xs
xsm
sm
md
lg

ตม.บุกจับนอมินีไทย-จีน แอบเปิดโรงแรมหรูกลางเมืองเชียงใหม่ โอนกำไรกลับแดนมังกร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่-เจ้าหน้าที่ ตม.เชียงใหม่ สืบข้ามปีพบโรงแรมหรู 22 ห้องกลางเมืองเชียงใหม่ แอบให้หญิงไทยถือหุ้น สลับให้นายทุนจีนบริหาร โอนเงินกำไรกลับแดนมังกร จึงบุกจับถึงโรงแรมเป็นชายจีน 2 คน หญิไทย 1 คน เสียดายหลบหนีไปได้ 1 คน


วันนี้ (16 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จ.เชียงใหม่ นำโดย พ.ต.ต.สุธีรเทพ โพธิ์นฤมิต สารวัตร ตม.จ.เชียงใหม่ ได้นำหมายศาล จ.เชียงใหม่ ลงวันที่ 8 ม.ค.2569 เข้าจับกุมตัว MR.MA และ MR.MI ทั้งคู่เป็นนายทุนสัญชาติจีน รวมทั้ง น.ส.จิน หญิงชาวไทยที่ทั้งหมดขณะพักอยู่ที่โรงแรมหรูระดับ 4 ดาว ย่านถนนช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ โดยดำเนินคดีกับชาวจีนทั้ง 2 คน เบื้องต้นในข้อหาประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตส่วนหญิงสาวชาวไทยให้การช่วยเหลือสนับสนุนกิจการหรือเป็นตัวแทนหรือนอมินีในกิจการดังกล่าว

การจับกุมดังกล่าวมีขึ้นหลังจากในเดือน ส.ค.2568 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าได้มีผู้ประกอบการโรงแรมหรูขนาด 22 ห้อง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ดังกล่าว ได้ให้ชาวจีนเช่าบริหารธุรกิจ โดยให้ น.ส.จิน ถือหุ้น 55.56% ส่วน MR.MA ถือหุ้น 22.22% และ MR.MI ถือหุ้น 22.22% วงเงินลงทุน 4.5 ล้านบาท น.ส.จิน เป็นผู้มีอำนาจในการบริหารตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.2567 ต่อมามีการเปลี่ยนให้ MR.MA และ MR.MI เข้ามาบริหารแทนตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค.2568 กระทั่งวันที่ 29 ส.ค.2568 ก็เปลี่ยนให้ น.ส.จิน กลับเข้ามาบริหารเหมือนเดิมอย่างน่าสงสัย เมื่อตรวจสอบการเงินพบโรงแรมมีรายได้จากการเข้าพัก 400,000 บาท และมีเงินจากตัวแทนหรือเอเย่นซี่อีก 1.5 ล้านบาท ทั้งหมดถูกเงินเข้าบัญชีธนาคารของ MS.MA ซึ่งเป็นภรรยาของ MR.MA เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าทั้งหมดเป็นเพียงผู้ทำธุรกิจแทนผู้อื่นหรือเข้าข่ายเป็นนอมินีซึ่งไม่ถูกต้องตามกฎหมายการลงทุนของประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ ตม.จ.เชียงใหม่ จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2568 จากนั้นได้สืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานเอกสาร เส้นทางทางการเงิน และหลักฐานอื่นๆ กระทั่งขออนุมัติต่อศาล จ.เขียงใหม่ ให้ออกหมายจับทั้ง 4 คน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีการจับกุมได้เพียงแค่ 3 คนเท่านั้นโดยยังมี MS.MA ที่สามารถหลบหนีกลับประเทศจีนไปได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตามกระบวนการเพื่อจะนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้

พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ทราบว่ายังมีการกระทำความผิดเช่นนี้อีกหลายแห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แต่การสืบสวนทำได้ช้าและต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐาน ดังนั้นจึงขอฝากเตือนไปยังคนไทยที่เป็นนอมินีและนายทุนจีนให้เลิกพฤติกรรมเช่นนี้ หากประสงค์จะเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยก็สามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายซึ่งประเทศไทยยินดีต้อนรับ แต่หากเป็นนอมินีก็จะมีผลทำให้เงินรั่วไหลออกนอกประเทศ จึงถือเป็นการกระทำที่ผิดขณะที่อาชีพบางอย่างไสงวนให้เฉพาะคนไทยทำเท่านั้น

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยสำนักงานจัดหางาน จ.เชียงใหม่ ได้ออกตรวจสอบสถานประกอบการแห่งหนึ่งที่ ต.หายยา อ.เมืองเชียใหม่ เนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีการเผยแพร่ทางสื่อสาธารณะหรือโซเชียลมีเดียร์ว่ามีชาวต่างชาติเปิดร้านขายไอศกรีมมัทฉะทำเอง ผลการตรวจพบชายชวญี่ปุ่นจำนวน 1 คน ใช้วีซ่า Non-Immigrant O (ภรรยาเป็นคนไทย) อาศัยอยู่ในประเทศไทย แต่ไม่มีใบอนุญาตในการทำงาน เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหาว่า “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” และนำตัวพร้อมของกลางส่ง สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย.






กำลังโหลดความคิดเห็น