สมุทรสงคราม - ราคามะพร้าวหน้าสวนทรุดหนักเหลือลูกละ 2 บาท เกษตรกร 3 จังหวัดภาคกลางร้องวุฒิสภา “สว.ตวงคุณ” เผย กมธ.พาณิชย์ฯ ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เร่งหามาตรการแก้ปัญหาระยะสั้น–ยาว ตรวจกลไกตลาดและการผูกขาด
นางสาวตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวจากพื้นที่ 3 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา เพื่อขอให้เร่งแก้ไขปัญหาราคาผลมะพร้าวตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรเป็นวงกว้าง
จากการหารือร่วมกับตัวแทนเกษตรกร พบว่าปัจจุบันราคามะพร้าวหน้าสวนปรับลดลงเหลือเพียงลูกละประมาณ 2 บาท ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตอย่างมาก ทั้งค่าปุ๋ย ค่าจ้างแรงงาน และค่าดูแลสวน ทำให้เกษตรกรจำนวนมากไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนได้อีกต่อไป โดยปัญหาราคาตกต่ำเริ่มตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 และลากยาวต่อเนื่องมาจนถึงต้นปี 2569 ถือเป็นสถานการณ์ที่ยืดเยื้อและรุนแรงกว่าหลายปีที่ผ่านมา
นางสาวตวงคุณ กล่าวว่า ตามปกติในช่วงปลายปีและเทศกาลปีใหม่ ตลาดจะเริ่มมีคำสั่งซื้อจากพ่อค้าและโรงงานแปรรูป เพื่อรองรับความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้น แต่ปีนี้กลับไม่เป็นไปตามปกติ แม้จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีนแล้ว ราคามะพร้าวก็ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้เกษตรกรจำนวนมากขาดสภาพคล่อง และเริ่มลดการดูแลสวนหรือโค่นต้นมะพร้าวบางส่วน ซึ่งอาจกระทบต่อระบบเศรษฐกิจฐานรากและความมั่นคงทางการเกษตรในระยะยาว
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา ได้มีมติจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างตลาด โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็นระยะสั้นและระยะยาว
ในระยะสั้น จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลด้านการตลาดและการค้าภายใน เข้าหารือเพื่อกำหนดมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า และพยุงเสถียรภาพราคาผลผลิตให้กับเกษตรกรโดยเร็ว
ส่วนระยะยาว จะมุ่งเน้นการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย การส่งเสริมการแปรรูป การเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้ประกอบการและโรงงานรับซื้อน้ำมะพร้าวคุณภาพ รวมถึงการศึกษาปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดอย่างรอบด้าน โดยจะเชิญคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเข้ามาร่วมเป็นคณะทำงาน เพื่อตรวจสอบว่ามีการใช้อำนาจเหนือตลาดหรือพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกรหรือไม่
อย่างไรก็ตาม หากมีความคืบหน้าหรือข้อสรุปในประเด็นใด คณะกรรมาธิการฯ จะเร่งแจ้งให้สาธารณชนและพี่น้องเกษตรกรได้รับทราบ เพื่อร่วมกันหาทางออกอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยในอนาคต


