30 มกราคม 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ออกมาเปิดใจอย่างตรงไปตรงมาในรายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” ถึงข้อกล่าวหาที่ถูกมองว่าเป็นนักการเมืองหักหลังทุกฝ่าย เปรียบเปรยเป็นลิโป้แห่งสามก๊ก โดยยืนยันหนักแน่นว่าไม่เคยทรยศใคร พร้อมเล่าย้อนเส้นทางการเมืองตั้งแต่ก่อนก้าวเข้าสู่เวทีอำนาจ ว่าเป็นคนที่รู้จักนักการเมืองทุกพรรค และยึดหลักใจถึงพึ่งได้มาโดยตลอด
.
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การเข้าสู่การเมืองไม่ได้เกิดจากการถูกชักนำโดย 3 ป. หากแต่มีผู้ใหญ่ที่ตนเคารพ ซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้ดูแลและให้โอกาสมาตั้งแต่ต้น จนถึงช่วงตั้งพรรคพลังประชารัฐ และย้ำว่าชีวิตทางการเมืองที่เดินมาได้จนถึงวันนี้ ล้วนมีที่มา ไม่ใช่การฉวยโอกาสหรือหักหลังใครอย่างที่ถูกกล่าวหา
.
ร.อ.ธรรมนัส ย้อนถึงเหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 และ 2557 ว่าเคยถูกควบคุมตัวและถูกเรียกรายงานตัวเช่นเดียวกับนักการเมืองคนอื่น พร้อมเล่าว่าในปี 2561 ได้รับการชวนให้เข้ามาช่วยพรรคพลังประชารัฐ และเริ่มต้นทำงานร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนจะขยับไปทำงานใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จากความเป็นห่วงกันในฐานะพี่น้องทางการเมือง
.
ร.อ.ธรรมนัสเล่าว่า ในช่วงหนึ่งของรัฐบาล มีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของกลุ่มที่เรียกว่า 5 เสือ จปร. ซึ่งประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ และแกนนำคนสำคัญในรัฐบาล แต่ต่อมาความสัมพันธ์ระหว่าง 3 ป. เริ่มเกิดรอยร้าว และตนในฐานะคนในพรรค ยืนยันว่าปฏิบัติตามคำสั่งของ พล.อ.ประวิตรทุกเรื่อง
.
เมื่อถูกถามตรงๆ ถึงกระแสข่าวการโค่นลุงตู่ ร.อ.ธรรมนัสยอมรับว่า ในช่วงสถานการณ์การเมืองตึงเครียด มีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการแก้ปัญหาประเทศ รวมถึงแนวคิดเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้นำรัฐบาล โดยยืนยันว่าเป็นเพียงการหารือ ไม่ใช่การลงมือทำจริง และสุดท้ายเห็นตรงกันว่าหากเดินหน้าจะยิ่งทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย จึงตัดสินใจยุติแนวคิดดังกล่าว
.
ร.อ.ธรรมนัสยอมรับว่า หากจะทำจริงในวันนั้น โอกาสสำเร็จมีอยู่ แต่เลือกไม่ทำ เพราะเห็นแก่ความสงบของประเทศ และได้เข้าไปกราบ พล.อ.ประยุทธ์ ที่บ้านป่ารอยต่อ เพื่อยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาคิดร้าย พร้อมฝากให้พี่น้องพูดคุยกันเอง ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน ตนก็ถูกปรับออกจากคณะรัฐมนตรี
.
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเหมือนเลือดเต็มปากที่ต้องกลืนลงท้อง แต่จำเป็นต้องออกมาพูดในวันนี้ เพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนหักหลังผู้อื่น พร้อมย้ำว่าการตัดสินใจทางการเมืองทุกครั้งมีที่มาและเหตุผล ไม่ใช่การเปลี่ยนขั้วเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
.
ร.อ.ธรรมนัสยังกล่าวถึงความสัมพันธ์กับนายทักษิณ ชินวัตร ว่าได้เข้าไปกราบลาเป็นการส่วนตัว เพื่ออธิบายสถานการณ์และยืนยันว่าไม่ได้คิดหักหลังใคร หากแต่เห็นว่าประเทศกำลังเผชิญวิกฤตหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ ความขัดแย้ง และปัญหาการเมืองที่เดินต่อไปได้ยาก
.
ในช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัสยอมรับว่า เคยถูกถามถึงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และไม่ปิดบังความฝันในชีวิตลูกผู้ชายที่เติบโตมาจากสายทหาร ว่าหากมีโอกาสและวาสนาได้ทำหน้าที่ตรงนั้น ก็พร้อมทำให้ดีที่สุด เพราะเลือดทหารยังข้นอยู่เต็มร้อย แม้จะออกจากเครื่องแบบมาแล้วก็ตาม


