พระนครศรีอยุธยา - “สุชาติ” รองนายกรัฐมนตรี พร้อม รมว.ยุติธรรม นำทีมตรวจโกดังบริษัทเอกชนในอยุธยา พบไม้มีค่าจำนวนมากกว่า 3,000 ชิ้น เตรียมส่งออกต่างประเทศ เบื้องต้นอายัดตรวจสอบ มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท พร้อมขยายผลเครือข่ายลักลอบค้าไม้ข้ามชาติ
วันนี้( 12 มี.ค.) นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังของ บริษัท ภาคินเทรดดิ้ง (5588) จำกัด เลขที่ 43/1 หมู่ 5 ตำบลหันสัง อำเภอบางปะหัน จังหวัด พระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามความคืบหน้าการตรวจยึดไม้มีค่าที่ลักลอบค้าอย่างผิดกฎหมาย
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้มีผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบ อาทิ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดี กรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและฝ่ายปกครองจำนวนมาก
จากการตรวจสอบพบไม้จำนวนมากในลักษณะไม้แปรรูป ไม้ท่อน ปีกไม้ และปลายไม้ กระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ภายในโกดัง บางส่วนถูกกองและปิดทับด้วยใบไม้เพื่ออำพรางสายตา รวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 3,350 ท่อน/แผ่น ปริมาตรไม่ต่ำกว่า 1,100 ลูกบาศก์เมตร และบางส่วนถูกบรรทุกไว้ในตู้คอนเทนเนอร์เตรียมส่งออกต่างประเทศ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบว่าไม้ส่วนใหญ่มีลักษณะต้องสงสัยว่าอาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงได้ดำเนินการอายัดไม้ของกลางพร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด เนื่องจากมีปริมาณไม้จำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ DSI ได้อายัดเอกสารและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อใช้ประกอบการสอบสวนและขยายผล
นายสุชาติ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้าไม้มีค่าทั้งรายเล็ก รายย่อย และรายใหญ่ ในหลายพื้นที่ อาทิ จังหวัดหนองคาย และจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมแล้ว 8 คดี โดยพบว่าไม้จำนวนมากมีต้นทางมาจากโกดังแห่งนี้
สำหรับไม้ที่ตรวจยึดในครั้งนี้ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท แต่หากมีการแปรรูปและส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ เช่น จีน และ เวียดนาม จะมีมูลค่าทางการค้าสูงกว่า 3,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังขยายผลจนพบว่าเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา มีการขนส่งไม้จากโกดังดังกล่าวโดยรถบรรทุกเทรลเลอร์มุ่งหน้าไปยังจังหวัด ชลบุรี ภายในตู้คอนเทนเนอร์พบไม้ประดู่จำนวน 34 ท่อน ซึ่งมีปริมาตรและความยาวไม่ตรงกับเอกสารที่นำมาแสดง เจ้าหน้าที่จึงทำการอายัดรถบรรทุกพร้อมไม้ของกลางทั้งหมด และนำไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชบ.1 (บางละมุง)
ต่อมาเจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดรถบรรทุกเพิ่มเติมอีก 2 คัน โดยดำเนินคดี 1 คัน ซึ่งลักลอบขนไม้ประดู่จากอำเภอแม่สอด จังหวัด ตาก โดยสำแดงสินค้าเป็นมันสำปะหลังเพื่ออำพรางการตรวจสอบ ส่วนรถบรรทุกอีก 1 คัน ซึ่งบรรทุกไม้มาจากจังหวัด บุรีรัมย์ ถูกอายัดไว้เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม
ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ยังพบซากสัตว์ป่าคุ้มครองภายในพื้นที่โกดัง ประกอบด้วยซากนก 10 ชนิด จำนวน 28 ซาก ซากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไม่ทราบชนิด 4 ชิ้นเนื้อ เกล็ดลิ่นน้ำหนักประมาณ 900 กรัม และซากสัตว์ป่าอีก 21 กลุ่ม รวม 68 ซาก รวมของกลางทั้งสิ้น 96 ซาก และชิ้นเนื้อ 4 ชิ้น ซึ่งทาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะนำไปตรวจพิสูจน์ชนิดและเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะบูรณาการร่วมกับ กระทรวงยุติธรรม เดินหน้าสืบสวนขยายผลอย่างเข้มงวด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินและยึดทรัพย์สินจากการกระทำความผิด เพื่อสกัดและตัดวงจรเครือข่ายลักลอบค้าไม้ข้ามชาติอย่างเด็ดขาด


