xs
xsm
sm
md
lg

อุตุฯ เวียดนามคาดเอลนีโญทวีความรุนแรงช่วงปลายปี เตือนวางแผนบริหารน้ำทั่วประเทศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online - หน่วยงานด้านสภาพอากาศของเวียดนามระบุว่ามีโอกาส 81% ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะทวีความรุนแรงมากตั้งแต่เดือนต.ค. ถึงเดือนธ.ค.ปีนี้ ที่ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศสุดขั้วและความท้าทายในการบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ

ศูนย์พยากรณ์อุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาแห่งชาติของเวียดนามรายงานว่าปัจจุบันปรากฏการณ์เอลนีโญ-ความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้ หรือ ENSO อยู่ในระยะอุ่น โดยมีความผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางที่ 1.3 องศาเซลเซียส ในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนก.ค.

ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า คาดว่าเอลนีโญจะทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีโอกาส 90% ที่จะทวีความรุนแรงถึงระดับรุนแรงมาก และตั้งแต่เดือนพ.ย. 2569 ถึงเดือนม.ค. 2570 ความน่าจะเป็นจะเพิ่มขึ้นเป็น 95%

เนื่องจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ จำนวนดีเปรสชั่นเขตร้อนและพายุโซนร้อนในทะเลเวียดนามตะวันออกจนถึงเดือนม.ค.ปีหน้า มีแนวโน้มที่จะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว

หน่วยงานคาดการณ์ว่าระหว่างเดือนส.ค.-ต.ค. ปีนี้ อาจมีพายุเข้าสู่ทะเลเวียดนามตะวันออก ประมาณ 6.8 ลูก โดย 2.7 ลูกขึ้นฝั่ง และตั้งแต่เดือนพ.ย. ถึงเดือนม.ค. อาจมีพายุเกิดขึ้นในพื้นที่ทะเลประมาณ 2.8 ลูก โดยขึ้นฝั่ง 1.1 ลูก

แต่ถึงแม้จะคาดการณ์ว่าจะมีพายุน้อยลงในฤดูกาลนี้ แต่หน่วยงานด้านสภาพอากาศของประเทศเตือนว่าอาจเกิดพายุรุนแรงได้

หน่วยงานยังระบุเพิ่มเติมว่าคลื่นความร้อนอาจทวีความรุนแรงขึ้นในภาคกลางของเวียดนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่จ.แท็งฮว้า ถึงจ.เว้ และตามแนวชายฝั่งภาคกลางตอนใต้ ตั้งแต่เดือนส.ค.-ก.ย.

จำนวนวันที่อากาศร้อนในภาคกลางจะเกินทั้งค่าเฉลี่ยระยะยาวและช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568

ตั้งแต่เดือนพ.ย. เป็นต้นไป อากาศเย็นอาจเพิ่มความรุนแรงและถี่ขึ้น แต่จำนวนวันที่อากาศหนาวจัดจะยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

ศูนย์พยากรณ์อุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาแห่งชาติคาดการณ์ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศจะสูงกว่าปกติ 0.5-1.5 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในช่วงเดือนต.ค. 2569 ถึงเดือนม.ค. 2570 อาจมีบางพื้นที่อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียสหรือมากกว่านั้น

รูปแบบปริมาณน้ำฝนก็คาดว่าจะเปลี่ยนแปลงไป โดยคาดว่าจะมีฝนตกปานกลางถึงหนักทั่วประเทศตั้งแต่เดือนส.ค. ถึงเดือนต.ค. และฝนตกหนักในภาคกลางของเวียดนามตั้งแต่เดือนพ.ย. ถึงเดือนม.ค.

หน่วยงานเตือนว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะลดปริมาณน้ำฝนโดยรวม แต่ยังคงก่อให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงได้ และปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอย่างฉับพลันอาจทำให้เขื่อนเก็บน้ำเต็มอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเขื่อนขนาดเล็กและขนาดกลาง ทำให้ผู้ดูแลต้องเปลี่ยนจากการจัดการภัยแล้งเป็นการควบคุมน้ำท่วมในเวลาอันสั้น ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมเวียดนามได้เรียกร้องให้หน่วยงานท้องถิ่นสั่งการให้ผู้จัดการเขื่อนและนักลงทุนทำการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นประจำ จำกัดการกักเก็บน้ำในเขื่อนที่ไม่ปลอดภัยหรือชำรุด และเตรียมแผนปฏิบัติการที่ยืดหยุ่นสำหรับเหตุการณ์ฝนตกหนัก.