xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อไหร่จะทุบ!? ชาวแม่สายผวาน้ำท่วมใหญ่ปี 69 ทวงสัญญาทุบตึกขวางลำน้ำ หวั่นพนังโยธาฯ เอาไม่อยู่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงราย - ชาวบ้านริมน้ำสายกลัวน้ำท่วมใหญ่ปี 69 หลังรัฐทุบตึกขวางลำน้ำล่าช้า หวั่นไม่ทันฤดูน้ำหลาก ขณะที่โยธาฯ วางแผนแก้น้ำท่วมถาวร ด้วยงบเกือบ 3,000 ล้านบาท ทั้งย้ายชุมชน-รื้อระบบระบายน้ำ-สร้างพนัง/คันคอนกรีต 2 ชั้น ฯลฯ แต่กำหนดสร้างจากชั้นในก่อน


ตลอดหลายวันนี้ นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย ได้มอบหมายให้ปลัดอาวุโส อ.แม่สาย นำเจ้าหน้าที่ตระเวนออกพบปะกับตัวแทนชาวบ้านชุมชนต่างๆ ที่อยู่ติดกับแม่น้ำสาย เพื่อชี้แจงให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการออกแบบแก้ไขปัญหาแม่น้ำสายเอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนชายแดน ที่รัฐบาลมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ศึกษา เช่น ชุมชนสายลมจอย ชุมชนหัวฝาย ชุมชนไม้ลุงขน ชุมชนเกาะทราย ฯลฯ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งว่าในปี 2569 นี้จะเริ่มรื้อถอนอาคารที่อยู่ฝั่งตะวันออกของสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 หลังจากปี 2568-2569 ได้มีการดำเนินการไปแล้วด้วยงบประมาณ 36 ล้านบาท

ส่วนกรณีพนังกั้นน้ำซึ่งกรมการทหารช่าง กองทัพบกได้สร้างแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราวและกึ่งถาวรเอาไว้แล้วนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะรับฟังข้อเสนอของชาวบ้านในระดับท้องถิ่นเพื่อจะได้ดำเนินการก่อสร้างแนวป้องกันแบบถาวรโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองต่อไป

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านบางส่วนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำสายยังคงกังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ในฤดูน้ำหลากปี 2569 เพราะการรื้อถอนอาคารที่ขวางทางน้ำล่าช้าและอาจไม่ทันการ นอกจากนี้ยังกังวลเรื่องการสร้างพนัง 2 ชั้นของกรมโยธาธิการและผังเมือง เนื่องจาก จนท.แจ้งว่าจะเริ่มก่อสร้างจากทางด้านในก่อน

ชาวบ้านระบุว่า ระหว่างก่อสร้างพนังน้ำอาจจะท่วมใหญ่ก็ได้ จึงควรเริ่มก่อสร้างแนวชั้นนอกก่อนและเป็นพนังแบบถาวรไปเลยด้วย เมื่อแล้วเสร็จจึงค่อยก่อสร้างพนังชั้นในและอื่นๆ ทั้งนี้ชาวบ้านได้ขึ้นป้ายแสดงความกังวลตามจุดต่างๆ ด้วย ซึ่งทางฝ่ายปกครองได้รับเรื่องเอาไว้เพื่อนำไปแจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป


รายงานข่าวแจ้งอีกว่า แม่น้ำสายได้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ชายแดน อ.แม่สาย และฝั่งประเทศเมียนมาครั้งใหญ่เมื่อเดือน ก.ย.-ต.ค. 2567 จนสร้างความเสียหายแก่พื้นที่เศรษฐกิจอย่างหนัก ทำให้กรมการทหารช่าง กองทัพบก และกองทัพภาคที่ 3 ได้ทำการขุดลอกแม่น้ำรวกที่อยู่ปลายแม่น้ำสายและก่อสร้างแนวป้องกันชั่วคราวและกึ่งถาวรเอาไว้แล้วตลอดแนว ปัจจุบันรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณปี 2568-2569 รวม 23,578,000 บาท ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองให้ศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างถาวร

พื้นที่ศึกษาอยู่ในเขตเทศบาล ต.เวียงพางคำ เทศบาล ต.แม่สาย และเทศบาล ต.แม่สายมิตรภาพ เนื้อที่รวม 56.13 ตารางกิโลเมตร แนวคิดคือจัดให้มีทางน้ำหลาก มีคันป้องกันน้ำหลาก และระบบระบายน้ำ สามารถรองรับน้ำหลากที่ไหลผ่านฝายกั้นน้ำเหมืองแดงบริเวณวัดถ้ำผาจมได้ไม่น้อยกว่า 430 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (น้ำหลากสูงสุดที่เกิดขึ้นในปี 2567)

นอกจากนี้ยังมีแผนจัดหาที่ดินเพื่อรองรับการตั้งถิ่นฐานของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ เบื้องต้นกำหนดแปลงที่ 1 ของสถานีใบยาสูบเวียงพาน 78 ไร่ 1 งาน 72 ตารางวา ซึ่งห่างจากชายแดน 2.5 กิโลเมตร,แปลงที่ 2 ของกระทรวงการคลังเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ ห่างจากชายแดน 7.5 กิโลเมตร, และแปลงที่ 3 เนื้อที่ 35 ไร่ ของราชพัสดุห่างจากชายแดน 1.5 กิโลเมตร


ส่วนคันกั้นริมฝั่งแม่น้ำสายช่วงที่ 1 มีความยาว 998 เมตร ช่วงที่ 2 มีความยาว 1,361 เมตร และช่วงที่ 3 มีความยาว 1,561 เมตร โดยจะมีการรื้อย้ายอาคารสิ่งปลูกสร้างความยาว 485 เมตร ถนนตัดแนวใหม่มีความยาว 631 เมตร ถนนเกาะทรายมีความยาว 769 เมตร ถนนกรมชลประทานมีความยาว 2,035 เมตร โดยจะมีการสำรวจและออกแบบตั้งแต่ปลายปี 2568-กลางปี 2569 รวมระยะเวลา 6 เดือน จากนั้นจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี และจะมีการจัดหาที่ดินโดยวิธีเจรจาตกลงซื้อขายตั้งแต่ปี 2569-2570 ระยะเวลา 15-18 เดือน ใช้งบกลาง 600 ล้านบาท

ต้นปี 2570 จะเริ่มก่อสร้างคันดินและคันคอนกรีตเสริมเหล็กระยะแรกไปจนถึงปลายปี 2571 ระยะเวลา 12-18 เดือนด้วยงบประมาณ 140 ล้านบาท จากนั้นจะมีการก่อสร้างคันคอนกรีตเสริมเหล็กและถนนส่วนที่เหลือรวมทั้งปรับปรุงถนนเดิมตั้งแต่ปลายปี 2570-กลางปี 2573 ระยะเวลา 24-35 เดือนด้วยงบประมาณ 160 ล้านบาท


ส่วนการจัดหาที่ดินด้วยวิธีปรองดองและออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน จะดำเนินการตั้งแต่ต้นปี 2571-สิ้นปี 2572 ระยะเวลา 12-24 เดือนด้วยงบประมาณ 400 ล้านบาท มีการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งและจัดภูมิทัศน์ทางน้ำหลากกลางปี 2572-กลางปี 2575 ระยะเวลา 30-36 เดือนด้วยงบประมาณ 400 ล้านบาท และปรับปรุงระบบระบายน้ำหลักตั้งแต่กลางปี 2571-สิ้นสุดโครงการในปี 2575 ระยะเวลา 42-48 เดือนด้วยงบประมาณ 450 ล้านบาท รวมงบประมาณทั้งหมดประมาณ 2,950 ล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น