“มีประจำเดือน ทำไมถึงท้องเสีย?”
1) คำอธิบายสั้น ๆ
อาการท้องเสียช่วงมีประจำเดือน พบได้จริงและค่อนข้างพบบ่อย โดย MedlinePlus ระบุว่าอาการปวดประจำเดือนอาจมีอาการร่วม เช่น คลื่นไส้ ท้องเสีย และปวดศีรษะ ได้ และ Office on Women’s Health ก็ระบุว่า PMS อาจมีอาการทางกาย เช่น ท้องผูกหรือท้องเสีย ได้เช่นกั
2) ทำไมถึงท้องเสียตอนมีประจำเดือน?
สาเหตุสำคัญเกี่ยวข้องกับสารชื่อ พรอสตาแกลนดิน (prostaglandins) ซึ่งร่างกายสร้างขึ้นในมดลูกช่วงมีประจำเดือน สารนี้ทำให้มดลูก บีบตัวและคลายตัว จนเกิดอาการปวดบิดประจำเดือน
ข้อสันนิษฐานทางสรีรวิทยาที่ใช้กันทั่วไป คือ เมื่อพรอสตาแกลนดินมีมากขึ้น อาจส่งผลให้ลำไส้บีบตัวมากขึ้นด้วย จึงทำให้อุจจาระเหลว ถ่ายบ่อย หรือปวดท้องร่วมได้ โดยข้ออธิบายนี้สอดคล้องกับข้อมูลทางการที่ระบุทั้งเรื่อง พรอสตาแกลนดิน และอาการร่วมอย่าง ท้องเสีย
3) อาการที่มักมาด้วยกัน
* ปวดบิดท้องน้อย
* ถ่ายเหลว / ถ่ายบ่อย
* คลื่นไส้
* ปวดหลัง
* ปวดศีรษะ
อาการเหล่านี้มักเกิดพร้อมกับช่วงเริ่มมีประจำเดือนหรือใกล้มีประจำเดือน
4) บางคนเป็นเพราะ PMS ได้ด้วย
นอกจากช่วงมีประจำเดือนแล้ว ช่วงก่อนมีประจำเดือนก็อาจมีอาการท้องเสียได้ เพราะอาการของ PMS สามารถรวมถึง ท้องผูกหรือท้องเสีย ท้องอืด และปวดเกร็ง ได้เช่นกัน
5) ถ้าท้องเสียมาก อาจไม่ได้มาจากประจำเดือนอย่างเดียว
ถ้าอาการรุนแรงหรือผิดปกติ อาจต้องคิดถึงโรคอื่นร่วมด้วย เช่น
* เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) ซึ่งอาจทำให้มี ปวดขณะถ่าย ปวดลำไส้ ท้องเสีย ท้องผูก หรือท้องอืด โดยเฉพาะช่วงมีประจำเดือน
6) ดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างไร?
* ดื่มน้ำให้พอ ชดเชยการสูญเสียน้ำจากการถ่าย
* พักผ่อนให้เพียงพอ
* ใช้ถุงน้ำร้อนหรือแผ่นประคบร้อนที่ท้องน้อย
* ออกกำลังกายเบา ๆ หากไหว
* ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ibuprofen หรือ naproxen อาจช่วยลดอาการปวดประจำเดือน เพราะช่วยลดผลของพรอสตาแกลนดินได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงหากมีข้อห้ามใช้ และถ้าไม่แน่ใจควรถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
7) เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?
ควรพบแพทย์ถ้า
* ปวดมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน
* ใช้วิธีดูแลตัวเองหรือยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น
* ปวดประจำเดือนรุนแรงขึ้นแบบผิดปกติ
* เริ่มปวดรุนแรงครั้งแรกหลังอายุ 25 ปี
* มีไข้ร่วมด้วย
* ปวดแม้ไม่ได้อยู่ในช่วงมีประจำเดือน
* มีอาการถ่ายรุนแรงมาก อ่อนเพลียมาก หรือสงสัยว่าไม่ใช่อาการจากประจำเดือนธรรมดา


