ตราด - เกษตรกรระทม! ปุ๋ยสูตรสำคัญในการผลิตผลไม้ส่อเค้าขาดตลาด ผลจากการกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไรของผู้ประกอบการรายใหญ่ จี้รัฐเร่งจัดการก่อนสถานการณ์รุนแรงซ้ำเติมปัญหาราคาน้ำมัน- ไฟแพง
วันนี้ ( 13 มี.ค.) นายชลธี นุ่มหนู ชาวสวนทุเรียนจังหวัดตราด ได้เปิดเผยถึงผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางว่า เริ่มส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกรที่สืบเนื่องมาจากภาวะปุ๋ยขาดแคลน โดยเฉพาะแม่ปุ๋ยสูตรสำคัญอย่างยูเรีย ที่ขณะนี้ได้ปรับราคาขึ้นจากเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาซึ่งขายอยู่ที่กระสอบละ 820 บาท มาเป็น 980 บาท ที่สำคัญยังหาซื้อได้ยากมากในปัจจุบัน
นอกจากนั้น นายชลธี ยังตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุของปุ๋ยขาดแคลนไม่ได้เกิดจากการไม่มีสินค้า แต่เป็นเพราะบริษัทผู้ค้าปุ๋ยรายใหญ่ไม่ยอมปล่อยสินค้าออกสู่ตลาดเพื่อรอจังหวะเก็งกำไรในช่วงที่ความต้องการสูงขึ้น จนทำให้ปุ๋ยสำเร็จรูปมีแนวโน้มขยับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นภาระหนักที่เกษตรกรต้องแบกรับท่ามกลางภาวะน้ำมันและค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
“ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร เพราะเกษตรกรหลายรายไม่สามารถหาซื้อปุ๋ยมาใช้ได้ตามรอบการผลิตได้ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้คล้ายกับวิกฤตน้ำมันที่รัฐบาลยืนยันว่ามีเพียงพอ แต่เมื่อเกษตรกรไปซื้อ กลับพบว่าสินค้าหมด โดยที่ภาครัฐยังไม่มีมาตรการแก้ไขหรือจัดการระบบการตลาดให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสของพ่อค้ารายใหญ่”
นายชลธี ยังแสดงความกังวลไปถึงเรื่องของปัญหาขาดแคลนแรงงานที่จะใช้ในการเก็บเกี่ยวผลไม้ทั้ง มังคุดและเงาะ ที่กำลังจะออกสู่ตลาดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า รวมถึงแรงงานที่จะต้องใช้ในโรงคัดบรรจุ (ล้ง) ที่ขณะนี้ยังไม่เห็นการขับเคลื่อนมาตรการใดๆ จากภาครัฐที่เป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกันยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาดูแลระบบการตลาด และตรวจสอบการกักตุนสินค้าของพ่อค้ารายใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนที่ถูกปั่นขึ้นจนเกินจริง และยังจะต้องเร่งวางแผนบริหารจัดการแรงงานให้ทันท่วงที ก่อนที่ปัญหาต้นทุนและการขาดแคลนแรงงานจะลุกลามจนสร้างความเสียหายต่อวงจรการค้าผลไม้ในพื้นที่
“ การแก้ปัญหาตอนนี้ ชาวสวนต้องประหยัดทุกอย่างทั้งน้ำมัน ทั้งไฟฟ้า และปุ๋ยเคมี ซึ่งการประหยัดก็จะส่งผลกระทบต่อพืชผล หากทำไม่ถูกวิธีผลไม้จะไม่ได้คุณภาพ ส่วนปัญหาแรงงาน ที่ยังไม่มีมาตรการชัดเจน ขณะนี้เกษตรกรต้องช่วยตัวเองด้วยการหาแรงงานชาวลาว เข้ามาแทนแรงงานเขมรที่ไม่สามารถกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้แล้ว ” นายชลธี กล่าว


