดน้ำมันขาดแคลนจนถึงขั้นหามาเผาร่างผู้เสียชีวิตไม่ได้ ก็เชื่อว่าทางวัด รวมถึง ตนและญาติของผู้เสียชีวิตย่อมจะเดือดร้อนไปตามๆ กันทั้งคนเป็นคนตายแน่นอน" นายปราณีกล่าวในตอนท้าย


