ลำปาง - ตามรอย “เข็มกลัดโป่งข่ามคู่” ประดับฉลองพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิงรอบชิงเหรียญทอง เมืองมิลาน อิตาลี เป็น “แก้วกาบทอง-แก้วหมอกมุงเมือง” หนึ่งในโป่งข่าม สินค้าโอทอป-ซอฟต์พาวเวอร์ที่ทั้ง “ขลัง-ข่าม” ของเมืองเถิน
หลังจาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในฐานะทรงดำรงตำแหน่งทูตส่งเสริมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งประเภทหญิงของสหพันธ์ฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิงรอบชิงเหรียญทอง ณ สนามแข็งขันฮอกกี้น้ำแข็ง มิลาโน ซานตา จูเลีย ไอซ์ ฮอกกี้ อารีนา เมืองมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประธานสหพันธ์ฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ช่วงค่ำ (เวลาท้องถิ่น)
ในวันดังกล่าว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงฉลองพระองค์แจ็กเก็ตแขนยาวสีขาวนวล (Cloud Dancer) คอกลม ผ้าวูล กระดุมหินควอตซ์ (Quartz) ฐานเงิน ใส่คู่กับพระสนับเพลา ทรงตรง (Cigarette) สีเดียวกัน สวมคลุมด้วยเคปยาว ตัดเย็บด้วยผ้าวูลเนื้อเดียวกัน โครงทรงตรงปกในตัว พระกระเป๋าหนังสีครีมประดับเงิน และฉลองพระบาทบูตเรียบสีครีม
และที่สะดุดตาอย่างมากนั้นคือ เครื่องประดับเป็นเข็มกลัดโป่งข่ามคู่ (Lodolite Quartz) ตัวเรือนทอง ติดบริเวณอกด้านซ้าย โทนใสตัดกับสีขาวนวล
ผู้สื่อข่าวจึงขอพาตามรอยแหล่งที่มาของเครื่องประดับเข็มกลัดโป่งข่ามคู่ที่ประดับบนฉลองพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งมีแหล่งกำเนิดอยู่ที่ดอยโป่งหลวง ต.แม่ถอด อ.เถิน จ.ลำปาง โดยเฉพาะที่บ้าน “นาบ้านไร่” ที่นี่แต่เดิมเกือบทุกหลังคาเรือนชาวบ้านจะมีอาชีพขุดหาแก้วโป่งข่าม ซึ่งปัจจุบันก็ยังทำอาชีพนี้อยู่และยังคงเป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้าน
แต่กว่าที่ชาวบ้านจะได้โป่งข่ามเม็ดสวยไม่ใช่เรื่องง่าย..เริ่มจากต้องขึ้นเขาไปขุดหาแก้ว ก่อนจะลงมือขุดก็ต้องบนบานศาลกล่าวขอขมาต่อศาลเจ้าพ่อโป่งหลวง ซึ่งชาวบ้านเคารพนับถือ เพื่อให้การขึ้นไปขุดหาโป่งข่ามสำเร็จและปลอดภัย จากนั้นก็เดินเท้าขึ้นไปบนเขา ผู้ชำนาญก็จะมองหาสายแร่แล้วขุดไปเรื่อย และต้องบอกว่าการขุดต้องอาศัยความชำนาญและดวงไปพร้อมๆ กัน
เมื่อได้แก้วดิบมาแล้วก็จะนำมาขายให้ผู้รับซื้อ ซึ่งก็เป็นคนในหมู่บ้าน ราคาตามความพอใจ จากนั้นก็จะถึงขั้นตอนการเจียระไน ขึ้นรูป ตามลำดับ ก่อนที่แก้วดิบจะกลายเป็นโป่งข่ามหลายหลากชนิด ซึ่งโป่งข่ามที่มีราคาสูงที่สุดคือ แก้วฟ้าบ่อโป่งหลวง ซึ่งเป็นบ่อเก่าแก่ที่สุด และหายาก พบเมื่อปี พ.ศ. 250 อายุกว่า 2,000 ปี
ส่วนโป่งข่ามคู่ที่ประดับบนฉลองพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นั้นเรียกว่า “แก้วกาบทอง” ส่วนกระดุมเรียกว่า “แก้วหมอกมุงเมือง” ซึ่งตามความเชื่อทั้งสองแก้วจะให้คุณในด้านความอยู่เย็นเป็นสุข มียศตำแหน่ง ชื่อเสียง อำนาจ บารมี และเมตตามหานิยม ซึ่งถือว่าเป็นแก้วโป่งข่ามที่ราคาไม่แพงแต่สวยงาม
สุศักดิ์ ติมาลาศักดิ เจ้าของศูนย์เรียนรู้แก้วโป่งข่ามบ้าน นาบ้านไร่ เครือข่ายศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริ กล่าวว่า ความเชื่อของประชาชนซึ่งมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 250 คือ “ขลัง-ข่าม” จึงได้มีการนำแก้วโป่งข่ามมาวางไว้ 4 มุมของบ้านทั้ง 4 ทิศ เพื่อเป็นการปกปักรักษาคุ้มครองคนในบ้านให้แคล้วคลาดปลอดภัย และได้สืบทอดความเชื่อดังกล่าวมาเป็นพันๆ ปี
และในอดีตยังได้มีการนำโป่งข่ามไปประดิษฐ์ไว้บนยอดพระเจดีย์ที่บรรจุสรีระสังขารขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ เจดีย์วัดบ้านเวียง ซึ่งมีอายุกว่า 2 พันปีมาแล้ว และพระนางจามเทวีได้ปลูกต้นขนุนที่มีรสชาติขมไว้ในที่นี้ด้วย มีเสาซึ่งมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ครอบอยู่ ซึ่งเป็นความเชื่อของคนล้านนาว่าแก้วโป่งข่ามมีพลังขลัง จึงปรากฏในคำขวัญของอำเภอเถินที่ว่า “ส้มเกลี้ยงฉ่ำ น้ำตกงาม โป่งข่ามขลัง วังหินอ่อน”
สำหรับโป่งข่ามจะมี 24 ชนิดแก้ว แตกออกเป็น 130 ชนิดแก้ว แต่ละวรรณะก็จะให้พุทธคุณแตกต่างกันไป ซึ่งจะมีคาถาสวดสำหรับแก้วโป่งข่ามแต่ละชนิดแก้วเพื่อความเป็นเจ้าของ คือต้องมีการบูชาแก้ว บูชาน้ำไหล ล้างน้ำแก้ว และทุกๆ 15 ค่ำ ต้องมีการบูชาแก้วโป่งข่ามตามตำราโบราณ
การขุดหาแก้วโป่งข่ามเนื่องจากเป็นหมู่บ้านดั้งเดิม การขุดจะอนุญาตให้นำอุปกรณ์คือ ชะแลง เสียม จอบ เท่านั้น ห้ามไม่ให้นำเครื่องจักรใดๆ เข้าไปขุดหาเด็ดขาด เพื่อเป็นการรักษาอาชีพของผู้คนในหมู่บ้านสืบต่อไป
ส่วนความขลังหรือสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นนั้นหลายคนเคยประสบด้วยตัวเอง ล่าสุดเมื่อสองเดือนที่ผ่านมาในหมู่บ้านมีชาวบ้านขึ้นไปขุดหาแก้ว แต่ไม่กลับลงมา จนกระทั่งผู้นำหมู่บ้านเห็นแสงส่องขึ้นฟ้าบริเวณภูเขาจึงนำคนเดินไปตามแสง เมื่อไปถึงจุดหนึ่งแสงได้หายไป จึงพบว่าใกล้บริเวณดังกล่าวเจอบ่อที่ชาวบ้านลงไปขุดหาแก้ว แต่หมดสติสลบอยู่ในบ่อตั้งแต่บ่ายสามโมงยันสามทุ่มจึงพบตัวและช่วยออกมาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ผู้คนประสบด้วยตนเอง เมื่อเกิดภยันตรายก็จะแคล้วคลาดปลอดภัยเสมอ
หากประชาชนสนใจเกี่ยวกับเรื่องโป่งข่าม อยากหาซื้อไปสวมใส่เป็นเครื่องรางของขลัง เครื่องประดับ โดยเฉพาะสายมู สามารถสอบถามได้ที่ศูนย์เรียนรู้แก้วโป่งข่ามบ้าน นาบ้านไร่ เบอร์ 06-5415-9916 หรืออาคารจำหน่ายสินค้าโอท็อปกลุ่มเจียระไนแก้วโป่งข่ามบ้าน นาบ้านไร่ เบอร์ 09-8785-3217 ต.แม่ถอด อ.เถิน ได้ทุกวัน


