xs
xsm
sm
md
lg

รณรงค์ “ไม่เผาตอซัง” เห็นผลเป็นรูปธรรม เกษตรกรกำแพงเพชรตอบรับนวัตกรรมจุลินทรีย์ย่อยสลาย ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต จุดประกายชุมชนสู่เกษตรรักษ์โลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กำแพงเพชร – การรณรงค์ลดการเผาตอซังฟางข้าวของกรมวิชาการเกษตรเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม หลังเกษตรกรในพื้นที่นาแปลงใหญ่บ้านเทพนคร ตำบลเทพนคร อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เปิดใจยอมรับการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังฟางข้าว จนเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทั้งการลดต้นทุนการผลิต ลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมี ช่วยให้ต้นข้าวแข็งแรงขึ้น พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรรายอื่นหันมาร่วมลดการเผา เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 อย่างยั่งยืน

นางกุลธิดา ดอนอยู่ไพร นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของโครงการเกิดจากการสำรวจพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ยังนิยมเผาตอซังฟางข้าวหลังการเก็บเกี่ยว เนื่องจากมองว่าเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว กรมวิชาการเกษตรจึงจัดตั้งแปลงต้นแบบ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และส่งเสริมการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังฟางข้าว ควบคู่กับการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อให้เกษตรกรได้เห็นผลจริงจากการปฏิบัติในแปลงนา

แม้โครงการจะเพิ่งเริ่มดำเนินการ แต่ผลที่เกิดขึ้นสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าต้นข้าวมีระบบรากแข็งแรง แตกกอดี ใบเขียวสมบูรณ์ สามารถดูดซึมธาตุอาหารได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความรุนแรงของการระบาดของข้าวดีดและข้าวเด้ง ลดการใช้ปุ๋ยและสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง ขณะเดียวกัน ฟางข้าวที่ย่อยสลายยังกลายเป็นอินทรียวัตถุคืนสู่ดิน ช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่เพาะปลูกในระยะยาว

นอกจากนี้ การลงพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ในแต่ละครั้งยังได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นจำนวนมาก หลายรายติดต่อขอรับหัวเชื้อจุลินทรีย์ไปใช้ในแปลงของตนเอง สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับเทคโนโลยีใหม่ และความพร้อมในการปรับเปลี่ยนแนวทางการผลิตไปสู่ระบบเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

ด้านนางรสสุคนธ์ อ่อนอุไท เกษตรกรต้นแบบในพื้นที่ กล่าวว่า เดิมพื้นที่ประสบปัญหาดินเสื่อมจากการใช้สารเคมีต่อเนื่อง ขณะที่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงเผาตอซังฟางข้าวเป็นประจำ แต่หลังเข้าร่วมโครงการและนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ พบว่าต้นข้าวมีการเจริญเติบโตแตกต่างอย่างชัดเจน ระบบรากแข็งแรงขึ้น จึงตั้งใจพัฒนาแปลงต้นแบบให้ประสบความสำเร็จ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรรายอื่น และขยายผลสู่พื้นที่ใกล้เคียง

เช่นเดียวกับนางวาสนา ศรีอันยู้ สมาชิกนาแปลงใหญ่ ซึ่งนำหัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังฟางข้าวไปใช้ในพื้นที่ 20 ไร่ พบว่าต้นข้าวเจริญเติบโตดีกว่าแปลงที่ไม่ได้ใช้จุลินทรีย์อย่างเห็นได้ชัด สามารถลดการฉีดสารป้องกันกำจัดแมลงจาก 3 ครั้ง เหลือเพียง 1 ครั้ง ลดการใช้ปุ๋ย ลดวัชพืช และช่วยให้ต้นข้าวแข็งแรง ส่งผลให้เพื่อนเกษตรกรในพื้นที่เริ่มเข้ามาศึกษาดูงานและสอบถามขอรับหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่อนำไปใช้ในฤดูกาลผลิตต่อไป

กรมวิชาการเกษตรระบุว่า การจัดการตอซังฟางข้าวด้วยหัวเชื้อจุลินทรีย์เป็นแนวทางสำคัญในการลดการเผา ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และภาวะโลกร้อน โดยหัวเชื้อสามารถย่อยสลายตอซังและฟางข้าวได้ภายในประมาณ 7 วัน ทำให้เกษตรกรสามารถเตรียมแปลงปลูกได้ตามปกติ พร้อมคืนธาตุอาหารและอินทรียวัตถุสู่ดิน เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่เพาะปลูก และยกระดับการผลิตพืชเศรษฐกิจให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

ความสำเร็จของแปลงต้นแบบจังหวัดกำแพงเพชรจึงไม่ใช่เพียงการลดการเผาตอซังฟางข้าวเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการต่อยอด "งานวิจัย" สู่ "นวัตกรรมที่เกษตรกรใช้ได้จริง" ผ่านการเรียนรู้จากเกษตรกรสู่เกษตรกร และการขยายผลสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยสู่การผลิตที่ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน