เอเอฟพี - กลุ่มสิทธิมนุษยชนเผยว่าศาลกัมพูชายืนโทษจำคุก 14 ปี กับ 2 นักข่าวเขมรที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานกบฎ จากการโพสต์ภาพถ่ายที่ถ่ายในเขตหวงห้ามทางทหารหลังการปะทะบริเวณชายแดนกับไทย
นักข่าวชื่อเพียบ เพียรา และพร โสเพียบ ถูกจับกุมเมื่อปลายเดือนก.ค. หลังจากโพสต์ภาพบนเฟซบุ๊กที่ดูเหมือนจะแสดงให้เห็นพวกเขาถ่ายภาพร่วมกับทหารกัมพูชาที่ปราสาทตาควาย ตามการรายงานของกลุ่มสิทธิมนุษยชนท้องถิ่น LICADHO
ต่อมาสื่อไทยได้นำภาพดังกล่าวไปเผยแพร่ซ้ำ โดยระบุว่ามีทุ่นระเบิดที่ยังไม่ถูกนำไปวางปรากฎอยู่ในฉากหลัง LICADHO ระบุในคำแถลง
ไทยกล่าวหากัมพูชาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าได้วางทุ่นระเบิดใหม่ในพื้นที่ชายแดนพิพาท ที่ทำให้ทหารไทยที่ลาดตระเวนได้รับบาดเจ็บ ขณะที่กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้
นักข่าวทั้ง 2 คน ถูกตัดสินว่ามีความผิดและถูกจำคุก 14 ปีในเดือน ธ.ค. ในข้อหาให้ข้อมูลที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติแก่รัฐต่างชาติ
ศาลอุทธรณ์ในจ.พระตะบอง ยืนยันคำตัดสินลงโทษของพวกเขาในวันพฤหัสฯ (26) หลังจากการอุทธรณ์ของนักข่าวทั้งสอง LICADHO ระบุ
ทนายความของพวกเขายังไม่สามารถติดต่อขอความคิดเห็นได้ในทันที
“คดีนี้ส่งผลกระทบต่อวงการสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ของเสรีภาพสื่อที่จะทำให้นักข่าวต้องกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของพวกเขาเนื่องจากการตัดสินโทษเหล่านี้” อัม สัม อัธ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของ LICADHO กล่าว
กัมพูชาอยู่ในอันดับที่ 161 จาก 180 ประเทศในดัชนีเสรีภาพสื่อโลกขององค์กรนักข่าวไร้พรมแดน
โฆษกกระทรวงสารสนเทศกล่าวว่ากรณีนี้เป็นบทเรียนสำหรับนักข่าวให้คิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับการเผยแพร่ข่าวและการปกป้องความมั่นคงของชาติ และการรักษาผลประโยชน์ของชาติ
“เสรีภาพสื่อต้องควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อกฎหมายและผลประโยชน์ของชาติ” โฆษกกระทรวงฯ ระบุ
กัมพูชาและไทยได้ลงนามข้อตกลงหยุดยิงเมื่อปลายเดือน ธ.ค. แต่ความตึงเครียดบริเวณชายแดนยังคงอยู่ โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง.


