14 ม.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของอดีตรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งในรัฐบาลของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 โดยมีอดีตรัฐมนตรีหลายรายที่มีตัวเลขทรัพย์สินอยู่ในระดับสูง และเป็นที่สนใจของสาธารณชน
.
ในรายของ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งมีทรัพย์สินรวมกับคู่สมรสทั้งสิ้น 117,719,385 บาท มีหนี้สิน 4,118,445 บาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินฝาก เงินลงทุน ที่ดินในเขตบางกอกน้อยซึ่งได้มาจากการให้ รวมถึงโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ขณะที่รายได้ต่อปีแจ้งรวม 648,540 บาท ส่วนใหญ่เป็นเงินบำนาญ และมีรายจ่ายต่อปี 1,588,872 บาท ทั้งนี้ ไม่ได้แจ้งว่ามีทรัพย์สินอื่นเพิ่มเติม
.
ด้านคู่สมรสคือ นางก่อกาญจน์ แจ้งมีทรัพย์สิน 38,640,510 บาท ไม่มีหนี้สิน ประกอบด้วยเงินฝาก เงินลงทุน ที่ดินในกรุงเทพมหานคร โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงยานพาหนะ พร้อมแจ้งรายได้จากดอกเบี้ยและรายจ่ายส่วนตัวตามรายการ
.
ขณะที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แจ้งสถานะโสด มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 1,198,081,953 บาท มีหนี้สิน 2,367,444 บาท โดยทรัพย์สินก้อนใหญ่ประกอบด้วยเงินให้กู้ยืมกว่า 327 ล้านบาท และที่ดินจำนวน 119 แปลง ในหลายจังหวัด รวมมูลค่ากว่า 746 ล้านบาท รวมถึงบ้านพักและห้องชุดในกรุงเทพมหานคร รถยนต์หรู และทรัพย์สินอื่น อาทิ นาฬิกาหรู Patek Philippe และพระเครื่อง ทั้งนี้ แจ้งรายได้ต่อปีรวม 6,751,800 บาท มาจากเงินเดือน ส.ส. เงินเดือนรัฐมนตรี และรายได้จากการทำไร่ พร้อมแจ้งค่าใช้จ่ายประจำปีด้านอุปโภคบริโภค
.
ส่วน น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แจ้งมีทรัพย์สินรวม 728,080,440 บาท และมีหนี้สิน 186,894,532 บาท โดยทรัพย์สินประกอบด้วยเงินฝาก เงินลงทุน เงินให้กู้ยืมกว่า 394 ล้านบาท ที่ดิน 62 แปลง โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ยานพาหนะ สิทธิและสัมปทาน รวมถึงทรัพย์สินมีค่าอื่น เช่น เครื่องประดับ นาฬิกาหรู และอาวุธปืน ขณะที่รายได้ต่อปีแจ้งรวมกว่า 396 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นรายการขายหุ้นที่ยังไม่ได้รับเงิน และมีรายจ่ายประจำปีตามที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.
.
การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินครั้งนี้ เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบความโปร่งใสของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายหลังพ้นจากตำแหน่ง ซึ่ง ป.ป.ช.จะนำข้อมูลไปใช้ประกอบการพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ต่อไป


