อุดรธานี - ชาวบ้านกว่า 300 รายบุกศาลากลางอุดรฯ ร้องผู้ว่าฯ สั่งสอบสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อุดรแสงรุ่ง หลังจ่ายเงินสงเคราะห์ล่าช้าหรือไม่จ่ายเลย สร้างความเสียหายแก่มวลสมาชิกกว่า 15 ล้านบาท เผยสมาคมฯ มีสมาชิกมากถึง 21,000 ราย
เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (5 มี.ค.) ที่ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี กลุ่มชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนจากสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อุดรแสงรุ่ง กว่า 300 ราย รวมตัวยื่นหนังสือร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังไม่ได้รับเงินค่าจัดการศพตามกำหนด สร้างความเดือดร้อนให้สมาชิกเป็นวงกว้าง
นายพิสิษฐ์ชัย อภัยปิยะกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีให้เป็นตัวแทนรับเรื่องร้องทุกข์จากกลุ่มผู้เสียหาย พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเรียกร้องของสมาชิกที่ได้รับผลกระทบ
เบื้องต้นพบว่ามีชาวบ้านจำนวนมากที่ส่งเงินสมทบให้สมาคมมานานกว่า 10 ปี แต่เมื่อมีญาติเสียชีวิตกลับไม่ได้รับเงินสงเคราะห์ตามสิทธิ โดยขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนร้องเรียนแล้วเกือบ 300 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 15 ล้านบาท ขณะที่สมาคมดังกล่าวมีสมาชิกอยู่กว่า 21,000 ราย
ด้านสถานะทางการเงินของสมาคม มีรายงานว่าทางสมาคมได้ยอมรับต่อหน้าเทศบาลนครอุดรธานี ในฐานะนายทะเบียน ว่าขณะนี้กำลังประสบปัญหาด้านการเงิน และขอผ่อนชำระคืนให้สมาชิก โดยยืนยันว่า “ยังไม่เบี้ยว”
หนึ่งในผู้เสียหายที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลคือ นางทองพูน ฟ้ารักษา อายุ 56 ปี ชาวบ้านโนนสมบูรณ์ อำเภอประจักษ์ จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ตนสมัครเป็นสมาชิกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 โดยทำให้กับบิดา มารดา และน้า แบ่งเป็นหมวด ก หมวด ข และหมวดพิเศษ รวม 3 เล่ม ช่วงแรกส่งเงินสมทบเดือนละประมาณ 1,200-1,300 บาท ก่อนจะทยอยปรับเพิ่มเป็น 1,500 บาท และสูงสุดประมาณ 1,800 บาทต่อเดือน
ที่ผ่านมาเคยได้รับเงินสงเคราะห์ตามขั้นตอน เมื่อบิดาเสียชีวิตเมื่อประมาณ 7 ปีก่อน โดยใช้เวลารอราว 6 เดือน จึงยังคงเชื่อมั่นในระบบ แต่เมื่อคุณยายเสียชีวิตเมื่อเดือนเมษายน 2568 จนถึงขณะนี้ (มีนาคม 2569) ยังไม่ได้รับเงินครบตามสิทธิ ซึ่งแต่เดิมสมาคมนัดจ่ายงวดแรก 39,000 บาท ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และงวดที่สอง 49,000 บาท ในเดือนมีนาคม 2569 แต่ไม่เป็นไปตามกำหนด
ล่าสุดทางสมาคมแจ้งว่าประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน และเสนอแนวทางทยอยจ่ายเพียงเดือนละ 5,000 บาท เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
นางทองพูนยังระบุว่า ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านในพื้นที่ซึ่งยังเป็นสมาชิกอยู่ แม้จะยังคงส่งเงินสมทบต่อ แต่เริ่มเกิดความไม่มั่นใจว่าจะได้รับเงินจริงหรือไม่หลังทราบกรณีของตน นอกจากนี้ ตนยังเป็นสมาชิกฌาปนกิจขององค์กรสตรีจังหวัด และกองทุนหมู่บ้านอื่นๆ ด้วย โดยสมัครผ่านตัวแทนหมู่บ้านที่เข้ามาแนะนำ เพราะเห็นว่าเป็นสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้ประจำ
ขณะที่ทางจังหวัดได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา โดยเตรียมตั้งคณะทำงานร่วมจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พม.), เทศบาลนครอุดรธานี, อัยการ, ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ภายใน 7 วัน จังหวัดจะเชิญผู้บริหารและผู้จัดการสมาคมฯ เข้าหารือถึงแผนการจ่ายเงินคืนที่ชัดเจนและสามารถดำเนินการได้จริง เพื่อสร้างความมั่นใจให้สมาชิก
พร้อมกันนี้ ได้เปิดให้สมาชิกที่ได้รับความเดือดร้อนเร่งลงทะเบียนแจ้งชื่อ-สกุล และรายละเอียดความเสียหาย ผ่านช่องทางออนไลน์และการยื่นเรื่องโดยตรงต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด
นายพิสิษฐ์ชัยยืนยันว่าจังหวัดจะเร่งดำเนินการเป็นสื่อกลางในการแก้ไขปัญหานี้โดยเร็วที่สุด เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนที่ส่งเงินสมทบมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน


