xs
xsm
sm
md
lg

ทำอย่างไรไม่ให้ “ตู้เย็นเหม็น”?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



7 วิธีง่าย ๆ ช่วยให้ตู้เย็นสะอาด อาหารสด และลดกลิ่นไม่พึงประสงค์

กลิ่นเหม็นในตู้เย็นมักเกิดจาก อาหารบูด น้ำอาหารหก อาหารที่มีกลิ่นแรง ภาชนะปิดไม่สนิท และคราบที่สะสมตามชั้นหรือขอบยางประตู การทำความสะอาดและจัดเก็บอาหารให้ถูกวิธีช่วยลดกลิ่นและยังช่วยเรื่องความปลอดภัยของอาหารด้วย (FSIS)

🧹 1. เช็กอาหารทุกสัปดาห์

นำอาหารที่เสีย ขึ้นรา หรือมีกลิ่นผิดปกติออกจากตู้เย็นทันที
อาหารเหลือปรุงสุกโดยทั่วไปไม่ควรเก็บไว้นานเกินประมาณ 3–4 วัน (FSIS)

🥡 2. ปิดอาหารให้มิดชิด

เก็บอาหารใน กล่องที่มีฝาปิดหรือถุงปิดสนิท โดยเฉพาะอาหารกลิ่นแรง เช่น ปลา อาหารทะเล ทุเรียน น้ำพริก หรือของหมักดอง เพื่อไม่ให้กลิ่นกระจายไปทั่วตู้เย็น (U.S. Food and Drug Administration)

🧽 3. เช็ดทันทีเมื่ออาหารหก

นม น้ำแกง น้ำเนื้อสัตว์ หรืออาหารหกควรเช็ดทันที เพราะคราบอาหารที่ตกค้างทำให้เกิดกลิ่นและเพิ่มโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคได้ (U.S. Food and Drug Administration)

❄️ 4. คุมอุณหภูมิไม่เกิน 4°C

ตู้เย็นควรมีอุณหภูมิ 4°C หรือต่ำกว่า เพื่อชะลอการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์และช่วยให้อาหารเก็บได้นานขึ้น (U.S. Food and Drug Administration)

🌬️ 5. อย่าอัดของแน่นเกินไป

ควรเว้นพื้นที่ให้อากาศเย็นไหลเวียนรอบอาหาร ถ้าตู้เย็นแน่นเกินไป ความเย็นอาจกระจายได้ไม่ทั่วถึงและอาหารบางส่วนอาจเสียเร็วขึ้น (U.S. Food and Drug Administration)

🧂 6. ใช้เบกกิ้งโซดาช่วยดูดกลิ่น

USDA แนะนำว่าสามารถวาง เบกกิ้งโซดาในภาชนะเปิด ไว้ในตู้เย็นเพื่อช่วยลดกลิ่นได้ และควรเปลี่ยนเมื่อประสิทธิภาพลดลง (FSIS)

🧼 7. ล้างตู้เย็นเป็นประจำ

นำชั้นวางและลิ้นชักออกมาล้าง ใช้น้ำอุ่นและน้ำยาล้างจานอ่อน ๆ เช็ดด้านใน แล้วล้างหรือเช็ดน้ำสะอาดอีกครั้ง โดยอย่าลืมบริเวณ ขอบยางประตูและซอกต่าง ๆ (FSIS)

ถ้าตู้เย็น “เหม็นมาก” ทำอย่างไร?

1. ทิ้งอาหารที่เสียหรือสงสัยว่าเสียทั้งหมด
2. ล้างชั้น ลิ้นชัก และด้านในตู้ให้สะอาด
3. เช็ดด้วยน้ำผสมน้ำส้มสายชูในอัตราส่วนเท่า ๆ กันได้ในกรณีที่ยังมีกลิ่นตกค้าง
4. วางเบกกิ้งโซดาหรือกากกาแฟสดในภาชนะเปิดเพื่อช่วยดูดกลิ่น
5. เปิดประตูตู้ไว้เพื่อระบายอากาศหลังทำความสะอาด หากตู้ไม่มีอาหารอยู่ภายใน (FSIS)

⚠️ จำไว้

กลิ่นหอมไม่ได้แปลว่าอาหารปลอดภัย
อาหารบางชนิดอาจมีเชื้อก่อโรคได้แม้ไม่มีกลิ่นหรือรูปลักษณ์ผิดปกติ ดังนั้นควรดูวันเก็บรักษา อุณหภูมิ และความสะอาดร่วมด้วย (U.S. Food and Drug Administration)