เอเอฟพี - พม่าระบุว่า “มาตรการเลือกปฏิบัติ” กำลังกีดกันประเทศออกจากกลุ่มอาเซียน หลังจากการประชุมสุดยอดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่ากลุ่มภูมิภาคยังคงขึ้นบัญชีดำผู้นำประเทศ
สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่มีสมาชิก 11 ประเทศ ได้กีดกันพม่าจากการประชุมสุดยอดนับตั้งแต่กองทัพโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของอองซานซูจี และจับกุมผู้นำประชาธิปไตย ที่จุดชนวนสงครามกลางเมือง
หลังจากปกครองด้วยกฎอัยการศึกเป็นเวลา 5 ปี รัฐบาลทหารได้จัดการเลือกตั้งที่ถูกจำกัดอย่างเข้มงวดโดยไม่รวมพรรคของซูจี ซึ่งผลการเลือกตั้งส่งผลให้พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำกองทัพพม่าที่นำการรัฐประหาร ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดี
ในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของประเทศเจ้าภาพได้กล่าวว่า “ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ในพม่า”
กระทรวงการต่างประเทศของพม่าระบุในคำแถลงอ้างว่า “ในทางตรงกันข้าม พัฒนาการเชิงบวกที่เกิดขึ้นในพม่าได้รับการยอมรับอย่างดีจากประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ของอาเซียน”
“แต่อย่างไรก็ตาม พบว่ามีประเทศสมาชิกบางประเทศที่ยังคงใช้มาตรการจำกัด เลือกปฏิบัติ และกีดกันรัฐบาลพม่าจากการมีตัวแทนอย่างเท่าเทียม” คำแถลงของพม่าระบุ
นักวิเคราะห์กล่าวว่าอาเซียนกำลังเผชิญกับฉันทมติที่แตกแยกเกี่ยวกับพม่า โดยความไม่พอใจต่อพม่านั้นเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากการขาดความคืบหน้าในแผนสันติภาพของกลุ่มเพื่อยุติสงครามกลางเมืองของประเทศ
บางประเทศ เช่น ไทย ที่เป็นประเทศเพื่อนบ้าน ได้แสดงความยินดีกับพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำการรัฐประหารที่ขึ้นเป็นประธานาธิบดีของพม่า เมื่อเขาเข้ารับตำแหน่ง และให้คำมั่นว่าจะพยายามสร้างเสถียรภาพต่อพรมแดนที่มีร่วมกัน
ส่วนประเทศอื่นๆ ยังคงวางตัวเป็นกลางต่อการเข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศของพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย หลังการเลือกตั้งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่ามีการปราบปรามผู้เห็นต่าง ไม่รวมพรรคฝ่ายค้านและผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ที่กลุ่มติดอาวุธยึดครอง
ในการประชุมสุดยอดที่ฟิลิปปินส์ รัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลเซียกล่าวว่าพม่ายังไม่พร้อมที่จะกลับมามีที่นั่งในที่ประชุมอีกครั้ง เพราะการกระทำโหดร้ายต่อพลเมืองของตนเองยังคงเกิดขึ้น
ประเทศต่างๆ รวมถึงอินโดนีเซียและสิงคโปร์ ที่จะรับตำแหน่งประธานหมุนเวียนของกลุ่มในปีหน้า เชื่อกันอย่างกว้างขวางว่าจะอยู่ข้างเดียวกับมาเลเซีย
แต่กระทรวงการต่างประเทศของพม่ากล่าวว่าการมีส่วนร่วมอย่างไม่สร้างสรรค์กับรัฐบาลใหม่ของพม่าจะเป็นการละเลยเจตจำนงที่แท้จริงของชาวพม่าที่ได้ใช้สิทธิประชาธิปไตยของตน
“ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แม้จะเผชิญกับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมอันเนื่องมาจากท่าทีของประเทศสมาชิกอาเซียนบางประเทศ แต่พม่าก็อดทน” คำแถลงระบุเสริม
แม้คำแถลงจะไม่ได้ระบุชื่อประเทศใดโดยเฉพาะ แต่ก็กล่าวหาบางประเทศว่าแทรกแซงกิจการภายในของพม่าผ่านการวิพากษ์วิจารณ์และกดดัน
พม่าได้ใช้ถ้อยคำในทำนองเดียวกันนี้วิพากษ์วิจารณ์ติมอร์ตะวันออก สมาชิกใหม่ล่าสุดของกลุ่ม หลังจากศาลกรุงดิลีเปิดคดีต่อพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ในข้อหาอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในอินโดนีเซียที่ประชากรในประเทศส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ก็ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่ออัยการสูงสุดของประเทศ โดยกล่าวหารัฐบาลทหารพม่าก่ออาชญากรรมโหดร้าย รวมถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยโรฮิงญา.


