xs
xsm
sm
md
lg

พม่าเงินเฟ้อพุ่ง 25% ผลพวงวิกฤตน้ำมันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเอฟพี - ธนาคารโลกระบุว่าอัตราเงินเฟ้อของพม่าพุ่งสูงขึ้นเกือบ 25% เนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางซ้ำเติมผลกระทบจากสงครามกลางเมืองของประเทศ

ธนาคารโลกยังได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตสำหรับปีงบประมาณที่เริ่มต้นในเดือนเม.ย. โดยอ้างถึงสภาพแวดล้อมภายนอกที่ไม่เอื้ออำนวย

พม่าอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองมาตั้งแต่กองทัพยึดอำนาจในการรัฐประหารเมื่อปี 2564 ที่ส่งผลให้ประเทศตกอยู่ในความไม่มั่นคงมานานกว่าครึ่งทศวรรษ และทำให้ประชาชนกว่า 50 ล้านคนต้องกลับไปสู่ความยากจน

พม่านำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 90% ที่ส่งผลให้พม่ามีความเสี่ยงสูงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. และจากเหตุนี้ทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 24.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนในเดือนเม.ย. ตามรายงานการติดตามเศรษฐกิจพม่าประจำครึ่งปีของธนาคารโลก ที่เจ้าหน้าที่ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2569-2570 ลงเหลือ 2% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 3%

ธนาคารโลกระบุว่าเศรษฐกิจของพม่า “ทรงตัวอยู่ที่ระดับต่ำ” แต่วิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิงทำให้จุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่มีมานานทวีความรุนแรงขึ้น และทำให้เศรษฐกิจมีความเปราะบางสูงต่อการหยุดชะงักเพิ่มเติม

“วิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิงได้จุดประกายแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออีกครั้ง” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส กล่าวกับนักข่าว

“นั่นหมายความว่ากำลังซื้อของครัวเรือนลดลง และครัวเรือนเหล่านี้กำลังเผชิญกับเงินสำรองที่น้อยมากอยู่แล้วเนื่องจากระดับความยากจนสูง” นักวิเคราะห์ กล่าว

อัตราเงินเฟ้อในช่วง 12 เดือนที่สิ้นสุดในเดือนมี.ค. อยู่ที่ 21.1%

รายงานของธนาคารโลกระบุว่าระดับความยากจนในปี 2568 อยู่ที่ 29.9% สูงกว่าแนวโน้มก่อนปี 2564 มาก

พ่อลูก 3 อายุ 28 ปีรายหนึ่งที่อาศัยอยู่ในย่างกุ้งกล่าวว่า เขาต้องดิ้นรนหาเงินเพื่อเป็นค่าอาหาร ทำให้ไม่สามารถส่งลูกๆ ไปเรียนได้

ส่วนเจ้าของร้านค้าในย่างกุ้งอีกคนหนึ่งที่ขอไม่เปิดเผยชื่อเช่นกัน บ่นว่าราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นกระทบธุรกิจและครอบครัว

“รายได้และรายจ่ายไม่สมดุลกัน เราต้องบริหารกันไปวันต่อวัน ราคาสินค้ามีแต่ขึ้น ไม่เคยลงเลย ตอนนี้ไม่ว่าเราจะหาเงินได้มากแค่ไหนก็ยังไม่พอ” หญิงวัย 45 ปี กล่าว

การปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเอเชีย โดย 80% ของน้ำมันที่ขนส่งผ่านเส้นทางนี้มุ่งหน้ามายังเอเชีย ตามข้อมูลของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่าเรือเดินทะเลได้กลับมาแล่นผ่านช่องแคบได้อีกครั้งแล้ว หลังจากที่วอชิงตันและเตหะรานประกาศข้อตกลงยุติสงคราม และอ้างว่าเส้นทางน้ำมันจะเปิดอย่างสมบูรณ์ในวันศุกร์

แต่อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งจะเป็นกระบวนการที่ยาวนาน.