จากดราม่า “ขายความน่าสงสาร” หลังเปิดยอดเงินติดบัญชีไม่ถึง 5 พันหยวน กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อชื่อของ ลั่วเจิ้ง กลับมาเป็นที่สนใจ ยอดผู้ติดตามพุ่งจากหลักแสนทะลุล้านภายในเวลาไม่นาน
กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการบันเทิงจีน หลังนักแสดงหนุ่ม ลั่วเจิ้ง เปิดเผยสถานะทางการเงินของตัวเองว่า แม้จะทำงานในวงการบันเทิงมาเกือบ 10 ปี แต่กลับมีเงินเหลือติดบัญชีเพียงประมาณ 4,800 หยวน จนเรื่องราวถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์
ลั่วเจิ้งเล่าว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาต้องเผชิญปัญหาข้อพิพาทเรื่องสัญญากับอดีตต้นสังกัด ซึ่งเคยมีการเรียกร้องค่าเสียหายสูงถึง 50 ล้านหยวน ก่อนที่ท้ายที่สุดเขาจะต้องจ่ายเงินเพื่อจัดการปัญหาดังกล่าวกว่า 3.6 ล้านหยวน
สถานการณ์ทางการเงินในช่วงนั้นตึงตัวจนผู้จัดการส่วนตัวต้องช่วยเรื่องเงินประมาณ 2 ล้านหยวน โดยลั่วเจิ้งระบุว่าเพิ่งสามารถชำระเงินส่วนดังกล่าวคืนได้ครบในช่วงต้นปี 2026
หลังเรื่อง “ทำงานเกือบ 10 ปี แต่เหลือเงินเพียง 4,800 หยวน” กลายเป็นไวรัล ลั่วเจิ้งก็ถูกชาวเน็ตอีกด้านตั้งคำถามว่า กำลังนำเรื่องชีวิตลำบากมา “ขายความน่าสงสาร” เพื่อเรียกกระแสหรือไม่
ดราม่ายิ่งร้อนขึ้นเมื่อมีคนขุดข้อมูลคดีเก่าและอ้างว่า ในปี 2023 เขาเคยมีทรัพย์สินหรือเงินฝากมากกว่า 19 ล้านหยวน
ลั่วเจิ้งจึงออกมาชี้แจงว่า ตัวเลข 19 ล้านหยวนที่ถูกพูดถึงนั้นไม่ใช่ยอดเงินในบัญชี แต่เป็นวงเงินที่อดีตต้นสังกัดยื่นต่อศาลเพื่อขออายัดทรัพย์สิน พร้อมเปิดข้อมูลว่าในช่วงเวลานั้นเขามีเงินในบัญชีจริงเพียงประมาณ 13,000 หยวน
เจ้าตัวยังยืนยันว่า ไม่เคยตั้งใจสร้างภาพว่าตัวเองยากจน และไม่ได้ต้องการเรียกคะแนนสงสาร เพียงเล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงที่ต้องจัดการปัญหาสัญญาและภาระทางการเงิน
แม้จะถูกตั้งคำถามเรื่อง “ขายความน่าสงสาร” แต่กระแสครั้งนี้กลับทำให้ชื่อของลั่วเจิ้งกลับมาได้รับความสนใจอย่างมหาศาล
มีรายงานว่า ผู้ติดตามบัญชีเว่ยป๋อของเขาเพิ่มจากประมาณ 3.69 แสนคน พุ่งทะลุ 1.25 ล้านคน ภายในเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 8 แสนคน ขณะที่การไลฟ์ของเจ้าตัวก็มีผู้ชมพร้อมกันแตะระดับหลักแสน
จากนักแสดงที่ช่วงหนึ่งไม่ได้อยู่ในกระแสหลัก เรื่องราว “ทำงานเกือบ 10 ปี แต่เหลือเงินติดบัญชีไม่ถึง 5 พันหยวน” กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ลั่วเจิ้งถูกพูดถึงอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
เรียกได้ว่า แม้ต้นทางจะเริ่มจากดราม่าชีวิตและเสียงวิจารณ์เรื่องขายความน่าสงสาร แต่ผลลัพธ์กลับทำให้ลั่วเจิ้ง ยอดฟอลโลพุ่ง ชื่อกลับมาติดกระแส และได้รับความสนใจจากชาวเน็ตจีนอีกครั้งแบบเต็ม ๆ


