รอยเตอร์ - พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามได้ชัยชนะเกือบ 97% ของที่นั่งทั้งหมด 500 ที่นั่งในสภาแห่งชาติ ตามผลการเลือกตั้งที่ประกาศในวันที่ 22 มี.ค. ซึ่งยืนยันถึงการมีอำนาจเหนือกว่าอย่างท่วมท้นของพรรคหลังจากการเลือกตั้งที่ผู้สมัครเกือบทั้งหมดมาจากพรรคที่ปกครองประเทศ
482 ที่นั่งที่พรรคชนะในครั้งนี้ ใกล้เคียงกับจำนวนที่นั่งที่พรรคครองอยู่ในสภาชุดก่อน
การเลือกตั้งสมาชิกสภาและสภาท้องถิ่นที่จัดขึ้นทุก 5 ปีครั้งนี้ มีผู้มาออกมาใช้สิทธิมากกว่า 99% ตามที่ทางการระบุ ซึ่งสอดคล้องกับการเลือกตั้งในอดีต
ระบบสภาเดียวนี้แทบไม่มีอำนาจในการท้าทายการตัดสินใจสำคัญของพรรค ซึ่งรวมถึงเรื่องบุคคลากร แต่บางครั้งก็มีการแก้ไขร่างกฎหมาย
สภาแห่งชาติมีกำหนดจัดการประชุมครั้งแรกที่กินเวลาหลายสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. และในระหว่างการประชุมเต็มคณะนั้น สมาชิกสภาจะลงมติรับรองผู้นำรัฐคนใหม่ที่เสนอชื่อโดยพรรค ซึ่งรวมถึงนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดี
โต เลิม ที่ได้รับการรับรองให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคในการประชุมใหญ่ของพรรคเมื่อเดือนม.ค. คาดว่าจะได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีด้วย
คาดว่าการรับตำแหน่งของโต เลิม จะทำให้โครงสร้างทางการเมืองของเวียดนามสอดคล้องกับโครงสร้างทางการเมืองของจีน ที่เป็นเพื่อนบ้านมากขึ้น ซึ่งสี จิ้นผิง ก็ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีเช่นกัน
เวียดนามและจีนเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ปกครองโดยระบอบคอมมิวนิสต์ในโลก แม้สองประเทศจะมีประวัติศาสตร์แห่งความไม่ไว้วางใจและข้อพิพาทดินแดนมายาวนาน รวมถึงหมู่เกาะและน่านน้ำในทะเลจีนใต้ แต่พรรคคอมมิวนิสต์ของสองประเทศยังคงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันอย่างเป็นทางการ
ผลการเลือกตั้งของเวียดนามเกิดขึ้นในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางทีทวีความรุนแรงขึ้นต่อการค้าโลก ตลาดพลังงาน และเสถียรภาพในภูมิภาคเช่นเดียวกับหลายประเทศ.


