MGR Online - หลังสำนักนายกฯลาวเพิ่งประกาศให้โรงเรียนลดวันเรียนหนังสือเหลือ 3 วันต่อสัปดาห์ เพื่อประหยัดน้ำมัน ได้เพียงวันเดียว กระทรวงศึกษาธิการและกีฬาออกคำสั่งสวนทาง ให้ทุกโรงเรียนกลับมาเปิดสอนสัปดาห์ละ 5 วันเหมือนเดิม ชาวบ้านสับสน ตกลงต้องฟังคำสั่งของหน่วยงานใดกันแน่
วานนี้ (20 มี.ค. 69) กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว ได้ออกหนังสือแจ้งการเลขที่ 1184/หสน. เรื่องมาตรการจัดการเรียนการสอนในช่วงที่มีผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายและความลำบากของครู อาจารย์ นักเรียน และผู้ปกครอง โดยมีมาตรการดังนี้
1.โรงเรียนสายสามัญ ตั้งแต่สถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียนชั้นอนุบาล ชั้นประถม มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา ทั้งของรัฐและเอกชน ให้เปิดการเรียนการสอนตามปกติ 5 วันต่อสัปดาห์เหมือนเดิม
2.สถาบันการศึกษาชั้นสูงระดับอุดมศึกษา ให้ลดวันเรียนจาก 5 วันต่อสัปดาห์ เหลือ 3 วัน จัดให้เปิดการเรียนการสอนเต็มวัน ทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย เปิดให้มีการสอนแบบซึ่งหน้า ควบคู่ไปกับการสอนทางไกลผ่านช่องทางออนไลน์ โดยต้องมีระบบติดตามการเรียนของนักศึกษาอย่างใกล้ชิด สำหรับครูอาจารย์ที่ไม่มีชั่วโมงสอน ให้สลับวันในการเข้ามาทำงาน ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่เดือนเมษายนที่จะถึงนี้ เป็นต้นไป
3.ส่งเสริมให้ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ใช้รถโดยสารสาธารณะ รถไฟฟ้า หรือรถจักรยาน เพื่อเดินทางไปโรงเรียนเพื่อประหยัดพลังงาน
4.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของแต่ละพื้นที่ ติดตามการปฏิบัติตามมาตรการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด และให้รายงานต่อกระทรวงศึกษาธิการและกีฬาได้รับทราบเป็นประจำทุกสัปดาห์และทุกเดือน
ก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ห้องว่าการ สำนักงานนายกรัฐมนตรี เพิ่งมีหนังสือแจ้งการฉบับที่ 366/หสนย. ส่งไปถึงกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา กำหนดมาตรการเฉพาะหน้าให้สถาบันการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่โรงเรียนสามัญศึกษา วิทยาลัยครู วิทยาลัยอาชีวะศึกษา และสถาบันอุดมศึกษา ลดวันเรียนหนังสือจาก 5 วันต่อสัปดาห์ เหลือ 3 วันต่อสัปดาห์ แต่ถัดมาเพียงวันเดียว กระทรวงศึกษาธิการก็มีหนังสือแจ้งการเลขที่ 1184/หสน. สวนทางออกมาดังกล่าว
เมื่อวานนี้ หลังมีข่าวเรื่องหนังสือแจ้งการของกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา ถูกเผยแพร่ออกมา ปฏิกริยาในสังคมออนไลน์ของลาวต่างเกิดความสับสน เพราะมาตรการของสำนักงานนายกรัฐมนตรีกับกระทรวงศึกษาธิการและกีฬามีรายละเอียดที่แตกต่างกัน แทบทุกคนตั้งคำถามว่า ตกลงแล้วประชาชนต้องปฏิบัติตามมาตรการของหน่วยงานใดกันแน่


