14 ม.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 22 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก โดยระบุว่าได้รับรายงานเหตุการณ์แล้ว และได้สั่งการให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ทันที ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียทุกคน
.
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของอุบัติเหตุได้ จำเป็นต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นทางการ โดยย้ำว่าต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าทำไมเหตุการณ์จึงเกิดขึ้นในจังหวะที่อันตรายเช่นนี้ พร้อมขออย่านำโศกนาฏกรรมดังกล่าวไปเป็นประเด็นโจมตีทางการเมือง แต่ควรให้ความสำคัญกับการเยียวยาผู้บาดเจ็บและการป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำอีก
.
นายอนุทินระบุว่า โครงการนี้เคยเกิดอุบัติเหตุมาแล้วหลายครั้ง ทั้งเหตุอุโมงค์ก่อสร้างถล่มในปีก่อน และครั้งนี้เกิดเหตุเครนล้มซ้ำ จึงต้องตั้งคำถามถึงมาตรฐานการก่อสร้างและการปฏิบัติตามแบบ หากไม่มีการละเลยหรือข้ามขั้นตอน เหตุลักษณะนี้ย่อมไม่ควรเกิดขึ้น พร้อมย้ำว่าความผิดอาจไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องตรวจสอบทุกระดับ ตั้งแต่ผู้รับเหมา ผู้ควบคุมงาน ไปจนถึงหน่วยงานผู้ว่าจ้าง
.
ในประเด็นการเดินหน้าก่อสร้าง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตามหลักปฏิบัติ เมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ผู้รับเหมาจะต้องยุติการก่อสร้างและจัดทำรายงาน พร้อมแผนชดใช้ความเสียหาย ซึ่งมีบทลงโทษและค่าปรับตามสัญญาอยู่แล้ว การหยุดงานย่อมส่งผลให้รัฐเสียหายในด้านระยะเวลา แต่ไม่กระทบงบประมาณเพิ่มเติม ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการหาสาเหตุที่แท้จริงและกำหนดผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน
.
เมื่อถูกถามถึงการเพิ่มบทลงโทษผู้ประกอบการ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย โดยเฉพาะอำนาจของกระทรวงคมนาคมและกรมบัญชีกลางในการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา ซึ่งที่ผ่านมาเคยติดข้อจำกัดทางกฎหมาย พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมผู้ประกอบการรายเดิมที่มีประวัติเกิดอุบัติเหตุซ้ำซากจึงยังได้รับงานต่อ พร้อมย้ำว่ากรมบัญชีกลางต้องชี้แจงให้สังคมได้รับทราบ นอกจากนี้ ยังเห็นด้วยกับแนวคิด “สมุดพกผู้รับเหมา” ที่เคยเสนอไว้ก่อนหน้านี้ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมแนวทางดังกล่าวจึงยังไม่ถูกนำมาใช้จริง โดยมองว่าควรปรับปรุงกฎหมายให้สามารถ “ปิดชื่อ แต่พิจารณาพฤติกรรม” เพื่อป้องกันการฟ้องร้องตอบโต้และคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ
.
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องของหลักวิศวกรรม ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ การที่เครนถล่มต้องตรวจสอบอุปกรณ์ทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง ลูกปืน หรือความเสื่อมสภาพของวัสดุ ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ทางเทคนิค หากพบความบกพร่องก็ต้องถือเป็นความผิดชัดเจน พร้อมย้ำว่าทั้งภาครัฐและเอกชนต้องทบทวนอย่างรอบคอบก่อนว่าจ้างหรือรับงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้
.
สำหรับการรับผิดชอบในระดับองค์กร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เพราะมีขั้นตอนการอนุมัติและการตรวจการจ้างครบถ้วน พร้อมระบุว่าได้มอบหมายให้นายพิพัฒน์เป็นผู้ดำเนินการในทุกมิติ และยอมรับว่าสถานการณ์ครั้งนี้อาจส่งผลต่อการพิจารณาบทบาทของผู้บริหารระดับสูง เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนโดยตรง
.
ท้ายที่สุด นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกระแสการเมืองที่อาจหยิบยกเหตุการณ์ดังกล่าวไปโจมตีว่าไม่สามารถห้ามได้ แต่ขอให้แยกแยะให้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องเทคนิคและความปลอดภัยของประชาชน ไม่ใช่เวทีการเมือง พร้อมตั้งคำถามกลับว่า จังหวัดนครราชสีมามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคใดมากที่สุด และจะโยนความรับผิดให้พรรคอื่นไม่ได้ พร้อมย้ำว่าอย่าฉวยโอกาสจากความสูญเสียของประชาชนมาเล่นการเมือง


