xs
xsm
sm
md
lg

เมียร่ำไห้สงสารผัว! ยอมเสี่ยงตายทำงานอิสราเอลท่ามกลางสงคราม หาเงินใช้หนี้เลี้ยงครอบครัว มีเพียงชายผ้าถุงแม่ไว้คุ้มภัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บุรีรัมย์ - เมียแรงงานชาวบุรีรัมย์ถึงกับร้องไห้เป็นห่วงและสงสารสามีที่ยอมเสี่ยงชีวิตทำงานท่ามกลางสงครามอิสราเอล-อิหร่าน เพื่อหาเงินใช้หนี้กว่า 8 แสน ส่งเสียเลี้ยงแม่ชราและลูกเมีย มีเพียงชายผ้าถุงแม่ที่พกติดตัวหวังคุ้มภัย เผยคำพูดสามีบอกตายในสนามรบยังได้เงินช่วยเหลือดีกว่ากลับไปแล้วหนี้ท่วมหัวครอบครัวลำบาก วอนรัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือลดภาระหนี้สินแรงงาน

วันนี้ (5 มี.ค. 69) นางอรวรรณ บริบุตร อายุ 53 ปี ภรรยาของนายสุข บริบุตร อายุ 46 ปี หนึ่งในแรงงานชาวจังหวัดบุรีรัมย์ที่ทำงานภาคการเกษตรอยู่ที่อิสราเอล ได้โทร.วิดีโอคอลผ่านเฟซบุ๊กเพื่อสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่าน และถามถึงสวัสดิภาพความเป็นอยู่ของสามีด้วยความเป็นห่วง ซึ่งขณะโทร.ไปสามีก็ยังทำงานอยู่ในแปลงเกษตร สามีบอกว่าวันนี้ยังได้ยินเสียงรบกันอยู่ แต่ยังต้องออกมาทำงานเพราะเขาจะคิดค่าแรงให้ตามชั่วโมงที่ทำงาน หากใครไม่ทำก็จะไม่ได้ค่าแรง

สามีบอกว่าตอนนี้ยังออกมาทำงานทุกวันจนกว่าทางการหรือนายจ้างจะแจ้งให้หยุด เมื่อถามสามีว่าอยากกลับบ้านหรือไม่ สามีก็ยังยืนยันว่าจะอยู่ทำงานต่อจนจะครบสัญญาจ้างอีกประมาณ 1 ปีกว่า แม้จะเสี่ยงอันตรายจากภาวะสงครามที่เกิดขึ้น แต่ยอมเสี่ยงเพราะยังมีภาระทั้งหนี้สิน แม่ที่ชรา และลูกเมียที่ต้องดูแล ทำให้ภรรยาถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่เพราะเป็นห่วงและสงสารสามีที่ยอมเสี่ยงทำงานท่ามกลางสงคราม โดยสามีบอกว่าได้พกชายผ้าถุงของแม่ติดตัวไปด้วย เพราะหวังว่าเป็นของมงคลที่จะช่วยปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย




นางอรวรรณ ผู้เป็นภรรยา ยังพูดทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้มีหนี้สินจากการนำโฉนดบ้านและที่ดินไปจำนองกับนายทุนกว่า 800,000 บาท เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานที่อิสราเอล ใช้จ่ายในครอบครัว และส่งลูกเรียน ปัจจุบันสามีได้ค่าแรงเฉลี่ยเดือนละ 4-5 หมื่นบาท จะส่งกลับมาบ้านเดือนละ 3 หมื่น ก็จะนำไปส่งดอกเบี้ยที่จำนองโฉนดไว้กับนายทุนเดือนละ 14,000 บาท จ่ายงวดรถอีกเดือนละ 5,400 บาท ที่เหลือก็เก็บไว้เป็นค่ากินอยู่ในแต่ละวัน และส่งลูกเรียน 2 คน

หากสามีจะต้องถูกอพยพกลับเพราะผลกระทบจากสงคราม ครอบครัวก็ต้องเดือดร้อนหนักอย่างแน่นอน ทั้งภาระหนี้สินและใช้จ่ายแต่ละวันไม่รู้จะหาจากที่ไหน ใจอยากให้สามีกลับเพราะเป็นห่วง เพราะสงครามครั้งก่อนจุดที่สามีทำงาน มีคนถูกระเบิดเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 ราย


แต่สามีบอกกับตนเองว่า ขอตายที่นั่นดีกว่า เพราะอย่างน้อยก็ยังได้เงินช่วยเหลือจากรัฐ ครอบครัวจะได้ไม่ลำบาก แต่หากกลับมาบ้านก่อนครบสัญญาจ้าง ไม่รู้จะไปทำงานอะไรถึงจะมีเงินพอที่จะไถ่ถอนโฉนด เลี้ยงครอบครัว และส่งลูกเรียนได้ จึงอยากให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือแรงงาน โดยเฉพาะเรื่องหนี้อยากให้มีมาตรการลดภาระหนี้สินช่วยแรงงานด้วย