เชียงใหม่ - นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ห่วงสถานการณ์ปัญหาฝุ่นควันและคุณภาพอากาศแนวโน้มรุนแรง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ส่งผลกระทบสุขภาพประชาชน เตือนเฝ้าระวังป้องกันและดูแลตัวเอง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ย้ำเลี่ยงทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องสวมใส่หน้ากาก หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์
วันนี้ (18 ก.พ. 69) นายแพทย์ วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมของทุกปี จังหวัดเชียงใหม่มักประสบกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเป็นปัจจัยร่วมทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยในระยะสั้น เช่น ไอ จาม ระคายเคืองผิวหนัง ผื่นคัน ระคายเคืองตา แสบตา ตาแดง ส่วนผลกระทบระยะยาวอาจส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจวาย ภาวะหลอดเลือดสมองตีบ ความดันโลหิตสูง รวมถึงระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคมะเร็งปอด
สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอายุครรภ์ 6 เดือนแรก ที่อาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ที่กำลังพัฒนาอวัยวะต่างๆ จึงอาจส่งผลกระทบในระยะยาวต่อทารกในครรภ์ รวมถึงการคลอดก่อนกำหนดและทารกแรกคลอดมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์, กลุ่มเด็กเล็ก 0-5 ขวบ เนื่องจากระบบป้องกันและภูมิคุ้มกันของร่างกายยังพัฒนาได้ไม่ดีเหมือนผู้ใหญ่, กลุ่มผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ, กลุ่มผู้สูบบุหรี่ และกลุ่มผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคปอด โรคหอบหืด นอกจากนี้ยังรวมไปถึงกลุ่มผู้ทำงานกลางแจ้ง ที่ถึงแม้ว่าร่างกายจะแข็งแรง แต่ยังเสี่ยงได้รับผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาวได้
ทั้งนี้ คำแนะนำแนวทางการปฏิบัติตัวในช่วงสถานการณ์ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานนั้น สำหรับกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง (ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคถุงลมโป่งพอง โรคหอบหืด โรคหัวใจ) ควรงดหรือลดการทำกิจกรรมนอกบ้าน หากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นตลอดเวลา และผู้มีโรคประจำตัวควรเฝ้าระวังสุขภาพตนเอง เตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ ส่วนกลุ่มประชาชนทั่วไป ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน และเฝ้าระวังสุขภาพตนเอง หากพบอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออก หายใจมีเสียงวี้ด แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก ใจสั่น คลื่นไส้ เมื่อยล้าผิดปกติ หรือวิงเวียนศีรษะ ให้รีบไปพบแพทย์
โดยขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดมากๆ รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำความสะอาดบ้านด้วยผ้าชุบน้ำ โดยเฉพาะจุดที่สะสมฝุ่น เช่น แอร์ พัดลม มุ้งลวด เครื่องนอน และจัดพื้นที่ปลอดฝุ่นภายในบ้านด้วยห้องปลอดฝุ่นหรือมุ้งสู้ฝุ่นตามคำแนะนำของกรมอนามัย หากมีอาการผิดปกติ สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือโรงพยาบาลใกล้บ้านในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และประเมินอาการเบื้องต้นได้ผ่านแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทางเว็บไซต์ air4thai.pcd.go.th หรือแอปพลิเคชัน “Air4Thai” ของ กรมควบคุมมลพิษ รวมถึงติดตามข้อมูลจากสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน


