ลำปาง - เจ้าของโรงปั้นพระลำปางแฉกลโกงรูปแบบใหม่ที่กำลังระบาดหนัก มิจฉาชีพปลอมเป็นลูกค้าสั่งซื้อแต่ขอให้ติดต่อซื้อตู้ล็อกเกอร์เพิ่มแลกกับค่าคอมมิชชันหลักแสน ก่อนอ้างโอนเงินค่าซื้อให้แล้วขอให้จ่ายมัดจำตู้ โชคดีใจแข็งไม่ยอมจ่ายจึงรอด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Eakakchai Thailand หรือช่างเอกซึ่งเป็นเจ้าของโรงหล่อ กานต์มณี เรซิ่น หรือโรงปั้นพระ รับทำปฏิมากรรมเรซิ่นทุกชนิดโดยเฉพาะรูปปั้นพระ 12 ราศี ใน จ.ลำปาง ได้โพสต์ข้อความเตือนภัยโดยมีเนื้อหาว่าได้มีมิจฉาชีพติดต่อขอให้ปั้นพระพุทธรูปจำนวน 1 องค์ ในราคา 139,000 บาท อ้างว่าหัวหน้าเรือนจำกลางลำปางจะนำไปแก้บน ตนจึงขอให้มัดจำเป็นเงิน 69,000 บาท แต่มิจฉาชีพก็ทำทีให้ตนเป็นคนกลางช่วยติดต่อซื้อตู้ล็อกเกอร์เพื่อใช้เก็บ โดยโรงงานตั้งอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ ต้องการ 95 ตู้ ตู้ละ 6,200 บาท ทำให้ตนรับเป็นธุระติดต่อไปก็พบปลายทางอ้างว่าเป็นโรงงานดังกล่าวพร้อมเสนอราคาให้ต่ำลงเหลือเพียงตู้ละ 4,400 บาท หรือมีส่วนต่างตู้ละ 1,800 บาท จำนวน 95 ตู้ จึงจะมีส่วนต่างรวม 171,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมาก
ช่างเอกระบุอีกว่าต่อมามิจฉาชีพดังกล่าวก็อ้างว่าได้โอนเงินค่าตู้ดังกล่าวพร้อมกับค่าปั้นพระพุทธรูปเข้าบัญชีธนาคารของตนแล้วรวมจำนวน 769,230 บาท แต่ต้องรอ Clearing กับธนาคารไทยพาณิชย์ในวันจันทร์หน้า ช่วงนี้ให้ตนสำรองเงินมัดจำไปให้กับโรงงานตู้ก่อนจำนวน 250,800 บาท โดยอ้างว่าตนได้ผลประโยชน์จากส่วนต่างดังกล่าวแล้วก็ควรจ่ายค่ามัดจำให้ ระหว่างนั้นโรงงานตู้ซึ่งคาดว่าเป็นมิจฉาชีพกลุ่มเดียวกันก็ทวงเงินค่ามัดจำไม่หยุดตลอดทั้งวัน
"ต่อไปให้ใช้ชีวิตรอบคอบนะครับ อย่าเห็นแก่ออเดอร์เยอะๆ ตกลงอะไรง่ายๆ ไปหมด มันใช้จุดอ่อน คือ..ความโลภของมนุษย์ คนลำปางร่วมใจ..สู้ๆๆ” ช่างเอกระบุในตอนท้าย หลังจากที่ช่างเอกมีความมั่นคงโดยยืนยันจะให้ได้เห็นเงินเข้าบัญชีธนาคารอย่างแท้จริงก่อนจึงจะโอนเงินค่ามัดจำให้ ส่วนโรงงานก็กดดันอย่างหนัก เช่น ขู่จะฟ้องร้องเพราะสั่งซื้อสินค้าแล้ว ฯลฯ มิจฉาชีพที่เข้ามาติดต่อคนแรกก็ขอให้ช่างเอกโอนเงินมัดจำแต่ช่างเอกอ้างว่าถอนเงินได้วันละเพียง 50,000 บาท ปรากฏว่ามิจฉาชีพก็ยังขอให้โอนเงินจำนวนนั้นไปก่อนทำให้ช่างเอกมีความสงสัยและยุติการติดต่อไปในที่สุด ทำให้ไม่ต้องสูญเสียเงินจากการหลอกลวงดังกล่าว
ช่างเอกระบุด้วยว่าปัจจุบันมีกลโกงหลากหลายรูปแบบ จึงอยากเตือนผู้ประกอบการทุกอาชีพให้ระวัง เพราะทุกอาชีพจะมีมิจฉาชีพทำทีเข้าไปใช้บริการ หลังจากนั้นจะขอร้องให้เราเป็นตัวกลางในการสั่งซื้อสินค้าชนิดอื่น โดยจะมีค่าส่วนต่างหรือคอมมิชชันเป็นตัวล่อ มิจฉาชีพจะหลอกลวงช่วงวันหยุดเพื่อเป็นข้ออ้างในการทำธุรกรรมที่ยากต่อการตรวจสอบ จากนั้นจะอ้างว่ามีการโอนเงินแล้วจึงขอให้เราสำรองเงินมัดจำสั่งซื้อสินค้าที่มีค่าคอมมิชชัน หากผู้ประกอบการใจอ่อนหรือเกรงใจลูกค้าก็อาจจะหลงกลยอมโอนเงินมัดจำให้ จึงขอให้มีสติและอย่าเห็นแก่ออเดอร์เยอะและค่าคอมมิชชันที่ล่อใจ ที่สำคัญอย่าโอนเงินมัดจำให้ใครโดยที่ยังไม่เห็นเงินเข้าบัญชีของเราโดยเด็ดขาด


