บุรีรัมย์- แม่ลูกสองชาวบุรีรัมย์สุดช้ำ หอบหมายศาล เอกสารหลักฐานโร่ร้องทนายความช่วยเหลือ หลังถูกเพื่อนสาวอดีตดาวอาชีวะ หลอกให้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ขายออนไลน์และรับโอนเงินก่อนโอนต่อให้เพื่อน เกิดปัญหาลูกค้าแจ้งความตกเป็นจำเลยคดีฉ้อโกง ติดคุกนาน 2 ปี ไม่ได้เจอหน้าลูกทั้งที่เพิ่งคลอด 3 เดือน แถมเป็นหนี้เกือบล้านที่ถูกเชิดไป และยังมีคดีติดตัวอีกเพียบ แต่เพื่อนกลับลอยนวลเชื่อทำเป็นขบวนการ
วันนี้ (19 ม.ค.69) น.ส.น้ำ อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นแม่ลูกสองเคยทำงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ได้หอบหมายศาล สลิปการรับ-โอนเงิน และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือกับ นายวีรยุทธ ศิริเรืองประภา ทนายความอำเภอกระสัง หลังจากโดนเพื่อนสมัยเรียน ซึ่งเป็นคนสวยหน้าตาดี เป็นถึงดาววิทยาลัยอาชีวะแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ หลอกลวงสารพัด ทั้งหลอกจะพาลูกของผู้ร้องเรียนไปรับงานถ่ายแบบ แต่เรียกเก็บค่าดำเนินการก่อนครั้งละหลักพันถึงหลักหมื่น รวมเป็นเงินกว่า 3 แสน อ้างว่าติดโควิดเขาขอเลื่อนไปก่อน
จากนั้นหลอกให้ขายหน้ากากอนามัยทั้งที่ไม่มีของส่งให้ลูกค้า หลอกว่าจะให้สามีที่อ้างว่าทำงานอยู่บริษัทเอกชนฝากงานให้ เงินเดือน 3 – 4 หมื่นแต่ต้องจ่ายค่าฝากหัวละ 5 หมื่น แต่ก็ไม่ได้งานจริงตามที่อ้าง ทวงเงินคืนก็บ่ายเบี่ยง
และที่แสบที่สุด คือ หลอกให้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวโพสต์ขายของออนไลน์ให้ เป็นบอนสี โดยอ้างว่าตัวเองไม่เก่งเรื่องออนไลน์ และไม่ค่อยรู้จักคน เพราะเลี้ยงลูกอยู่บ้านไม่ได้ทำงาน แต่ผู้ร้องเก่งเรื่องคอมพิวเตอร์และสังคมกว้างรู้จักคนเยอะกว่า จึงหลงเชื่อโพสต์ขายให้ทั้งยังให้ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชี ก่อนจะโอนต่อไปยังบัญชีเพื่อน แต่เพื่อนจะเป็นคนส่งของให้ลูกค้าเอง
กระทั่งเกิดปัญหาสินค้าเน่าเสีย และไม่ได้ส่งของให้ลูกค้าจริง ลูกค้าจึงรวมตัวกันแจ้งความดำเนินคดี เมื่อเกิดปัญหาสามีก็พยายามหาทางช่วยด้วยการให้พ่อแม่สามีไปกู้ยืมเงินมา 7 แสน เพื่อจะจ่ายคืนให้กับลูกค้า ซึ่งตอนนั้นตนเองท้องอยู่ เพื่อนก็บอกว่าเดี๋ยวจะนำเงินไปเคลียร์ให้กับผู้เสียหายเอง และจะหาทนายช่วยเรื่องคดีให้ด้วย เขาบอกว่าเป็นเพื่อนกันไม่ทิ้งกันแน่นอน ก็หลงเชื่อเอาเงิน 7 แสนให้เพื่อนไปอีก คิดว่าเขาจะช่วยจัดการทุกอย่างให้ เพราะเขาอ้างว่ารู้จักกับตำรวจยศใหญ่ ทนายชื่อดัง ช่วยได้แน่นอน
แต่สุดท้ายเพื่อนกลับเชิดเงินไปเองทั้งหมด ไม่ได้เดินเรื่องช่วย แถมไปโกหกครอบครัวว่าไม่ต้องทำอะไรเดี๋ยวจะจัดการเองให้รออย่างเดียว จนสุดท้ายต้องตกเป็นผู้ต้องหาคดี “ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ติดคุกนานถึง 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค.2565 ถึงวันที่ 30 ธ.ค.2567
เธอยังเล่าทั้งน้ำตาอีกว่า ตอนติดคุกร้องไห้เกือบทุกวันเพราะคิดถึงลูก และน้อยใจที่ไม่เคยมีใครไปเยี่ยมเลย และที่เจ็บปวดที่สุดตอนถูกตำรวจจับกุมเพิ่งคลอดลูกคนเล็กได้แค่ 3 เดือน ส่วนสาเหตุที่เสียรู้หลงเชื่อเพื่อน เพราะความไว้ใจสงสารและคิดว่าสามีเพื่อนจะฝากงานให้
น.ส.น้ำ ยังบอกอีกว่า ที่ตัดสินมาร้องให้ทนายช่วยเหลือ เพราะตอนที่เธอถูกจับกุมได้พยายามให้ข้อมูลความจริงกับตำรวจไปแล้วว่าโพสต์ขายให้เพื่อนเงินทั้งหมดก็โอนให้เพื่อน แต่ตำรวจไม่เชื่อและไม่ได้สืบขยายผลต่อ ทำให้เธอติดคุกคนเดียวถึง 2 ปี ก็ยอมรับชะตากรรม แต่ไม่คิดว่าพ้นโทษออกมาแล้วยังมีหมายศาล และคดีที่โรงพักอีกหลายท้องที่ ทั้งที่เป็นคดีเดียวกันกับที่ถูกตัดสินจำคุกไปแล้ว จึงได้มาขอให้ทนายช่วยเหลือ
และอยากฝากถึงผู้เสียหายด้วยว่า ที่จริงเธอก็เป็นเหยื่อถูกเพื่อนหลอกจนต้องติดคุก แต่ในเมื่อเฟซบุ๊กและชื่อบัญชีเป็นของตนเอง ก็ไม่สามารถที่จะเลี่ยงความรับผิดชอบได้ ก็พร้อมจะพูดคุยกับผู้เสียหาย โดยสามารถติดต่อผ่านทนายความมาได้ หากต้องการเงินคืนก็พร้อมจะชดใช้คืน และขณะนี้ตนก็กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับเพื่อนที่หลอกลวงตนเช่นกัน
ด้านทนายวีรยุทธ บอกว่า จากที่ได้ฟังเรื่องราวของน้องก็น่าเห็นใจ ต้องติดคุกถึง 2 ปีไม่ได้เจอหน้าลูก เพราะความไว้ใจเพื่อน ซึ่งตามหลักฐานทั้งบัญชีเฟซบุ๊กที่ใช้โพสต์ขายของ และบัญชีที่ใช้รับโอนเงินก็ยากที่จะปฏิเสธ แม้ข้อเท็จจริงน้องจะไม่ได้รับส่วนแบ่งจากเพื่อน แค่ต้องการงานที่สามีเพื่อนจะฝากให้ หรือคิดว่าลูกจะได้ถ่ายแบบตามที่เพื่อนหลอก
ทั้งนี้ยังสูญเสียเงินเกือบล้านเพราะถูกเพื่อนหลอกซ้ำหลอกซ้อน อ้างว่ารู้จักกับตำรวจยศใหญ่สามารถที่จะช่วยเคลียร์เรื่องคดีให้ได้ แต่พ้นโทษจากเรือนจำคดีก็ยังคาอยู่ทั้งในโรงพัก ในศาล น้องจึงได้มาร้องขอความช่วยเหลือ ซึ่งก็จะได้ตั้งทีมทนายความในการดูแลคดี ก็อาจจะติดต่อในชั้นโรงพักว่ามีโรงพักไหนบ้างที่มีคดีอยู่ และไปขึ้นศาลในคดีที่ส่งฟ้องไปแล้ว
ตอนนี้น้องได้รับความเดือดร้อนหนักมาก ทั้งคดีที่ไม่รู้เหลือกี่คดี และเงินที่น้องจะต้องไปชดใช้แทนเพื่อน ตอนนี้น้องไม่สามารถไปทำงานได้ จึงฝากถึงผู้เสียหายที่กำลังจะดำเนินคดีกับน้อง หรือดำเนินคดีไปแล้ว ว่าผู้เสียหายมีกี่คน ยอดเสียหายเท่าไหร่ จะได้รวบรวมเพื่อติดต่อชดใช้ หรือขอผ่อนชำระ เพราะน้องก็ได้รับโทษไปแล้ว 2 ปีกว่า ก็ขอโอกาสให้น้องได้ทำงานเพื่อหาเงินมาชดใช้ โดยผู้เสียหายสามารถติดต่อมายังทนายความได้ที่เบอร์ 0923596644


