รอยเตอร์ - นายกรัฐมนตรีฝ่าม มีง จีง ของเวียดนาม ต้องการหารือกับรัสเซียเกี่ยวกับการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้ได้ข้อสรุปในเดือนนี้ และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลหาพันธมิตรใหม่ หลังจากญี่ปุ่นถอนตัวจากโครงการที่ 2 รัฐบาลเวียดนามระบุวันนี้ (8)
เวียดนามกลับมาดำเนินโครงการพลังงานนิวเคลียร์อีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว หลังระงับโครงการไปในปี 2559 โดยภายใต้แผนดังกล่าว ฮานอยได้เจรจากับรัสเซียและญี่ปุ่นเพื่อสร้างโรงไฟฟ้า 2 แห่ง โดยมีกำลังการผลิตรวม 4-6.4 กิกะวัตต์ ที่มีเป้าหมายที่จะลงนามข้อตกลงกับรัสเซียภายในเดือนก.ย. และกับญี่ปุ่นภายใต้สิ้นปีที่แล้ว
“อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าไม่ได้เป็นไปตามที่คาดไว้ มีอุปสรรคมากมายที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยทันที เช่น ความล่าช้าของการเจรจาข้อตกลงความร่วมมือ ซึ่งขึ้นอยู่กับพันธมิตรต่างชาติเป็นอย่างมาก” ผู้นำเวียดนามกล่าวกับเจ้าหน้าที่ ตามที่รายงานบนเว็บไซต์ข่าวของรัฐบาล
ในเดือนธ.ค. เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำเวียดนามกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ญี่ปุ่นได้ถอนตัวจากแผนการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ในเวียดนาม เนื่องจากเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการให้โรงไฟฟ้าเปิดใช้งานได้ภายในปี 2578 นั้นทะเยอทะยานเกินไป
นายกฯ จีง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเจรจากับรัสเซียให้เสร็จสิ้นภายในเดือนม.ค. และหาพันธมิตรใหม่มาแทนญี่ปุ่นสำหรับโครงการที่ 2 โดยมีเป้าหมายที่จะให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้ง 2 แห่ง เปิดใช้งานหลังปี 2574 รายงานระบุ
เวียดนาม ที่ตั้งของโรงงานขนาดใหญ่ของบริษัทข้ามชาติหลายแห่ง รวมถึงซัมซุงและแอปเปิล เผชิญกับปัญหาไฟฟ้าดับครั้งใหญ่เนื่องจากความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และชนชั้นกลางที่กำลังขยายตัวมักจะเกินกว่าพลังงานไฟฟ้าที่มี นอกจากนี้ โครงข่ายพลังงานยังได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรงบ่อยครั้งขึ้น เช่น ภัยแล้ง และพายุไต้ฝุ่น
เวียดนามต้องการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากหลายแหล่ง โดยส่วนใหญ่เป็นพลังงานหมุนเวียนและก๊าซ แต่โครงการต่างๆ เผชิญกับความล่าช้าและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับปัญหาด้านกฎระเบียบและราคา.


