“จิ๊บ วสุ” สุดอาลัย สูญเสีย “ฮลุน โซโล่” รุ่นน้องรัฐศาสตร์ จุฬาฯ พร้อมแชร์อุทาหรณ์นักเดินทางคนเดียว จากประสบการณ์นักการทูตเก่า ย้ำสิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อถึงต่างแดนคือแจ้งสถานทูตเพื่อความปลอดภัยสูงสุด “จ๊ะจ๋า” รับสุดช็อก สิ่งที่เขาเล่าอิมแพคหัวใจตน
“จิ๊บ วสุ แสงสิงแก้ว” พร้อมด้วยภรรยา “จ๊ะจ๋า พริมรตา เดชอุดม” ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับความสูญเสียที่สะเทือนใจคนไทย กรณีการจากไปของ “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์และอินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยวชื่อดัง ระหว่างร่วมงานบวงสรวงเปิดกล้องซีรีส์ “โจงแดง JONG DANG - The Urban Khon” โดยทั้งคู่ได้ร่วมส่งกำลังใจถึงครอบครัว พร้อมแชร์อุทาหรณ์การเดินทางคนเดียวในต่างแดน โดยจิ๊บได้โพสต์ถึงฮลุนในฐานะที่อีกฝ่ายเป็นรุ่นน้องรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
จิ๊บ : “เรียนตามตรงว่าสะเทือนใจมาก นอกจากจะเป็นรุ่นน้อง สิงห์ดำ เหมือนกันแล้ว น้องฮลุนก็ยังเป็นแรงบันดาลใจ เป็นภาพแทนความฝัน ความหวังของวัยรุ่นในเจนนี้ น้องมีแฟนหลากหลายวัย ทั้งในประเทศและทั่วโลก ความรู้สึกส่วนตัวของผม การที่ผมได้ติดตามเขามันเหมือนผมได้เห็นตัวเองถอยหลังไปสัก 35 ปี ผมก็เป็นแบบเขาเป๊ะเลย เราเคยเป็นวัยรุ่นแบกเป้ท่องเที่ยว ไปไหนไปกัน เดินทางตัวคนเดียวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในตอนนั้นเรารู้สึกว่าทั้งโลกมันเป็นของเรา การผจญภัยมันคือรสชาติของวัยหนุ่มสาว การได้ดูคอนเทนต์เขามันทำให้ผมกลับไปรู้สึกแบบนั้น
ผมดูด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเขา ว่าสิงห์ดำต้องอย่างนี้ นี่คือนักรัฐศาสตร์ จุฬาฯ คือคนที่ติดดิน คือคนที่ลงมือทำจริง คือคนที่ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ แต่สามารถไล่ตามความฝัน กล้าตามความฝัน กล้าที่จะทำจนกลายเป็นภาพตัวแทนให้ทุกคนเห็นว่าฉันทำได้ น้องได้สร้างแรงบันดาลใจให้คนอีกไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ถ้าน้องซึ่งมีต้นทุนอย่างนี้ทำได้ ใครๆก็ทำได้
เพียงแต่ว่าในยุคของผมที่ยังไม่มีหน้าจอมือถือ ไม่มีโซเชียลมีเดีย เวลาจะเดินทางไปไหน มันต้องวางแผนกันอุตลุดเลย ทั้งศึกษาแผนที่ ข้อมูล การบิน การเดินทางต่างๆ มันไม่ได้ง่ายเหมือนสมัยนี้ แต่สมัยนี้ด้วยความง่ายไปทุกอย่างแล้วมันก็มีข้อเสียนะ การที่เราจะเอาตัวเองไปตรงไหนแล้วเราไปคนเดียว ความเสี่ยงมีไหมมันมีอยู่แล้ว จากประสบการณ์ที่ผมทำงานในกระทรวงการต่างประเทศ ทำงานด้านการทูตทำงานด้านกงสุลมา เคสที่คนไทยไปเสียชีวิตในต่างประเทศผมผ่านมานับกรณีไม่ถ้วน เราเห็นหมดตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ หน้าม่านยันหลังม่าน
เมื่อเกิดการเสียชีวิตของคนไทยในต่างประเทศแล้วขบวนการต่อไปจะต้องทำอะไรบ้าง จะต้องมีการประสานกับการทางของเขา กับทางตำรวจ อาจจะเห็นว่ามีการส่งข้อมูลทุกอย่างเร็วผ่านโซเชียลจริง แต่สุดท้ายจะเรียบร้อยก็ต้องทำหนังสือผ่านช่องทางทางการ ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ผ่านกระทรวงมหาดไทย เพื่อแจ้งญาติ
เหตุการณ์พวกนี้ซึ่งถ้ามันเกิดขึ้นกับคนที่ไม่รู้จักเรื่องก็จะเงียบๆ ไป แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มี อย่างเคสของน้อง มันเป็นอุทาหรณ์ได้อย่างดีที่สุดว่าในความง่ายที่เราคิดว่าเราอยากจะไปนั่น ทำนี่ อยากจะเดินทาง จริงๆ แล้วสถานที่อโคจรมันก็มี หรือมุมมืดทุกประเทศมีหมด ภัยจากธรรมชาติ จากผู้คนมีหมด เราจะทำยังไงเมื่อไปแล้วจะอยู่ในจุดที่เซฟที่สุด และถ้าเราคิดจะไปคนเดียวจะต้องมีแบ็กอัปแพลน ต้องมีแผนสำรองว่าถ้ามันเกิดอะไรในเคสฉุกเฉิน มันต้องมีคนรองรับในการรับรู้เอาไว้
สถานทูตจะแจ้งไว้เลยว่าคนไทยทุกคนไม่ว่าคุณจะเดินทางไปประเทศไหนก็ตามในโลกนี้ สิ่งแรกที่คุณทำเมื่อเท้าคุณเหยียบประเทศนั้นคือคุณกรุณาแจ้งข้อมูลไว้กับสถานทูตหรือสถานกงสุลก่อนเลยว่าขณะนี้ตัวตนของคุณได้มาอยู่ในประเทศนี้แล้วนะ และทางที่ดีคือมีแผนการท่องเที่ยวแนบไว้ด้วยว่าคุณจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ส่งอีเมล์ให้ทางการรับทราบไว้ก่อน ส่งทิ้งไว้
หลายคนอาจจะรู้สึกว่ามันเกินความจำเป็น แต่ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมากับคุณจะทราบว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นมาตรการเพื่อเซฟทั้งตัวเราและครอบครัวเราที่คอยฟังข่าวอยู่ที่เมืองไทยได้มากที่สุด เขาจะมีข้อมูลเบื้องต้นของเรา เป็นอะไรที่เซฟที่สุด เช่นคุณไปประเทศนั้นแล้วเกิดเหตุถูกชิงทรัพย์ ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ หลงทาง ไปอยู่ในที่โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ ใช้ไม่ได้ ทางการท้องถิ่นต้องการข้อมูล ไปขอใช้โทรศัพท์ มันก็จะมีข้อมูลของเราที่สามารถเอาไปลิงก์กันได้”
จ๊ะจ๋า : “เราก็เหมือนแค่ส่งข้อความทิ้งไว้”
จิ๊บ : “มันง่ายต่อการตามด้วยดัวย ถ้าหายไปติดต่อไม่ได้”
จ๊ะจ๋า : ”เราควรจะส่งข้อมูลการเดินทางของเราให้คนในครอบครัวได้รับรู้ไว้ด้วยนะคะ หากคุณเดินทางคนเดียว พี่จิ๊บจะบอกจ๋าตลอดหากจ๋าเดินทางไปคนเดียว ให้ส่งแผนการเดินทางให้เขาไว้ หากเราหายไป ติดต่อไม่ได้ เขาจะได้ตามได้ และนอกจากในครอบครัวแล้ว ก็ควรจะส่งให้สถานทูตด้วย อย่างจ๋าเดินทางไปเรียนที่ต่างประเทศคนเดียว คอร์สระยะสั้น จ๋าก็จะส่งอีเมล์รายละเอียดของตัวเองทิ้งไว้ เผื่อฉุกเฉินเขาอาจจะได้เห็น”
จิ๊บ : “ไม่ใช้ไม่เป็นไร ไม่ใช้ก็ผ่านไปจบ เราเดินทางกลับ แต่ถ้ามีเหตุฉุกเฉินเขาจะมีข้อมูลของเรา เพียงแต่เรื่องแบบนี้คนอาจจะมองว่ามันไม่จำเป็นหรอก นิดหน่อย ฉันลุยได้ แต่ในความเป็นจริงมันก็มีความจำเป็นอยู่นะ มันเหมือนขับรถแล้วไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ที่ไม่ชนก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าชนแล้ว คนที่คาดก็มีโอกาสเจ็บน้อยกว่าคนไม่คาดหรืออาจจะรักษาชีวิตไว้ได้ เป็นต้น”
จ๊ะจ๋าเผยเป็นแฟนคลับฮลุน สิ่งที่เขาเล่าอิมแพคกับหัวใจตน รู้ข่าวคือช็อก
จ๊ะจ๋า : “จ๋าชอบคอนเทนต์เขา ชอบตัวตนเขาที่เขาเล่าเรื่องตัวเอง มันอิมแพคกับหัวใจจ๋ามากๆ เขาเก่งมากนะคะแต่เขานำเสนอตัวเองได้ถ่อมตัวมากๆ เขาน่ารัก ทุกคลิปของเขาเราสัมผัสได้ถึงพลังบวก ความใจดีของเขาที่มอบให้กับทุกคน หลายครั้งเราเองก็ยังรู้สึกว่าโลกจะใจดีกับเขาหรือเปล่า เพราะในสังคมจริงๆ แล้ว ถ้าเราดีแล้วเราคาดหวังให้คนอื่นมาดีตอบมันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เราก็อาจจะผิดหวัง เสียใจ
แต่ในวันที่เราออกเดินทาง มากกว่าความเสียใจมันคือความปลอดภัย ก็เคยมีความคิดนี้อยู่ ก็อวยพร ส่งกำลังใจ เห็นคอมเมนต์จากหลายๆ คน ทุกคนก็อวยพรให้น้องปลอดภัย ให้มีความสุขกับเส้นทางที่กำลังเดินทางอยู่ พอได้ทราบข่าวคือช็อก ตกใจ มีคำถามในหัว มันเป็นไปได้เหรอ จริงเหรอ สาเหตุมันคืออะไร เราจะรู้ได้เมื่อไหร่ พอบอกมีเหตุการณ์ ก็รู้สึกใช่ไหม ขอยืนยันได้ไหม เราอยากจะรู้รายละเอียดเลยว่าสาเหตุเกิดจากอะไร มีหลักฐานไหม น้องมีกล้องติดตัวตลอด แล้วภาพน้องอยู่ไหน มีใครได้เอาออกมาไหม มันจะได้ทราบไหมว่าที่น้องต้องออกเดินทางไกลครั้งนี้สาเหตุมาจากอะไร ก็ลุ้นและติดตามข่าวตลอด ขอให้ได้ทราบความจริงเร็วๆและน้องได้เดินทางกลับมาสู่ครอบครัว”
จิ๊บ : “มันมีบทเรียนสำหรับชีวิตที่ผมว่ามันยังใช้ได้อยู่ คือการที่เราป้องกันไว้ก่อน มันดีกว่าการไปตามรักษาทีหลัง หากคุณอยากจะทำอะไร เดินทางไปไหน หรืออะไรก็ตามในชีวิตหามาตรการรองรับเอาไว้ก่อน ถ้าเกิดเหตุที่เราไม่คาดฝันเกิดขึ้น หาเบาะรองให้ตัวเองไว้ก่อน อย่าไปคิดลุยเต็ม 100% พอล้มแล้วเจอแต่แง่งหิน เจอแต่พื้นแข็งๆ ล้วนๆ เราควรจะหาอะไรรองชีวิตเราไว้หน่อย อย่างน้อยมันก็ผ่อนหนักเป็นเบาได้”


