xs
xsm
sm
md
lg

“ชวน” ลุยตลาดโต้รุ่งหัวหิน หาเสียงโค้งสุดท้าย ชี้กังวลใช้เงิน-อำนาจรัฐ ส่งหนังสือถึง 3 หน่วยงานคุมเลือกตั้ง มั่นใจปาร์ตี้ลิสต์ใต้เกินครึ่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประจวบคีรีขันธ์ – บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. ทวีความเข้มข้น
ล่าสุด “ชวน” ลงพื้นที่เดินเท้าพบปะพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดโต้รุ่งหัวหิน เพื่อขอคะแนนเสียงในระบบบัญชีรายชื่อ หมายเลข 27 พร้อมด้วย พล.ต.ท.วรายุทธ สุขวัฒน์ และผู้สมัคร สส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 หมายเลข 9 นายเอกธิปป์ ตนประเสริฐ ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชน

นายชวน เปิดเผยว่า ช่วงโค้งสุดท้ายยังคงเดินสายหาเสียงตามปกติเพื่อให้ครบทุกจังหวัดในภาคใต้ โดยมีกำหนดการเดินทางจากจังหวัดชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกลับไปยังจังหวัดตรัง ขณะเดียวกันในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงในอำเภอต่าง ๆ ที่ยังไปไม่ทั่วถึง

อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ภาพรวมสถานการณ์การเมืองในภาคใต้ถือว่าดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีความมั่นใจว่าคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อ (Party List) ของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคใต้น่าจะได้เกินกว่าครึ่งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม นายชวน แสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้เงินและอำนาจรัฐในการเลือกตั้ง โดยระบุว่าได้รับข้อมูลว่าการใช้เงินเริ่มปรากฏให้เห็น จึงได้ทำหนังสือถึงหน่วยงานหลัก 3 แห่ง เพื่อขอให้กำชับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง ได้แก่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอให้กำชับข้าราชการ ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยศักดิ์ศรี ไม่ตกเป็นเครื่องมือในการทำผิดกฎหมายหรือช่วยซื้อเสียง

นอกจากนี้ ยังทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขอให้ปกป้องศักดิ์ศรีของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หลังมีข้อมูลว่าบางพรรคการเมืองนำ อสม. ไปใช้เป็นเครื่องมือในการ “เก็บเงิน-ซื้อเสียง” โดยย้ำว่าตนเป็นผู้ริเริ่มให้มีวัน อสม. และพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้ผลักดันค่าตอบแทน จึงไม่ควรให้นักการเมืองมาทำลายภาพลักษณ์ของ อสม.

ขณะเดียวกัน ยังได้ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอให้ใช้ช่วงเวลาสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อตรง กล้าตัดสินใจ และกำชับตำรวจทั่วประเทศอย่ารับใช้พรรคการเมืองในการกระทำที่ผิดกฎหมาย

สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเดิมเคยเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ แต่มาครั้งนี้ผู้สมัครเดิมย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม นายชวน ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ และไม่ทราบเหตุผลของการย้ายพรรค แต่ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังคงทำหน้าที่ “ผู้สร้าง” คนรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน

“ในเชิงคนรุ่นเก่าอย่างผม เป็นตายร้ายดีก็จะไม่มีวันทิ้งเพื่อน ต่อให้เหลือคนเดียวผมก็ยังอยู่ ถ้าผมไม่อยู่พรรคพังแล้ว” นายชวน กล่าว

ท้ายที่สุด นายชวน แสดงความเชื่อมั่นในวิจารณญาณของประชาชน โดยยกคำพูดที่ได้ยินจากพื้นที่ว่า “กินเหยื่อแต่ไม่กินเบ็ด” สะท้อนว่าประชาชนอาจรับเงินมา แต่สุดท้ายจะเลือกพรรคการเมืองที่ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองอย่างแท้จริง










กำลังโหลดความคิดเห็น