กาญจนบุรี - เมืองกาญจน์ ไม่ได้มีดีแค่สะพานข้ามแม่น้ำแคว หรือทางรถไฟสายมรณะ แต่ยังซ่อน “เรื่องเล่าก่อนประวัติศาสตร์” ไว้ที่บ้านเก่า —พิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติแห่งใหม่ ที่จะพาคุณย้อนเวลาไปพบ “คนไทยยุคแรก” และความยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติบนผืนแผ่นดินไทย
หากเอ่ยถึงจังหวัด “กาญจนบุรี” ภาพจำของใครหลายคนคงหนีไม่พ้น “สะพานข้ามแม่น้ำแคว” และ “ทางรถไฟสายมรณะ” ที่สร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 — เส้นทางประวัติศาสตร์อันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดของเชลยศึกนับหมื่นชีวิตจากทั่วโลก
แต่ภายใต้เรื่องราวแห่งสงครามนั้น... ยังมี “เรื่องเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่” เกิดขึ้นพร้อมกัน — เรื่องราวของ “การค้นพบมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์” ที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์โบราณคดีของประเทศไทยไปตลอดกาล
และทั้งหมดนี้... เริ่มต้นขึ้นที่ “บ้านเก่า” อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี — สถานที่ซึ่งปัจจุบันกลายเป็น “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า” ศูนย์การเรียนรู้ใหม่ของคนรักประวัติศาสตร์ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 2565 หลังการปรับปรุงครั้งใหญ่ให้กลับมาทันสมัยและงดงามอีกครั้ง
จากสงคราม...สู่การค้นพบเครื่องมือหิน 8 ชิ้นในตำนาน
ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 80 ปีก่อน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 “ดร.เอช.อาร์. ฟาน เฮเกอเรน” นักโบราณคดีชาวเนเธอร์แลนด์ ถูกจับเป็นเชลยศึกและถูกส่งมาสร้างทางรถไฟสายมรณะใกล้สถานีบ้านเก่า ที่นั่นเอง เขาพบ “เครื่องมือหิน 8 ชิ้น” ซึ่งภายหลังกลายเป็นหลักฐานสำคัญยืนยันการมีอยู่ของ “มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์” ในดินแดนไทย
เครื่องมือหินชุดนี้ถูกส่งต่อไปยังพิพิธภัณฑ์พีบอดี มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อทำการศึกษา และได้รับความสนใจจากนักโบราณคดีทั่วโลก ปัจจุบันกรมศิลปากรกำลังดำเนินการเจรจาเพื่อขอนำกลับคืนสู่ประเทศไทย
เมื่อก้าวเข้าประตูพิพิธภัณฑ์ ห้องแรกที่จะได้พบคือ “เครื่องมือหิน 8 ชิ้นในตำนาน” ซึ่งจัดแสดงในรูปแบบจำลอง พร้อมเล่าที่มาของการค้นพบและเส้นทางการเดินทางของโบราณวัตถุเหล่านี้ ผ่านสื่อมัลติมีเดียที่เข้าใจง่ายและน่าติดตาม
ห้องถัดมาจะพาไปสัมผัส “เส้นทางรถไฟสายมรณะ” อีกครั้ง แต่คราวนี้ในมุมของ “ประวัติศาสตร์โบราณคดี” ที่ถูกจุดประกายขึ้นจากเหตุการณ์ในสงครามโลกครั้งนั้น ก่อนจะเชื่อมโยงมาสู่ “พิพิธภัณฑ์ก่อนประวัติศาสตร์บ้านเก่า” ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2508 และเปลี่ยนชื่อเป็น “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า” ในปี พ.ศ.2522
หลังเปิดบริการมานานหลายทศวรรษ อาคารหลังเดิมเริ่มทรุดโทรม จนได้รับการปรับปรุงใหม่ให้มีสถาปัตยกรรมรูปทรงสี่เหลี่ยม สีดินเทศ ได้แรงบันดาลใจจาก “หลุมขุดค้นทางโบราณคดี” ภายในจัดแสดงครบทั้ง 3 ชั้น รวม 9 ห้อง ถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่กำเนิดมนุษย์จนถึงสังคมยุคแรกเริ่มในกาญจนบุรี
ขึ้นสู่ชั้นสองของพิพิธภัณฑ์ จะพบห้อง “วัฒนธรรมบ้านเก่า ผู้คน และวิถีชีวิต” ซึ่งบอกเล่าถึงมนุษย์ยุคหินใหม่ในภาคตะวันตกของไทย — กลุ่มคนที่เริ่มตั้งถิ่นฐานถาวร รู้จักการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และสร้างเครื่องมือใช้ในชีวิตประจำวัน
หนึ่งในไฮไลต์คือ “หม้อสามขา” ภาชนะดินเผารูปแบบเฉพาะของวัฒนธรรมบ้านเก่า ที่พบได้เฉพาะในกาญจนบุรี และมีความเชื่อมโยงกับแหล่งโบราณคดีทางภาคใต้ของไทยและตอนเหนือของมาเลเซีย
นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดง “โครงกระดูกมนุษย์ 44 โครง” ที่ขุดค้นพบในแหล่งบ้านเก่า ซึ่งผลการศึกษาพบว่ามีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับคนไทยในปัจจุบัน พร้อมหุ่นจำลองวิถีชีวิตคนสมัยนั้น ทั้งการทำเกษตร การปั้นภาชนะ และพิธีกรรมต่างๆ ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปยืนอยู่กลางยุคหินใหม่จริงๆ
ขึ้นไปยังชั้นสามของอาคาร การเดินทางทางประวัติศาสตร์ยังไม่จบ — ห้อง “ศิลปะถ้ำในกาญจนบุรี” จะพาผู้ชมไปรู้จักภาพเขียนสีบนผนังถ้ำที่กระจายอยู่ทั่วจังหวัด เช่น ถ้ำรูปเขาเขียว ถ้ำตาด้วง และถ้ำผาแดง ที่สะท้อนความเชื่อ ความคิด และศิลปะของผู้คนเมื่อหลายพันปีก่อน
จากนั้นต่อด้วย “วัฒนธรรมโลงไม้” — โบราณวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นของกาญจนบุรี ที่พบโลงศพไม้รูปเรือ หัวท้ายสลักเป็นรูปคนหรือสัตว์ ทำจากไม้พะยูงหรือไม้ประดู่ แสดงถึงความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายที่ลึกซึ้งและงดงาม
และห้องสุดท้าย “จากชุมชนก่อนประวัติศาสตร์สู่สังคมเมืองแรกเริ่ม” นำเสนอหลักฐานการพัฒนาเมืองของมนุษย์ในลุ่มน้ำแควน้อย-แควใหญ่ ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากชุมชนขนาดเล็ก สู่สังคมที่มีการค้าขายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับดินแดนภายนอก — ก่อนจะกลายมาเป็น “ปราสาทเมืองสิงห์” อันยิ่งใหญ่ในยุคต่อมา
เมื่อเดินชมครบทั้งสามชั้น อย่าลืมออกไปด้านหลังอาคาร จะพบ “สกายวอล์ก” เล็กๆ ที่ทอดตัวสู่ธรรมชาติ เปิดมุมมองสู่ทิวทัศน์รอบๆ ซึ่งยังคงอุดมสมบูรณ์ และอย่าพลาดมุมเช็คอินหน้าพิพิธภัณฑ์ สีสันอบอุ่นแบบดินธรรมชาติ เหมาะกับการเก็บภาพเป็นที่ระลึก
“พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า” ตั้งอยู่ที่ ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรีเปิดให้บริการวันพุธ–อาทิตย์ เวลา 09.00–16.00 น. (หยุดวันจันทร์–อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) โทรศัพท์ : 0-3454-0671


