รัฐบาลเตรียมทบทวนมาตรการ “ฟรีวีซ่า” เพราะปัญหาเยอะเกิน จาก “นักท่องเที่ยวเรื้อน” ทั้งลักลอบทำงาน ทั้งสร้างวีรกรรมแสบ จนคนไทยถึงกับต้องส่ายหัว กูรูชี้ เครื่องมือคัดกรอง “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” มีครบอยู่แล้ว ขอแค่กล้าจัดการอย่าง “จริงจัง”
** “3 ชาติตัวท็อป” สร้างวีรกรรมเรื้อน **
คนไทยถึงกับส่ายหัว เมื่อ “นักท่องเที่ยว”สาวต่างชาติ รายนึงทำ “คอนเทนต์”เอาของกินในร้านสะดวกซื้อมา “เทเล่น”กลางร้าน
ทั้งหยิบขนมบนชั้นมาฉีกเทลงพื้น แถมเอานมสดอีก 2 ขวดในตู้แช่ มาเทราดตัวเอง จนสภาพร้าน เละเทะไปหมด เดือดร้อนถึงพนักงานให้ต้องมาเก็บกวาดให้
นี่เป็นเพียงแค่ 1 ตัวอย่าง “วีรกรรมเรื้อนๆ” จากนักท่องเที่ยวต่างชาติไร้คุณภาพ ยังมีเคสชวนปวดหัวอีกมาก โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยว
{สาวฝรั่งทำคอนเทนต์เรื้อน กลางร้านสะดวกซื้อ}
อย่าง “ภูเก็ต”ก็มีทางเพจ “Phuket Times ภูเก็ตไทม์” ออกมาโพสต์แฉ “นักท่องเที่ยว 3 ชาติตัวท็อป” ที่ชอบสร้างวีรกรรม จนคนแถบนั้นอยากจะเบือนหน้าหนี
ชาติแรกที่มาแรงสุดๆ คือ “อิสราเอล”ที่เวลาเข้าที่พัก หรือโรงแรม ชอบกุเรื่องว่า “ของหาย”แต่พอที่พักเรียกตำรวจมาตรวจสอบจริงๆ กลับทำเป็นอ้อมๆ แอ้มๆ
ต่อมาคือ “อินเดีย” ที่ “ชอบหาเรื่อง” โวยวาย จนได้เห็นข่าว-เห็นคลิปกันบ่อยๆ ว่า มีนักท่องเที่ยวชาตินี้ ปะทะคารมกับคนไทย อีกทั้งยังชอบจองโรงแรมแบบห้องเดียว แต่แอบอัดเข้าไปพักจริงถึง 4-5 คน
อีกชาติที่เหลี่ยมพอๆ กัน ก็คือ “รัสเซีย”ที่ชอบ “ชักดาบ” กินไม่จ่าย โดยอ้างว่า อาหารไม่ถูกปาก แต่กินหมดไปแล้ว
ยังมีพวกที่ “แอบเข้ามาทำงาน” แอบเปิดธุรกิจแบบผิดกฎหมาย แย่งอาชีพคนไทย อย่าง ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านสัก โดยใช้ “คนไทย” เป็น “นอมินี”บังหน้า
{อาศัยฟรีวีซ่า แอบทำงาน เปิดธุรกิจแบบผิดกฎหมาย}
ทั้งหมดนี้ หลายคนในสังคมไทย เห็นตรงกันว่า ปัญหามันมาจาก “ฟรีวีซ่า”ของไทย ที่ปล่อยให้คนเข้ามาง่ายเกินไป
โดยทุกวันนี้ ประเทศเราปล่อยฟรีให้ชาวต่างชาติ ทั้งหมด “93 ประเทศ” เข้ามาเที่ยวได้ยาวถึง “60 วัน” โดย “ไม่ต้องขอวีซ่า”
ล่าสุดทาง “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาบอกว่า ตอนนี้รัฐบาลอยู่ระหว่าง “ทบทวน”ว่าจะ “ยกเลิก” มาตรการฟรีวีซ่า 60วันนี้
หลังประกาศใช้มาได้สักระยะ แล้วเจอปัญหาเรื้อรังอย่างพฤติกรรมนักท่องเที่ยว “ไม่พึงประสงค์” โดยตอนนี้กำลังรวบรวมข้อมูล และหารือกันว่าควรปรับยังไง เพื่อลดปัญหาตรงนี้
ถามว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะกระทบต่อภาพรวมธุรกิจท่องเที่ยวไทยแค่ไหน? คนในแวดวงนี้อย่าง “อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์”เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ช่วยวิเคราะห์ไว้ว่า “ไม่มีผลขนาดนั้น”
เพราะมาตรการแรกเริ่ม น่าจะ “ไม่ใช่ตัดฟรีวีซ่า”ทิ้งไปเลย แต่คือการ “ยกเลิกของเก่า”จากที่เปิดให้เข้ามาเที่ยวไทยได้ “60 วัน” โดยไม่ต้องขอวีซ่า มาใช้ “นโยบายใหม่”ที่ตอนนี้กำลังคุยกันอยู่ว่า อาจลดให้เหลือแค่ “30 วัน”แทน
“พอดีผมเพิ่งเข้าพบรัฐมนตรีมา เขาต้องยกเลิกไอ้ตัว 60 วัน แต่เขาจะมีอีก มาตรการนึง มารองรับนะครับ”
“เช่น จาก 60 วัน เป็น 30 วัน แต่ว่าการลด ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ แล้วไปลดได้เลย มันก็ต้องยกเลิกของเก่า แล้วก็ออกประกาศราชกิจจาฯ ของใหม่ ขึ้นมารองรับ”
{“อดิษฐ์” จาก สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว}
คาดว่ามาตรการ “ลดวันฟรีวีซ่า” จะไม่กระทบภาพรวมเดิม เพราะดูจากสถิตินักท่องเที่ยวกว่า “90%” เข้าอยู่ในไทย “ไม่ถึง 30 วัน”
โดยเฉพาะชาวยุโรป ที่เป็นลูกค้าหลักของไทย พวกเขาอยู่ไทยแค่ 14-15 วันเท่านั้น แต่อาจจะมีปัญหาบ้างในชาวต่างชาติที่ “เข้ามารักษาตัว” ในโรงพยาบาลไทย หรือ “เข้ามาเรียน”
ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องอยู่ไทยเป็นหลัก 1-2 เดือน แต่ก็ไม่ได้น่ากังวล เพราะถ้ามีความจำเป็นลักษณะนี้ จะต้องเข้ามาด้วย “วีซ่าเฉพาะ” ที่ออกมารับรองต่างหากอยู่แล้ว
“เพราะงั้น โดยหลักการแล้ว เชื่อว่าแทบจะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อมาตรการที่กำลังจะพิจารณาเรื่องวีซ่า เพราะว่าถ้าเกิดเราลงกลุ่มเป้าหมายไปว่า เราจะเอาวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเดียว
นักท่องเที่ยวกว่า 90% เขาอยู่ไม่เกิน 15 วันอยู่แล้ว เราลดจาก 60 เหลือ 30 มันแทบจะไม่มีผล”
** เครื่องมีแล้ว ขอแค่ทำจริง **
แนวทางที่ไทยหันมา “ทบทวน” เรื่อง “ฟรีวีซ่า” รอบนี้ ก็เพื่อแก้ปัญหาคนใช้ช่องโหว่ตรงนี้ “ลักลอบเข้ามาทำงาน” ในคราบนักท่องเที่ยว และหวัง “คัดกรองคุณภาพ” ผู้มาเยือนไปพร้อมๆ กัน
คำถามคือระบบจะควบคุมได้แค่ไหน? เกี่ยวกับเรื่องนี้ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว มองว่า ถ้าเอาเครื่องมือที่มีอยู่ มาใช้ให้เป็นประโยชน์ ก็จะควบคุมได้จริง
อย่างตัว “Thailand Digital Arrival Card (TDAC)” ที่ให้ชาวต่างชาติ ขอยื่นแบบฟอร์มออนไลน์ ให้ “สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)” ของไทย ตรวจสอบข้อมูลก่อนมาถึง ด่าน ตม.ที่ไทย
โดยจะดูตั้งแต่ ข้อมูลส่วนตัว พาสปอร์ต ข้อมูลการเดินทาง แหล่งที่พัก รวมถึงจุดประสงค์ในการเดินทาง ซึ่งถ้าใช้ AI ตรงนี้ ก็จะช่วยคัดกรองได้เบื้องต้น
คือตรวจสอบได้ว่า นักท่องเที่ยวคนนี้มาไทยบ่อยแค่ไหน เคย “กระทำผิด” อะไรบ้าง หรือกระทั่ง “ความถี่” ในการเดินทางเข้า-ออกประเทศ
จุดนี้เองที่จะสามารถ “อุดช่องโหว่” การแอบเข้ามาทำงาน โดยอาศัยฟรีวีซ่า ที่ชอบใช้มุกเดิมๆ คือ พอใกล้ถึงกำหนด 60 วัน ก็ออกไปลาว ไปพม่า แล้วกลับมาไทยใหม่ เพื่อต่ออายุฟรีวีซ่า
“มันก็สามารถสกรีนได้ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว เพราะงั้น บุคคลที่ไม่พึงประสงค์ เช่น คนที่เข้ามา แล้วจะแอบมาลักลอบทำงาน
หรือคนที่เคยมีประวัติเข้ามาแล้ว แล้วก็อยู่เกินกำหนดพวกนี้ เราสามารถที่จะสกรีน แล้วคัดกรองเขาได้ ก็จะไม่มีปัญหา”
จริงๆ แล้ว โมเดลการตรวจสอบแบบนี้ ในต่างประเทศเขาก็ใช้กัน อย่างที่ “เกาหลีใต้” มี “K-ETA” หรือ “ญี่ปุ่น” มี “JESTA” ที่กำลังจะประกาศใช้ในอีก 2 ปีข้างหน้า
ถามว่าจะ “คัดกรองจากพฤติกรรม” ยังไง? คำตอบคือ ถ้าเข้ามาอย่างถูกกฎหมาย ประวัติขาวสะอาด เราก็ต้องให้เขาเข้าประเทศ ไม่ใช่ว่าจะทำอะไรไม่ได้เลย
แต่ถ้าเจอนักท่องเที่ยวประเภท“ก่อวีรกรรมแสบ” เราก็สามารถกำหนดชื่อให้ติดใน “แบล็กลิสต์” เอาไว้ได้เลย เพื่อไม่ให้เข้าประเทศไทยได้อีก
โดยทุกวันนี้ เกณฑ์ที่จะขึ้น “บัญชีดำ” ของ “ตม.ไทย” ก็มี 2 ด้านหลักๆ คือ “เข้าเมืองผิดกฎหมาย” กับ “ความผิดด้านอาชญากรรม” คือถ้ามีคดีความติดตัว หรือมาก่อคดีในไทย อันนี้โดนแน่ๆ
ส่วนความผิดพวก “ลหุโทษ” อย่างประเภททะเลาะวิวาท ก่อความเดือดร้อนรำคาญ มันก็สามารถ “ตรวจสอบได้”
ถ้าตอนเกิดเรื่อง มีการ “แจ้งความ” หรือ “ลงบันทึกประจำวัน” เอาไว้ถ้าเห็นประวัติแบบนี้ เราก็สามารถปฏิเสธ ไม่ให้เข้าประเทศได้เลย
“นายนี้ พาสปอร์ตนัมเบอร์นี้ ได้มาก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญเนอะ เพราะงั้น คราวหน้า เราก็มีสิทธิ์ ที่จะไม่ให้เขาเข้าได้อยู่แล้ว ก็จะไม่มีปัญหา”
ปัญหาพฤติกรรมแย่ๆ จากนักท่องเที่ยว เราแทบไม่ต้องออกมาตรการอะไรใหม่เลย เพราะมีเครื่องมือ ที่ค่อนข้างครบอยู่แล้วในการจัดการ
แต่ปัญหาคือ มันถูกใช้งานจริงๆ แค่ไหนมากกว่า นี่แหละคือสิ่งที่กูรูด้านการท่องเที่ยวรายนี้ วิเคราะห์เอาไว้ว่า คือ “จุดอ่อน” ของประเทศเรา
ดังนั้น นอกจากการใช้เครื่องมือที่มีอย่างจริงๆ จังๆ แล้ว สิ่งที่จะช่วยลดปัญหาพฤติกรรมแย่ๆ ของผู้มาเยือนได้ก็คือ การทำให้ชาวต่างชาติเข้าใจ “กฎระเบียบ” และ “มารยาททางสังคม” ของไทย
“เรามีปัญหาเรื่อง Law Enforcement (การบังคับใช้กฎหมาย) ตลอดเนอะ ก็เห็นอยู่ว่า เรามีวงเล็บเสมอ (ข้อยกเว้น) อันนี้มันเป็นจุดอ่อนของประเทศไทยตลอด”
สกู๊ป : ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ : TilTok @gipsyjesus999
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **


