xs
xsm
sm
md
lg

หนุ่มใหญ่คลั่งจับแม่-ยายเป็นตัวประกัน! ตร.อุดรฯ บุกชาร์จวุ่น ชาวบ้านสุดทนกระโดดถีบหน้าไป1ที

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุดรธานี – เกิดเหตุระทึกกลางหมู่บ้าน หนุ่มใหญ่อายุ 36 ปีเกิดอาการคลุ้มคลั่งโดยไม่ทราบเหตุ จับแม่และยายของตนเองเป็นตัวประกันภายในร้านขายของชำ ก่อนตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าปิดล้อมเกลี้ยกล่อมอยู่นาน สุดท้ายตัดสินใจบุกชาร์จควบคุมตัวได้สำเร็จ ชาวบ้านอดกลั้นไม่ไหวรุมประชาทัณฑ์


บ่ายวันนี้( 16 มี.ค.) ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ได้รับแจ้งเหตุชายคลุ้มคลั่งจับตัวประกัน ภายในร้านขายของชำ หมู่ 7 ต.นาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมฝ่ายปกครองและกำลัง อส. รีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ นายวุฒิชัย วรชินา หรือ “โจ” อายุ 36 ปี อยู่ในอาการตาขวาง พูดจาแข็งกร้าว พร้อมควบคุมตัวแม่และยายไว้ภายในร้าน โดยมีท่าทีหวาดระแวง พร้อมตะโกนเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัว และกล่าวว่า “ถ้าใครมาจับตัวถือว่าผิด” ทำให้สถานการณ์ตึงเครียด เจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นาน ก่อนฝ่ายปกครองจะสามารถนำตัว นางบุญเวิน อายุ 80 ปี ผู้เป็นยาย และแม่ของผู้ก่อเหตุออกมาจากจุดอันตรายได้ก่อน


จากนั้นเจ้าหน้าที่ อส. กว่า 5 นาย ได้อาศัยจังหวะบุกเข้าชาร์จตัวนายโจ ซึ่งพยายามขัดขืนและดิ้นรนอย่างหนัก แต่สุดท้ายสามารถควบคุมตัวไว้ได้ พร้อมใส่กุญแจมือนำตัวออกจากที่เกิดเหตุ ระหว่างนั้นมีชาวบ้านจำนวนมากมามุงดูเหตุการณ์ และเกิดความไม่พอใจ มีชาวบ้านรายหนึ่งใช้เท้าถีบเข้าที่ใบหน้าของนายโจ 1 ครั้ง ก่อนเจ้าหน้าที่จะรีบกันตัวออกจากฝูงชน และนำตัวขึ้นรถไปควบคุมสถานการณ์

นางบุญเวิน อายุ 80 ปี ผู้เป็นยาย เล่าว่า หลานชายเคยเป็นคนขยัน ทำงานต่างประเทศ ล่าสุดเพิ่งกลับมาจากไต้หวัน แต่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ทำงานประจำ วันเกิดเหตุหลานมีอาการคล้ายหวาดระแวง จับตนและแม่ของเขาไว้ไม่ให้ไปไหน พร้อมพูดจาเพ้อว่า “จะมีคนมาทำร้าย จะมาจับยายกับแม่ ระวังไว้ หมอบลง หมอบลง”

ยายเล่าว่า ตนถูกควบคุมตัวตั้งแต่ช่วงสายจนถึงเที่ยง ชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านพยายามเข้ามาเกลี้ยกล่อมให้ปล่อยตัว แต่หลานชายไม่ยอม ทำให้ตนรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก เกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายเหมือนที่ปรากฏในข่าว


ขณะที่เพื่อนบ้านรายหนึ่งเล่าว่า ขณะกำลังจะมาซื้อของที่ร้าน ได้ยินนายโจตะโกนว่า “อย่ามาใกล้บ้านกู” และทราบว่าผู้ก่อเหตุมีอาการคลุ้มคลั่งตั้งแต่ช่วงคืนก่อนหน้า โดยนายโจเคยไปทำงานที่ไต้หวัน และเคยเตรียมจะเดินทางไปทำงานต่อที่อิสราเอล แต่ต้องยกเลิกเพราะเกิดสงคราม ปัจจุบันทำงานเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร ส่วนเรื่องยาเสพติดนั้นไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องหรือไม่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายโจไปตรวจหาสารเสพติดที่อำเภอ แต่ไม่พบสารเสพติดในร่างกาย อย่างไรก็ตาม จะส่งตัวไปตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลอุดรธานี เพื่อหาสาเหตุของอาการคลุ้มคลั่ง และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.