xs
xsm
sm
md
lg

ภาคประชาสังคมซัด ICRC รู้เห็นเป็นใจให้รัฐบาลพม่าใช้ภาพเยี่ยมซูจีเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online - กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคม (CSO) 155 แห่ง จากทั้งในพม่า ระดับภูมิภาค และนานาชาติ ได้ออกจดหมายเปิดผนึกร่วมถึงคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ประณามหน่วยงานด้านมนุษยธรรมที่ปล่อยให้การเข้าเยี่ยมอองซานซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐที่ถูกควบคุมตัว เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ถูกรัฐบาลทหารพม่านำไปใช้โฆษณาชวนเชื่อ

องค์กรที่ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึกได้กล่าวหา ICRC ว่าประนีประนอมต่อหลักการปฏิบัติงานของตนด้วยการนิ่งเงียบ ในขณะที่รัฐบาลพม่าใช้การเข้าเยี่ยมของอาร์โนลด์ เดอ แบค ผู้แทน ICRC ประจำพม่า เป็นเครื่องมือในการสร้างภาพลวงของความชอบธรรมและความปกติสุขต่ออาเซียนและประชาคมระหว่างประเทศ

จดหมายเปิดผนึกได้เน้นย้ำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการเข้าพบซูจีในวันที่ 3 สิงหาคม ในกรุงเนปีดอ โดยชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลพม่าได้เผยแพร่ภาพถ่ายที่คัดเลือกมาแล้วที่แสดงให้เห็นถึงการจับมือและเค้กวันเกิด ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ ICRC จะออกคำแถลงสั้นๆ เพื่อยืนยันการพบปะนั้น

“การพบหารือดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การมีส่วนร่วมด้านมนุษยธรรมในพม่ามีความเสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองโดยรัฐบาลทหารมากขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลทหารได้เผยแพร่การพบปะกันเป็นอย่างแรก และปล่อยภาพถ่ายที่คัดเลือกมาเป็นอย่างดีทั้งการจับมือและเค้กวันเกิด เพื่อสร้างภาพลวงของความปกติสุข หลังจากโฆษณาชวนเชื่อนี้ถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว ICRC จึงออกคำแถลงยืนยันสั้นๆ ตอบกลับ” องค์กรภาคประชาสังคม 155 แห่ง ระบุในคำแถลงร่วม

องค์กรภาคประชาสังคมยังได้วิพากษ์วิจารณ์การปกป้องความลับอย่างเข้มงวดของ ICRC โดยระบุว่าการไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับสุขภาพ สถานที่อยู่ หรือสภาพความเป็นอยู่ของซูจี ในขณะที่ปล่อยให้รัฐบาลทหารจัดฉากถ่ายภาพ ได้เปลี่ยนความเป็นกลางให้กลายเป็นการสมรู้ร่วมคิดในการละเมิดสิทธิมนุษยชน

กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมยังวิพากษ์วิจารณ์หลักการของ ICRC เกี่ยวกับมนุษยธรรมและความเป็นกลาง โดยกลุ่มระบุว่าหลักการความเป็นกลางและการเจรจาแบบลับเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงานที่รับใช้มนุษยธรรม ไม่ใช่เพื่อปกป้องผู้ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ กลุ่มยังยื่นข้อเรียกร้องต่อ ICRC โดยขอให้ ICRC ยอมรับอย่างเป็นทางการว่าการเจรจาแบบปิดกับรัฐบาลทหารนั้นล้มเหลว และประณามการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบดังกล่าว

กลุ่มยังเรียกร้องการเข้าถึงผู้ถูกคุมขังรายอื่นๆ โดยไม่ถูกขัดขวาง อำนวยความสะดวกในการติดต่อกับครอบครัว และปฏิเสธการมีส่วนร่วมในการโฆษณาชวนเชื่อ โดยปฏิเสธการเข้าร่วมในกิจกรรมการพบปะหรือการถ่ายภาพที่จัดฉากขึ้นในอนาคต ที่จะทำให้รัฐบาลทหารสามารถนำไปใช้อ้างความชอบธรรมทางการเมืองได้

ในส่วนท้ายของจดหมายเปิดผนึก องค์กรภาคประชาสังคม 155 แห่ง ได้เรียกร้องให้ ICRC อธิบายว่าตนจะรับผิดชอบต่อตัวอองซานซูจี ผู้ซึ่งสหประชาชาติยังคงให้การรับรองว่าเป็นผู้นำที่ชอบธรรมของพม่า และชาวพม่าโดยรวมได้อย่างไร และกลุ่มผู้ลงนามยังเรียกร้องให้ ICRC กำหนดมาตรการคุ้มครองการปฏิบัติงานที่รัดกุมในทันที เพื่อให้แน่ใจว่าการเข้าเยี่ยมด้านมนุษยธรรมในอนาคตจะไม่ถูกบิดเบือนเพื่อยืดอายุการปกครองของทหาร หรือบ่อนทำลายเจตจำนงค์ทางประชาธิปไตยของประชาชนชาวพม่า.