นครปฐม – เรือนจำกลางนครปฐม ผนึกความร่วมมือสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย–นครปฐม และบริษัท รีโว่เมด ลงนามความร่วมมือโครงการฝึกวิชาชีพและฝึกทักษะการทำงานให้แก่ผู้ต้องขัง เตรียมความพร้อมก่อนคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน
วันนี้( 29 ม.ค.) นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยมีนายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม นางสาวณัฏฐ์ปภาณ จันทร์ละมูล นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย–นครปฐม และดร.ศิริพงษ์ สีใสไพร ประธานกรรมการผู้บริหาร บริษัท รีโว่เมด กรุ๊ป จำกัด ร่วมลงนาม ที่เรือนจำกลางนครปฐม
พร้อมกันนี้มีนายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม พันตำรวจโทสุธี ชื่นจิตต์ รองผู้กำกับป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเพ จังหวัดระยอง ในฐานะเลขานุการโครงการคืนคนดีสู่สังคม นายสุรสีห์ ศรีอินสุทธิ์ ประธานหอการค้าภาคกลาง และคณะทำงานทั้งสามฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน
ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมผู้ต้องขังก่อนพ้นโทษ ผ่านการฝึกทักษะอาชีพและประสบการณ์จากการทำงานจริงในสถานประกอบการ (On the Job Training) เพื่อให้ผู้ต้องขังมีรายได้เลี้ยงตนเองระหว่างต้องโทษ มีทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน และมีอาชีพที่มั่นคงรองรับภายหลังพ้นโทษ อันจะช่วยลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำ และสร้างการยอมรับจากสังคมในระยะยาว
นางสาวณัฏฐ์ปภาณ จันทร์ละมูล กล่าวว่า พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพิสูจน์ว่าการให้โอกาสสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคน และสร้างความเข้มแข็งให้สังคมไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการนำร่องนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังออกไปฝึกทักษะอาชีพในระบบอุตสาหกรรมภายนอกเรือนจำ เสริมสร้างสมรรถนะในการทำงานจริง สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตและประกอบอาชีพได้หลังพ้นโทษ
ทั้งนี้ เรือนจำกลางนครปฐมจะดำเนินการคัดเลือกผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดีเข้าร่วมโครงการ โดยจะเริ่มกิจกรรม (Kick Off) ในวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริษัท รีโว่เมด กรุ๊ป จำกัด สาขาบางเลน ซึ่งเป็นบริษัทรับผลิตครีม เครื่องสำอาง และอาหารเสริมในรูปแบบ OEM โดยมีนางสาววาสนา อินทะแสง เป็นประธานกรรมการบริหารบริษัท
โครงการดังกล่าวนับเป็นต้นแบบสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง และเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน


