xs
xsm
sm
md
lg

“อแมนด้า ออบดัม” ขอเป็นลูกรักช่อง 3 ไปนานๆ ยึดคติไม่เลือกงานไม่ยากจน!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อแมนด้า ออบดัม” น้อมรับฉายาลูกรักช่อง 3 ลั่นขอเป็นไปนานๆ เผยยึดคติไม่เลือกงานไม่ยากจน พร้อมสู้ทุกบทบาทเพื่อลบภาพจำนางงาม พิสูจน์ตัวเองในฐานะนักแสดงเต็มตัว

นางเอกสาวดีกรีนางงาม “อแมนด้า ออบดัม” เปิดใจหลังถูกมองเป็น “ลูกรักช่อง 3” ได้แต่บทปัง จนหวั่นๆ จะโดนเขม่น เจ้าตัวหัวเราะรับพร้อมเผย “ขอให้เป็นลูกรักไปนานๆ” ถ่อมตนว่าช่องให้โอกาสทุกคน แต่ตนแค่ยึดคติ “ไม่เลือกงานไม่ยากจน”บทไหนส่งมาก็สู้ตาย ลบภาพจำนางงามสู่บทบาทนักแสดงเต็มตัว

“ก็ขอบคุณค่ะ ก็ขอให้เป็นอย่างนี้ไปนาน ๆ ค่ะ (แสดงว่ายอมรับว่าเราเป็นลูกรักช่อง?) อุ้ย ไม่ ทุกคนแหละ ลูกรักทุกคนแหละ คนที่อยู่ในช่องได้ทุกคนแหละ แต่แค่ในเมื่อโอกาสมันมาแล้วเราก็พยายามคว้ามันให้หมด ถามว่ากลัวโดนเขม่นไหม เพราะได้รับแต่บทดีๆ คนอื่นก็ได้ ไม่ใช่แค่เรา เราก็พยายามทำทุกโปรเจกต์ให้มันดีที่สุดแหละค่ะ เพราะว่าทุกอย่างในชีวิตมันมาพร้อมกับการเรียนรู้ มันไม่มีอะไรที่เราเกิดมาแล้วเดินได้เลย มันไม่มีหรอก เพราะฉะนั้นไม่ว่าโอกาสอะไรจะเข้ามา โปรเจกต์อะไรจะเข้ามา เราก็จะพยายามทำให้ผลงานมันออกมาให้ดีที่สุด ให้ไม่เสียหน้าที่ผู้ใหญ่เขามอบโอกาสให้เรา”

ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน ไม่คิดว่าจะมาด้านนี้ แต่พอได้แสดงรักอาชีพไปเลย
ไม่เลือกงานไม่อยากจนค่ะ ได้หมดทุกบทค่ะ ส่วนที่มองว่าเราเป็นนนางงามที่อยู่ในสายนี้ได้นาน อันนี้ก็ต้องกลับไปดูว่าแต่ละคนเขามีเส้นทางยังไงค่ะ เราก็ไม่รู้ว่าเขาอยากจะเข้ามาหรือเปล่า แต่สำหรับเรา พอเราได้นางงามแล้วเราได้มีโอกาส มาเล่นละคร เราก็รู้สึกว่าสนุกจังเลย มันได้พลิกบทบาทเลยค่ะเพราะว่าการเป็นนางงาม เราต้องเป็นอแมนด้าให้คนเห็นบนเวที แต่พอเรามาเป็นนักแสดง เราก็ต้องเล่นเป็นตัวละครนั้นโดยที่ไม่มีความเป็นอแมนด้าหลงเหลืออยู่ ซึ่งด้าบอกว่ามันเป็นเสน่ห์ มันเป็นอะไรที่สนุก น่าค้นหา ได้เรียนรู้เกี่ยวกับความรู้สึกคน ที่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าความรู้สึกนี้เป็นยังไง เช่น ยื้อผู้ชายไม่ให้ไป

ตอนประกวดก็ไม่ได้คิดว่าจะมาเป็นนักแสดงเลยค่ะ จริตหรือเปล่า ได้มาจากแม่ๆ (จริตนางงามส่งผลมาถึงจริตการแสดงได้ด้วย?) น่าจะแล้วแต่บทบาท ตอนประกวดก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นนักแสดงต่อ เราแค่คิดว่าทำหน้าที่ตรงนั้นให้ดีที่สุด แค่นั้นเลยค่ะ เราไม่ได้คิดไกลขนาดนั้นเลย เราแค่คิดแบบวันต่อวันเลย เพราะช่วงนั้นหนักเหมือนกัน ประกวดเสร็จก็ยังไม่ทันได้คิดเลยค่ะว่าจะไปทำอะไร ช่วงนั้นยังโควิดอยู่เลย ยังคิดอยู่เลยว่าจะผ่านช่วงนี้ไปได้ยังไง แล้วพอโอกาสมันเข้ามา เราก็เลยต้องรีบคว้า ต้องลองดู แล้วปรากฏก็คือรักในอาชีพนี้ไปเลย ซึ่งเราต้องเรียนค่ะ เรียนมันทุกอย่างแหละ ช่วงด้าประกวดนางงามเดินไม่ได้ โดนด่าทั้งเน็ต แล้วพอกลับมาประกวด เราก็เลยโอเค เราก็ต้องไปเรียน คือทุกอย่างมันเรียนรู้กันได้ เราก็ไปเรียนจนเดินให้ได้ มันก็เหมือนกับการแสดงคือก็ต้องไปเรียน แล้วก็ที่สำคัญก็คือบทเรียนในชีวิตมันก็ค่อนข้างสำคัญ การรู้เรื่องอารมณ์ ความรู้สึกของมนุษย์ ด้าคิดว่ามันเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากกว่า เพราะว่าเรียนในห้องเรียนให้ตายมันไม่เท่ากับอยู่ตรงหน้ากล้องจริง ๆ โดยที่แบบมีตากล้อง 10-20 คน เราจะรู้สึกตื่นไหม มันต้องมาทำทุกวันให้มันคุ้นเคย”

คอมเมนต์ระหว่างเป็นนางงามกับนักแสดงต่างกัน แต่เป็นเรื่องปกติในชีวิต
น่าจะต่างนะคะ แต่หลังๆ ไม่ค่อยได้เข้าไปอ่านเลย จะให้ผู้จัดการสแกนให้ คือเราก็ต้องรู้ตัวเราให้ดีที่สุด เราอ่านก็ไม่ได้จิตตกหรอกค่ะ แต่ไม่ค่อยไม่ค่อยเข้าเน็ต ช่วงแรกมีคนตามมาคอมเมนต์ เป็นเรื่องปกติในชีวิตแหละ มันจะให้ทุกคนรักเรามันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นเราต้องเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง”

ดีใจที่สุดคนเปิดรับอาชีพนักแสดง แต่ยังต้องพิสูจน์ตัวเองเรื่อยๆ
“ก็ดีใจค่ะ ก็เอาจริง ๆ ก็รักในการเป็นนางงามด้วย เพราะว่าช่วง ช่วงนั้นมันเป็นช่วงเวลาที่ด้ารู้สึกว่ามีความสุขนะ เป็นเป้าหมายของเราที่เราเป็นตัวแทนประเทศไทย ใครจะไปคิด มันครั้งเดียวในชีวิต แล้วพอเราได้มาเป็นนักแสดงเราก็รู้สึกว่า อันนี้ก็เป็นอีกเส้นทางนึงที่เรารักเหมือนกัน จริงๆ แล้วต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส เราก็พิสูจน์ตัวเองเรื่อยๆ ค่ะ ก็ยังทำอยู่ ก็ไปเรียนอยู่เรื่อยๆ เลยค่ะ แล้วก็ทำให้ดีที่สุดนั่นแหละค่ะ

ตอนนี้ก็ยังต้องเรียนอยู่ตลอดเวลา เพราะแต่ละบทบาทที่เราได้รับมันไม่เหมือนกัน ตอนเล่นเป็นเฟรม อันนี้ก็จะมีความแบบเข้มข้นหน่อย พอมาเล่นเป็นฝน มันก็จะมีความอึดอัด ความเข้มข้นอีกแบบนึง เราก็ต้องเรียนรู้ตัวละคร หาแบ็กกราวด์ให้ตัวละคร เราก็เรียนอยู่เรื่อยๆ ค่ะ”

เรียบร้อยยากกว่าแซบ
“มันยากกว่า การเล่นเป็นคนเรียบร้อยด้าสามารถพูดเลยว่ายากกว่าเล่นบทแซบๆ เรียบร้อยแต่ละคนไม่เท่ากัน ถามว่าเรียบร้อยตอนไหน มาใช้ตอนไหน ก็ตอนเจอผู้ใหญ่ เข้าวัดเข้าวา ต้องบอกว่าเป็นคนโชคดีที่ขึ้นอยู่กับการแต่งหน้า ถ้าจะแต่งให้เป็นฝรั่งเลยก็ทำได้ แต่งเป็นไทยก็ได้ แต่ทีนี้ถ้าสมมุติว่าต้องเรียบร้อย ต้องดูเบา ดูซอฟต์จริงๆ มันสามารถแต่งตาให้ซอฟต์ลงได้มั้ง มันก็ต้องเข้าคาแรกเตอร์มากกว่า

ฝากละครเรื่อง สองหัวใจ ด้วยนะคะ อยากให้ทุกคนได้เห็น มันเป็นการพลิกบทบาทใหม่ของอแมนด้าเลย จะเป็นอีกคาแรกเตอร์นึงที่หลายๆ คนจะยังไม่ได้เห็น เป็นตำรวจแสนสวย แม่นปืน ยิงปืนปิ้วๆ ต้องไปดูนะคะ ครบรสเลยกับพี่ณเดชน์ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) แล้วก็เจมส์ มาร์ค่ะ”