xs
xsm
sm
md
lg

ด่วน! เรือสินค้าติดธงไทยโดนโจมตีใกล้ช่องแคบเฮอร์มุซ ลูกเรือ 23 คนลอยคอรอช่วยเหลือ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เกิดเหตุระทึกในน่านน้ำทะเลอาหรับ หลังเรือสินค้าติดธงชาติไทยถูกอาวุธไม่ทราบฝ่ายโจมตี จนห้องเครื่องยนต์ท้ายเรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่งผลให้เรือสูญเสียการควบคุม และลูกเรือทั้งหมดจำเป็นต้องสละเรือเพื่อเอาชีวิตรอด ขณะนี้อยู่ระหว่างรอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
.
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกเปิดเผยโดย วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร ซึ่งโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า เรือสินค้าไทยชื่อ MAYUREE NAREE ซึ่งติดธงชาติไทย ถูกโจมตีบริเวณทะเลอาหรับหลังจากเดินเรือผ่านช่องแคบเฮอร์มุซ โดยกระสุนหรืออาวุธที่ใช้โจมตีพุ่งเข้าใส่บริเวณห้องเครื่องท้ายเรือ ทำให้ระบบขับเคลื่อนเสียหายและไม่สามารถควบคุมเรือได้
.
ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ของวันที่ 11 มีนาคม 2569 โดยบริษัทเจ้าของเรือแจ้งเหตุฉุกเฉินว่าเรือสินค้า MAYUREE NAREE หมายเลข IMO 9323649 สัญญาณเรียกขาน HSGM ซึ่งกำลังเดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) มุ่งหน้าไปยังเมืองกันดลา ประเทศอินเดีย ถูกอาวุธไม่ทราบฝ่ายโจมตีระหว่างเดินเรือในทะเลอาหรับ หลังจากผ่านช่องแคบเฮอร์มุซได้ไม่นาน
.
ผลจากการโจมตีทำให้ห้องเครื่องยนต์บริเวณท้ายเรือได้รับความเสียหายรุนแรง ระบบการควบคุมเรือหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง ส่งผลให้กัปตันเรือจำเป็นต้องตัดสินใจสั่งให้ลูกเรือทั้งหมดสละเรือเพื่อความปลอดภัย โดยในขณะเกิดเหตุมีลูกเรืออยู่บนเรือรวมทั้งสิ้น 23 คน
.
เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าอาวุธที่ใช้โจมตีมาจากฝ่ายใด และยังไม่มีรายงานยืนยันถึงผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือไทยได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และกำลังประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้ความช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 23 ชีวิตที่ต้องลอยคออยู่กลางทะเล
.
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ทะเลอาหรับซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของการค้าระหว่างประเทศ และอยู่ใกล้กับ ช่องแคบเฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลที่สำคัญของโลก ทำให้เหตุการณ์โจมตีเรือพาณิชย์ในพื้นที่ดังกล่าวมักถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากนานาชาติ
.
ขณะเดียวกันหน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเลกำลังเร่งตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์ รวมทั้งพยายามระบุแหล่งที่มาของการโจมตี เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อเส้นทางเดินเรือและความปลอดภัยของเรือพาณิชย์ในภูมิภาคต่อไป