“เป็ก สัณณ์ชัย” เล่าโมเมนท์สวมแหวนให้ “ธัญญ่า” อีกครั้ง! เป็นการแก้เคล็ด หลังหมอดูประจำตระกูล บอกว่าปีหน้าภรรยา จะได้เจอผู้ชายดีๆ ลั่น! ถ้าเป็นจริง ธัญญ่าเตรียมตัวนอนในโลง ส่วนตนเองยอมติดคุก ยิ้มเบาๆ หลังถูกถามเห็น “หนิง ปัทมา” ไปสาบานมาไหม?
เป็นการเปิดใจอีกครั้ง! สำหรับผู้ชายที่ชื่อว่า“เป็ก สัณณ์ชัย เองตระกูล”ผ่านรายการ ไทยรัฐทอล์ก ทางช่องยูทิวบ์ ไทยรัฐ วาไรตี้ กับดรามาร้อนๆ สะเทือนทั้งวงการ โยงกันไปทุกภาคส่วนกับความสัมพันธ์ของผู้หญิงที่ชื่อ “หนิง ปัทมา จิตรสวัสดิ์”และภรรยาสุดที่รัก “ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล” เรียกว่าตอบตรงแบบไม่ต้องรอเสียงในหัว เพราะมันออกมาจากใจ
ล่าสุดมีคนนึงไปสาบาน อีกคนไปสวดนพพระเคราะห์?
“เรื่องนี้มันเป็นเรื่องบังเอิญ ธัญญ่าเขามีคิวที่จะต้องไปงานนี้อยู่แล้ว รู้มาเป็นอาทิตย์ เราก็รู้อยู่แล้ว จรืงๆ เขาก็เชิญเราด้วย เราไม่ได้ไป เพราะถ้ากูไป เดี๋ยวกูซวยอีก ไปดับลงในวัด และน้องเขาไปสาบานอะไร เราก็ไม่รู้เรื่อง”
เขาไปสาบานว่าไม่เคยเป็นเมียน้อยใคร นอกจากแค่ร่วมงาน ผมชอบพี่เป็กยิ้ม ?
“เรารู้แหละว่าธัญญ่าไป แต่เราไม่รู้ว่าน้องเขาไป คือข่าวมันอยู่ในกระแส ใครไปทำ อะไรที่ไหน ก็จับเอามาชนกัน จนเป็นเรื่อง และที่ธัญญ่าไปทำบุญ เป็นบุญครั้งใหญ่มาก มีคนร่วมบุญหลายคนมาก มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เป็นอยู่ มันเป็นเรื่องบังเอิญ แค่น้องเขาไปไหว้พระ”
และที่เขาลือว่าทะเลาะทีไร ก็จะได้ของใหญ่ๆ ล่าสุดบ้าน 22 ล้าน?
“คือธัญญ่าเขาไปซื้อบ้านของเขาเอง ซื้อเพื่อธุรกิจ เพื่อให้คนต่างประเทศมาเช่า เพื่อให้มาดูแลสุขภาพ มันบังเอิญ เป็นวันเดียวกับที่กูแถลงข่าว กูก็งงเหมือนกัน จะบังเอิญทุกเรื่องขนาดนี้วะ เขาซื้อ เพื่อเป็นการลงทุนของเขา”
หมอดูทำนายว่าปีหน้า “ธัญญ่า” จะมีผู้ชายใหม่?
“พี่คนนี้เขาเป็นคนที่ดูดวงให้กับครอบครัว มาตั้งแต่คุณพ่อ ตั้งแต่เราเด็กๆ เลย มีอะไรเขาก็จะเตือนเราอยู่เสมอ เราก็เชื่อแกนะ มันไม่ใช่เรื่องผิด เราก็ไปทำตามทุกอย่างที่เขาบอกตลอดเวลา เช่นเดี๋ยวจะเกิดอุบัติเหตุ เดี๋ยวจะเกิดโน่นเกิดนี่ ให้ไปแก้สิ่งนั้น การที่พี่เขาบอก คือเขาหวังดีกับเราใช่ไหม และเวลาเราไปแก้ มันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ก็ทำตามทุกครั้ง และเขาก็บอกธัญญ่า ว่าปีหน้าจะมีผู้ชายเข้ามานะ เป็นคนดีๆ ก็อาจจะดีกว่ากูมั้ง แล้วตัวธัญญ่าก็จะไปเลย เออ..จริงๆ กูว่าถ้าไปได้ก็ดี ล้อเล่น (หัวเราะ) หมอดูก็แนะนำว่าให้แก้ด้วยวิธีแลกแหวน เพราะแหวนแต่งงานกับธัญญ่า เราใส่ตลอดนะ คือวงเดิม ธัญญ่าเขาทิ้งไปตั้งแต่ตอนมีเรื่องครั้งนั้น ที่หนีไปต่างประเทศ”
แลกแหวนอีกนึงครั้ง?
“มันก็เหมือนว่าเขาเป็นส่วนนึงในร่างกายของเรา เหมือนมันขาดไม่ได้ ไม่ว่าเราจะไปทำอะไรผิดพลาดมา สุดท้ายเราก็ต้องกลับมาตรงนี้ทุกที ไม่รู้ว่าเพราะอะไร คือเรามีลูก ทำธุรกิจ ทำอะไรด้วยกันเยอะแยะไปหมด มันจะตัดกันคงเป็นไปไม่ได้หรอก และสวมแหวนก็ไม่ได้มีคำมั่นสัญญา ก็ทำตามที่หมอดูบอก ก็ถ้าเรื่องที่เขาดู มันเกิดขึ้นมา ธัญญ่าก็นอนในโลง กูก็แค่ติดคุกเท่านั้นเอง แค่นั้น นอนในโลง 2 คน รวมถึงผู้ชายคนนั้นด้วย แต่เขาไม่ได้บอกลักษณะขนาดนั้น ว่ารูปร่างเป็นไง แต่คนก็แหม…มึงทำได้คนเดียวเนอะ แต่พอมีเรื่องแบบนี้ หวงเมียเชียว มันก็แล้วแต่คนนะ”
ข่าวลือว่าแยกกันอยู่มา 10 ปี?
“คือธัญญ่าเขาก็มีบ้านเขา ที่ไม่ได้ไกลจากบ้านเรามาก เราเป็นคนเพื่อนเยอะ ดื่มเยอะ ต้นเรื่องคือเรื่องนี้แหละ เขาก็บอกว่าจะไปซื้อบ้านอีกหลัง ใกล้ๆ บ้านเรานี่แหละ เวลาที่เพื่อนมา แล้วเสียงดัง ดื่มเสร็จก็ขึ้นไปกวนลูก เขาก็จะพาลูกไปนอนอีกบ้านนึง แต่บางครั้งก็มานอนกับลียาที่บ้านนี้ ไม่ได้เรียกว่าแยกหรอก และก็กลับมาเรื่องดวง เขาบอกว่าพี่กับธัญญ่าอยู่ด้วนกันตลอดเวลา มันจะไม่ดี บางคนเขาอาจจะต้องการความสนิทสนม พบปะในครอบครัว แต่เราอบอุ่นในใจของเราอยู่แล้ว เรารู้ว่ามีลูก มีเมีย มีน้อง มีพ่อมีแม่อยู่แล้ว”
คนเลยมองว่าเป็นความสัมพันธ์ที่แปลก?
“มันก็เรื่องของกู เสืxกอะไร เราจะไปนั่งบอกคนอื่น 70 ล้านคนเพื่ออะไร แล้วคนเหล่านั้นเป็นใคร ทำไมกูต้องไปนั่งบอก เดี๋ยวก็หาว่ากูเป็นดาราดังเหรอ กูไม่ได้เป็นห่xอะไรเลย เราก็ยังเบื่อข่าวตัวเอง ไม่อยากให้มีข่าวเลย เอาอีกแล้ว กูเลื่อนผ่านแทบไม่ทัน ก็เลยไม่ดู
คือคนบอกว่าพอไหม บางคนก็บอกว่าคนก่อเรื่องก็คือกูอีกนี่แหละ แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ แต่เอาจริงๆ มันก็เรื่องของกูไหมล่ะ ประเด็นคือกูเคลียร์กันเองได้ คือเราไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิง แค่ภรรยาอยู่ แต่เราก็เข้าใจว่ามันเป็นอาชีพ โค้ดคำแค่บางส่วน และคลิปบางส่วน เอาไปออก เขาอาจจะมีรายได้จากตรงมากขึ้น แต่มันก็บั่นทอนเราไง เรื่องดีๆ มึงก็ไม่ไปแคปไปออกบ้าง ออกแต่เรื่องแบบนี้แหละ บางทีก็ต้องเห็นใจคนในนั้นบ้าง แม้มันจะเป็นความผิดที่เราก่อขึ้นมาเองก็ตาม แต่มันก็ได้แก้ไข และทำปัญหาให้มันจบอยู่”
ฉายา เมียหลวงลวงสังหาร ยังใช้ได้อยู่ไหม?
“มึงก็ดูสิ ยังใช้ได้อยู่นะ ก็ไม่น่าถามกู ไม่รู้จะพูดยังไง ธัญญ่าเขาก็เจ๋งจริงๆ เพราะที่ผ่านมา เราก็ทำตัวเป็นปกติ แต่ที่ผ่านมา มีบุคคลอื่น ที่อยากให้มันเกิดเรื่องขึ้นมามากกว่า”


