xs
xsm
sm
md
lg

ทารก 5 วันเสียชีวิตปริศนา พ่อแม่คาใจโรงพยาบาลจัดเลี้ยงโต๊ะจีนในห้องไอซียู ร่ำไห้นอนกอดกระดูกลูก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พ่อแม่ร่ำไห้ ลูกชายวัย 5 วันเสียชีวิตปริศนาในตู้อบ คาใจโรงพยาบาลจัดเลี้ยงโต๊ะจีนในห้องไอซียูเด็กอ่อน ก่อนลูกสิ้นใจเพียงข้ามคืน วอนมูลนิธิปวีณาช่วยหาความยุติธรรม เผยภรรยานอนกอดกระดูกลูกร้องไห้ทุกคืน

กรณีพ่อแม่คู่หนึ่งเข้าร้องเรียนกับ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หลังลูกชายวัยเพียง 5 วันที่คลอดก่อนกำหนดและพักรักษาตัวอยู่ในตู้อบ เสียชีวิตอย่างกะทันหัน โดยพ่อแม่สงสัยสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากพบว่าก่อนเด็กจะสิ้นใจเพียง 1 วัน ทางโรงพยาบาลมีการจัดงานเลี้ยงกินอาหารกันภายในพื้นที่ห้อง ICU เด็กทารกแรกเกิด

รายการโหนกระแส วันที่ 27 ก.ค. 69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ ทางช่อง 3 สัมภาษณ์ คุณแม่ดุษฎี , คุณพ่อณรงค์ , ปวีณา หงสกุลประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และ ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์

พี่ลงพื้นที่มาตกใจมั้ย?
ปวีณา : ตกใจตั้งแต่วันที่เขาบอก วันที่ 21

ตอนแรกเชื่อมั้ยจะมีการจัดเลี้ยงอยู่ในห้องไอซียูเด็กจริงๆ
ปวีณา : พี่ต้องถามเขาเลย ไม่เชื่อ ไม่นึกว่ามันจะใช่ มันจริงมั้ย ขอคุยกับปากเขา ตอนแรกเจ้าหน้าที่โทรเข้ามาก่อน ว่าวันที่ 21 ลูกเขาเสียชีวิตวันนั้น ตอนกลางคืนเขาโทรมาที่มูลนิธิเลย รับปั๊บเขาคุยกันจนถึงสองยาม เจ้าหน้าที่โทรมาหาพี่ ตอนนั้นเรายังไม่ได้คุยกับพ่อแม่เขา นึกว่าเจ้าหน้าที่ฟังผิดหรือเปล่า จนสอบถามเขาและได้ทราบว่ามีสองประเด็น หนึ่งลูกเขาไม่สบาย กำลังจะหายแล้ว วันที่ 20 มีการจัดเลี้ยง พอวันที่ 21 ลูกเขาเสียชีวิต เขาเลยโทรมาแจ้งมูลนิธิ พี่ก็มองเห็นว่ามันต้องหาหลักฐานแล้ว กล้องวงจรปิด บอกเขาว่าเดี๋ยวไปแจ้งความเลย ส่งศพไปชันสูตรที่นิติเวชรพ.ตร. พี่ประสานผู้บัญชาการตร.ภูธรภาค 1 ท่านก็มอบหมายให้รองผู้การ 3 ท่าน และผกก. ประสานตรวจพิสูจน์ศพ ผกก.ที่สภ.สามโก้ พิสูจน์ศพ แล้วส่งศพไปชันสูตรรพ.ตร. วันที่ 22 ตอนกลางคืน เรารับเขามานอนที่มูลนิธิ ตอนเช้าวันที่ 23 เราคุยกันก่อนเลยให้ชัดเจน เขาบอกเห็นชัดเจนว่ามีคนเข้าออก

คุณแม่มีลูกคนแรก?
ดุษฎี : น้องเป็นคนที่สองค่ะ คนแรกเป็นผู้ชาย

ฝากครรภ์ตลอด?
ดุษฎี : หนูไปฝากครรภ์อำเภอวิเศษค่ะ แต่อำเภอเขาส่งไปรักษาต่อที่รพ.อ่างทอง เพราะแม่เป็นเบาหวานกับความดันสูง

เข้าไปช่วงกี่เดือน?
ดุษฎี : 4 เดือนกว่าๆ ค่ะ ก็ไปตามนัดตลอด จน 15 ก.ค. ที่ผ่านมา

ก่อนคลอดน้อง มีการเช็กอัลตร้าซาวด์?
ดุษฎี : ตรวจตลอดทุกครั้งที่ไปหาหมอสูฯ ทุกอย่างปกติค่ะ แค่บอกว่าให้แม่คุมน้ำตาลให้ดี เขากลัวครรภ์เป็นพิษ กลัวน้องคลอดก่อนกำหนดค่ะ แม่ก็ทำตามที่เขาพูด

น้องแข็งแรงดี วันคลอด 16 ก.ค. กี่โมง?
ดุษฎี : 07.40 น.ค่ะ หนูบล็อกหลังผ่าคลอดค่ะ ได้ยินเสียงน้องร้อง หนูบอกขอดูหน้าน้องหน่อยได้มั้ย น้องไปไหนแล้ว เขาบอกต้องรีบพาน้องไปทำความสะอาด ประมาณ 3 ชม. หนูจะตามลงไป

ณรงค์ : ผมรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ลูกออกมาก็ยังดิ้นๆ เล่นอยู่เลย เขาเอาลงไปทำความสะอาดที่ห้องพักฟื้น แล้วค่อยตามน้องลงไป

แล้วเกิดอะไรขึ้น?
ดุษฎี : พอแม่ตามไปที่ห้องพักฟื้น คำถามแรกแม่ก็ถามพี่พยาบาลว่าน้องไปไหน อยากเจอหน้าน้อง เขาตอบว่าน้องหายใจเฮือกผิดปกติ

ณรงค์ : หายใจไม่สม่ำเสมอ เอาไปช่วยปรับอากาศหายใจ ที่ห้องไอซียูด้านบน

ห้องที่เป็นประเด็น วันที่เท่าไหร่?
ดุษฎี : วันที่ 16

แล้วจากนั้นเป็นยังไงต่อ?
ดุษฎี : 16 กลางคืนห้าทุ่มครึ่ง พยาบาลห้องไอซียู โทรมาให้น้องขึ้นไปหาน้องที่ห้องไอซียู ไม่รู้ขึ้นไปทำไม

ณรงค์ : ให้ไปเซ็นรับทราบเผื่อต้องใส่ท่อน้อง เผื่อเครื่องช่วยหายใจดันไม่ถึงน้อง ตอนแรกใส่ที่หายใจ เขาบอกถ้าน้องหายใจมากกว่านี้ ต้องใส่ท่อ เผื่อลมจะเข้าไปไม่ถึง ให้ลมปรับอากาศน้องได้ถึง เขาให้ผมไปเซ็นรับทราบ แต่ก็ไม่ได้ใส่เลยตอนนั้นนะครับ ผมก็เซ็น

ดุษฎี : พอเช้าวันที่ 17 เขาพาขึ้นไป ก็เห็นสภาพน้องเขียวแล้ว เขาบอกว่าปั้มหัวใจน้องขึ้นมาแล้วครั้งนึง และใส่ท่อน้องแล้ว ขึ้นไปดูถึงแจ้ง สภาพน้องเขียว เขาไม่แจ้งอะไรแม่เลย

แต่น้องดีขึ้น?
ดุษฎี : ดีขึ้นเรื่อยๆ ดีตลอด

18 ก.ค. ก็ดี ได้เข้าไปเยี่ยมน้องมั้ย?
ณรงค์ : ผมได้เข้าไปเล่นกับลูกทุกวัน ตั้งแต่เขาเปิดให้เยี่ยมครับ เยี่ยมก็ดีมาตลอด 19 - 20 ปกติ

ดุษฎี : วันที่ 20 เขาโทรมาอัปเดตอาการว่าลูกดีขึ้นแล้ว สามารถลดยา ลดโดสลง ลดเครื่องช่วยหายใจ เพื่อรอดูอาการ ส่งต่อรพ.เด็กไปรักษาต่อ พ่อแม่ก็ดีใจแล้ว น้องจะได้ไปต่อแล้ว พยาบาลแจ้งว่าให้แม่ไปซื้อของใช้เด็กอ่อนเพราะใกล้หมด แม่กับพ่อกลับมาตอนบ่ายโมงครึ่ง ก็เจอว่าห้องไอซียูแค่ม่านกั้นน้อง โต๊ะจีนติดเลย เขาจัดอาหารและมีกลิ่นอาหาร รับช่อดอกไม้กัน

วันที่เท่าไหร่?
ดุษฎี : วันที่ 20 เขาจัดเลี้ยงกันตอนบ่ายโมงครึ่ง กำลังเซลฟี่ มอบช่อดอกไม้

ห้องเป็นยังไง?
ณรงค์ : ห้องโถงโล่งเลยครับ

เป็นห้องทึบและโล่ง ต้องเข้าประตู คุณเห็นโต๊ะจีนตรงไหน?
ณรงค์ : ใกล้น้องเลยครับ มีม่านผ้ายางใสๆ กั้น ข้างหน้าเปิดโล่ง ไม่กั้น ผมก็โวยวายว่าทำไมต้องมาจัดโต๊ะจีนตรงนี้

แสดงว่าเป็นผ้าม่านที่เอาไว้กั้นเด็ก ผ้าม่านห้องฉุกเฉิน ไม่ได้เอามากั้นเพื่อกิน มันมีอยู่แล้ว?
ณรงค์ : ใช่ครับ แล้วคนเดินผ่านเข้าผ่านออกก็ผ่านเด็กที่นอนอยู่ เป็นโต๊ะจีนโต๊ะกลมใหญ่ 4 โต๊ะครับ

ดอกไม้อยู่ตรงไหน?
ณรงค์ : ก็อยู่ใกล้กันเลยครับ คนกินโต๊ะจีนก็โดนผ้าใบ โดนอะไรที่กั้นลูก

ดุษฎี : โดนเครื่องมือที่ใช้กับลูกค่ะ

พนักงานเสิร์ฟเข้ามายังไง?
ณรงค์ : พรวดมาจากประตู เข้ามาที่ข้างใน โดนตู้เลยครับ

เด็กอาจไม่ได้เสียชีวิตจากการจัดเลี้ยง หรือมีการติดเชื้ออะไรก็แล้วแต่ ตรงนี้ตอบไม่ได้จริงๆ เป็นเรื่องการชันสูตรต้องไปหาสาเหตุ แต่ที่เห็นเป็นรูปธรรมแน่ๆ ว่าไม่ถูกต้องและมีโทษอาจถึงจำคุกได้ คือการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนในไอซียู เรื่องนี้ถ้าอยู่ต่างประเทศ รับรองเรียบร้อย โดนฟ้องเละทั้งรพ.ไม่รอดผมบอกเลย หลังจากนั้นที่มีการจัดเลี้ยงกัน น้องยังปกติ สิ่งที่คุณเห็นคือมีพนักงานเสิร์ฟเข้าออก มีการถือดอกไม้ถ่ายรูปกัน วันนั้นมีเด็กอยู่ในห้องกี่คน?
ดุษฎี : 5 คนค่ะ รวมทั้งลูกแม่ด้วย

มันไม่ใช่ห้องแรกคลอด เป็นห้องไอซียูเด็ก แสดงว่าเด็กต้องวิกฤตถึงอยู่ห้องนี้ ถ้าอนุมานคำว่าไอซียูเด็ก พ่อแม่เด็กเข้าไปยังใส่ชุด PPE เลย แต่นี่เอาดอกไม้เข้าไปข้างใน เกสรดอกไม้อาจกระจายไปสู่เด็กที่เขากำลังป่วยอยู่ได้ บางคนอาจแพ้เกสรดอกไม้เราก็ไม่สามารถทราบได้ แต่ก็ไม่ควร คุณแม่ทำยังไงตอนนั้น?
ดุษฎี : แม่ก็ถามเขา แต่แม่กับพ่อโดนพยาบาลดันออกมา บอกว่าวันนี้ไม่สามารถให้พ่อแม่เยี่ยมลูกได้ ให้เอาของใช้ไว้แล้วให้พ่อแม่กลับไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ขอใช้ห้องจัดงานเลี้ยงก่อน แต่พ่อแม่ไม่ได้กลับเลย ยังรอตรงประตูรอดูอยู่ พนักงานโต๊ะจีนเข้าออกๆ แต่เราไม่สามารถเข้าได้ เขาไม่อนุญาต เขาบอกว่าขอพื้นที่จัดงานเลี้ยง จริงๆ มันเป็นเวลาเยี่ยมของพ่อกับแม่ ยังไม่หมดเวลาเยี่ยมเลย ประมาณ 13.30 น. เขาไล่แม่ออกมา 13.35 น. พ่อก็โวยวายว่าทำไมเขาเยี่ยมไม่ได้ แต่พนักงานโต๊ะจีนเข้าออกได้โดยไม่เปลี่ยนรองเท้า ไม่ล้างมือ ไม่ใส่แมสก์ รอจนหัวหน้าพยาบาลออกมาเรียก ประมาณ 3 โมงกว่าๆ ให้พ่อกับแม่เข้าไปคุย บอกว่าขอโทษคุณพ่อคุณแม่ วันนี้ต้องจัดงานเลี้ยงต้อนรับพยาบาลคนใหม่ ส่งพยาบาลคนเก่า ต้อนรับหมอคนใหม่ ส่งหมอคนเก่า พอแม่ถามพยาบาลว่าจัดเลี้ยงแบบนี้ ลูกแม่จะไม่ติดเชื้อ ไม่เป็นไรเหรอ จนคุณหมอของน้องเข้ามาด้วย บอกว่าน้องอยู่ในตู้อบแล้ว ไม่เป็นไร ไม่ติดเชื้อ ม่านก็กั้นแล้ว เป็นหมอผู้หญิง หมอที่รักษาน้องพูด ถ้าจะติดเชื้อคือติดเชื้อจากเครื่องมือแพทย์ หรือท่อที่น้องใส่นาน หมอชี้แจงแบบนี้ค่ะ

จากนั้นยังไงต่อ?
ดุษฎี : พ่อน้องยิงคำถามอีกลูกจะไม่ติดเชื้อเพิ่มเหรอ ลูกจะไม่เป็นไรเหรอ เขาก็ยืนยันคำเดิมว่าไม่เป็นไรค่ะ วันนั้นแม่เลยชวนพ่อน้องกลับ พอเช้าวันที่ 21 แม่เตรียมตัวไปหาน้อง 09.14 น. ทางห้องไอซียูเด็กโทรมาบอกแม่ว่าน้องอาการวิกฤตให้คุณพ่อคุณแม่รีบไปหาน้อง แต่น้องอาการวิกฤตตั้งแต่วันที่ 20 แล้ว ก็ถามว่าทำไมไม่โทรตั้งแต่วันที่ 20 ให้แม่มาดูน้อง เขาก็ไม่มีคำตอบ เขาเดินหนีแม่เลย

วันที่ 20 ที่เขาจัดงานเลี้ยงกัน แม่เข้าไปดูลูกตอนบ่ายสามโมง?
ดุษฎี : แม่เข้าไปอีกที ตอนหัวหน้าพยาบาลเรียกเข้าไปคุยกับหมอ

แม่กลับออกไปกี่โมง?
ดุษฎี : ประมาณ 15.30 น.

ทราบน้องมีปัญหากี่ใมง?
ดุษฎี : วันที่ 21 เวลา 09.14 น. ตอนนั้นเขาแจ้งว่าให้พ่อกับแม่รีบเข้าไปดูน้อง น้องอาการวิกฤตหนัก แต่น้องวิกฤตตั้งแต่คืนวันที่ 20 แม่ถามน้องแย่ตั้งแต่คืนวันที่ 20 ทำไมไม่มีใครแจ้ง ทั้งที่แม่บอกแล้วว่าไม่ว่าอาการน้องเป็นยังไง ให้โทรบอก แม่สามารถไปหาลูกได้ แต่เขาเดินหนี ไม่ตอบ ไม่คุยเลย สิ่งที่เห็นวันที่ 21 ตอนเช้า ก่อนลูกจะเสีย คือพยาบาลนั่ง 6 คน ไม่มีใครเข้าไปดูลูกแม่เลยสักคนเดียว จน 10 โมงกว่าๆ หมอเวรหมอรักษาน้องมา ถึงแตกฮือไปดูน้องกัน ไม่ใส่ใจน้องเลย แม่ก็เลยตั้งข้อสงสัยว่าน้องแย่ขนาดนั้น ทำไมเขาไม่สนใจลูกแม่เลย พอหมอดูน้องปุ๊บ แม่เห็นแล้วว่าปั้มหัวใจน้อง แม่ก็ถามว่าต้องปล่อยให้ลูกแม่ตายก่อนเหรอ ถึงเข้ามาบอกแม่ว่าช่วยไม่ได้แล้ว (เสียงสั่นเครือ)

ตอนแม่ไปถึงน้องเสียแล้ว?
ดุษฎี : ยังค่ะ แต่น้องแย่แล้ว ณ ตรงนั้นพยาบาลนั่งเฉยกันมาก น้องเสียตอน 10.45 น. ที่เขาแจ้งแม่มา

ทนายตุ๋ย : ได้รับแจ้งว่าน้องวิกฤต ตั้งแต่คืนที่เขาจัดงานนั่นแหละ ถ้าเขามัวแต่จัดงานจะเอาเวลาไหนดูแลผู้ป่วยวิกฤตหนัก ผมว่าตรงนี้เป็นเรื่องบกพร่อง เพราะผู้ป่วยวิกฤตหนักเขาต้องมอนิเตอร์ตลอดเวลา

สมมติว่าน้องอยู่ในห้องไอซียู แล้วใครจะยืนดู ในเมื่อกินเลี้ยงกันอยู่ตรงนั้น?
ทนายตุ๋ย : ต้องมีพยาบาลเวรดูผู้ป่วยวิกฤตเป็นระยะๆ ผมมีประสบการณ์จากคุณแม่ผมเอง ที่ต้องเข้าห้องป่วยวิกฤตหนัก ถามอะไรเขาตอบได้หมดเลยนะครับ

10.45 น. น้องจากกไป ได้ถามหมอหรือพยาบาลมั้ยว่าเกิดจากอะไร?
ดุษฎี : แม่ไม่ได้ถาม แม่ช็อก รับไม่ได้ หมอเรียกพ่อไปคุย แต่แม่ไม่รู้ว่าเรียกไปคุยเรื่องอะไรบ้าง

ณรงค์ : หมอเรียกไปคุยว่าลูกติดเชื้อเพิ่มในกระแสเลือดเฉียบพลัน หมอบอกแค่นี้ครับ

สาเหตุการตาย ในใบมรณบัตร บอกแรงดันในปอดสูง ส่วนของรพ.ตำรวจ ส่งไปชันสูตรอีกครั้ง ในนี้บอกว่าระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลว มันไม่เหมือนกัน?
ทนายตุ๋ย : คนละวันและคนจะสาเหตุ สองสาเหตุต่างกัน ผมไม่รู้ว่าทางการแพทย์เขาวินิจฉัยในครั้งแรกวันที่เสียชีวิตว่าแรงดันในปอดสูงเพราะอะไร แต่พอไปส่งชันสูตรรพ.ตร.เปลี่ยนสาเหตุ ผมเชื่อว่าน่าจะมีการชันสูตรพลิกศพแล้ว แต่ต้องไปดูข้อเท็จจริงประกอบอีกทีว่าสอดคล้องกับข้อเท็จจริงก่อนน้องเสียมั้ย

คุณพ่อคุณแม่เลยไม่สบายใจกับเหตุที่เกิดขึ้น มองว่าที่เขาจัดงานเลี้ยงกัน หลายคนอาจมองว่าเชื้อไปติดได้ไง เด็กคนอื่นไม่เห็นเป็น อาจมีคนคิดแบบนี้ แต่ขณะเดียวกันมันคนละเรื่องนะ?
ทนายตุ๋ย : จริงๆ รพ.เขาทราบดี เงื่อนไขตรงนี้ชัดเจนมากนะ ข้อห้ามพึงระวัง ทุกรพ.ทราบดีครับ ดอกไม้ อาหาร ห้ามเข้าไปในห้องผู้ป่วยหนัก ทุกรพ.ทราบดี เพราะรพ.มีระบบรับรองคุณภาพสถานพยาบาลไทยอยู่ ผมเชื่อว่าเขาทราบครับ

คุณพ่อเรียกร้องอะไรกับรพ.มั้ย?
ณรงค์ : ผมไม่เรียกร้องอะไร แต่อยากได้ความเป็นธรรมให้ลูกครับ เขาเป็นลูกชายคนแรกของผมครับ

ได้สอบถามมั้ยที่เขามีการเอาอาหารไปจัดเลี้ยงกันในห้อง?
ณรงค์ : ก็สอบถามคุณหมอ คุณหมอบอกว่าไม่ติดเชื้อๆ อย่างเดียว ผู้ช่วยพยาบาลก็พยายามขอโทษว่าไม่สะดวกให้เยี่ยมนะ เพราะมีการจัดงานกินเลี้ยงกันอยู่ข้างใน หัวหน้าพยาบาลเป็นคนมาขอโทษผม คุณหมอก็เดินมาอธิบายอีกว่าไม่เป็นไร ไม่ติดเชื้อหรอก มีม่านกันแล้ว น้องอยู่ในตู้แล้ว แต่มันก็ไม่สมควรมากินตรงนั้น

ทนายตุ๋ย : ผมว่าคำว่าไม่เป็นไร ไม่น่าจะออกมาจากปากแพทย์และพยาบาล ในรพ.ที่ต้องมีมาตรฐาน มันก็มีกฎหมายพูดเรื่องสถานพยาบาลเอาไว้ชัดเจน เรื่องควบคุมความปลอดภัย กฎหมายเขียนไว้ชัดหมดเลยนะ แล้วอันนี้มีความผิดตามกฎหมายอาญา ถ้าเป็นนิติบุคคลกรรมการรพ. สั่งการหรือไม่ก็ต้องร่วมรับผิดด้วย โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่น หรือทั้งจำทั้งปรับ อันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับรพ.นะครับ ไม่เกี่ยวว่าน้องเสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไร แยกกันครับ

มีบางบุคคลโพสต์ว่ารพ.แถลงยอมรับเรื่องทานอาหาร ผิดก็ส่วนผิด ยอมรับกันไป แต่คนในรู้กันหมดว่าสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงคืออะไร แต่คำว่าจรรยาบรรณ เลยพยายามอดกลั้นกันอยู่ ขอให้คนเป็นต้นเหตุที่ทำให้เด็กเสียชีวิตได้รับผลกรรมในเร็ววัน วันไหนที่ความจริงปรากฏว่ารพ.ไม่ผิด ขอให้คนที่เหน็บแนมว่ากล่าวรพ. เกินขอบเขต สื่อทุกช่องที่เล่นข่าวไม่พักไม่ผ่อน ช่วยแสดงสปิริตขอโทษทุกคนด้วยนะคะ ทุกอย่างมีเวลาของมัน เซฟบุคลากรรพ.ที่ไม่เกี่ยวข้อง เอาแต่จรรยาบรรณเจ้าหน้าที่มาขู่ ควรมีจรรยาบรรณคนไข้บ้างเนอะ มีคนแคปไว้ได้หมด ผมถึงต้องกราบเรียนไปแบบนี้ เราไม่ได้ปรักปรำรพ.ว่าการทานเลี้ยงแล้วทำให้เด็กเสียชีวิต เข้าใจแหละ เด็กมีภาวะนี้ แม่เด็กมีภาวะเบาหวานมาก่อน มันเป็นเรื่องการพิสูจน์ก็ว่ากันไป เพียงแต่พ่อกับแม่เขา หนึ่งเขาเสียลูกไป เขาเสียใจมากพอแล้ว ไม่แปลกใจหรอกครับถ้าพ่อแม่จะตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเหตุผลนี้หรือเปล่า เขาเป็นชาวบ้านครับ ไม่ใช่หมอเหมือนท่าน ไม่ได้เป็นคนมีความรู้เหมือนท่านแค่ชาวบ้านที่มีลูกและคิดว่าจะได้เลี้ยงลูกกันไป แต่สุดท้ายลูกเป็นแบบนี้ เขาเลยเอาคำถามกลับไปถามรพ. เมื่อไม่ได้คำตอบ เขาก็เลยไปร้องมูลนิธิปวีณาให้ไปร้องแทน เพราะเสียงเขาไม่ดังไงครับ เขาเป็นชาวบ้าน คุณก็ไม่ตอบเขาไง พอวันนี้มีเสียงที่ดังกล่าว ท่านก็เลยเป็นอย่างนี้กันไง จะไปโทษเขาไม่ได้หรอกว่าเขาต้องมีจริยธรรม คือคุณธรรมความเป็นคนไข้ เอาภาษาชาวบ้านคือลูกเขาตาย วันนี้เขาแค่ทวงถามว่ามันเพราะอะไร เพราะเหตุนี้หรือเปล่า ไม่ใช่ท่านก็ชี้แจง เพราะอะไรก็เอาคำวินิจฉัยมากาง แต่กรณีนึงท่านก็ต้องชี้แจงให้ได้เหมือนกัน ว่าเพราะอะไรท่านถึงเอาโต๊ะจีนไปกินในไอซียูเด็ก

ปวีณา : มันเป็นสองกรณี กรณีหนึ่งคือสิ่งที่เราตกใจ คือความไม่ถูกต้องเอาอาหารไปทานในไอซียู แต่การเสียชีวิตของน้อง เราไม่สามารถสรุปได้ ไม่เหมือนการข่มขืน เอาไปตรวจร่างกายก็รู้ แต่เราก็ส่งมานิติเวชกรมตร.เหมือนกัน นั่นคือความยุติธรรมของเราแล้ว เราไม่ได้บอกนะว่าเสียชีวิตเพราะเอาโต๊ะจีนเข้าไป แต่เราต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เราให้นิติเวชตร.ได้ตรวจสอบว่าการเสียชีวิตของน้องมาจากสาเหตุอะไร ขณะเดียวกัน เราอยากให้สังคมได้เห็นว่าการเอาโต๊ะจีนเข้าไปในไอซียูมันถูกต้องหรือ ต้องให้เป็นมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขด้วย ว่าทั้งประเทศ ต่อไปนี้ต้องมีกฎหมาย นำมาพิจารณาแล้วให้ทำในสิ่งที่ถูกต้องว่าต่อจากนี้ไปจะต้องไม่มีการจัดเลี้ยงอะไรต่างๆ ในห้องไอซียู หรือแม้แต่กล้องวงจรปิด ต้องมีกล้องวงจรปิดในห้องไอซียูด้วย เพราะที่นี่ไม่มี ก็ฝากกระทรวงสาธารณสุขด้วย

ที่ทราบมา จัดเลี้ยงในไอซียูเด็ก ไม่ใช่ครั้งแรก พี่ปวีณาไม่ได้พูดนะว่าคุณจัดเลี้ยงทำให้เด็กเสียชีวิต ติดเชื้อ ไม่ใช่ ฟังมาก็ไม่เคยพูดแบบนั้นเหมือนกัน ฉะนั้นอย่าจับประเด็นผิด เพราะมีคนจับประเด็นผิด แล้วโพสต์ว่าลูกตายไม่เกี่ยวกับจัดเลี้ยงเลย คนมองแบบนี้ใจเย็นๆ ก่อน เรากำลังพูดให้เห็นภาพ หนึ่งเข้าใจว่าการจัดเลี้ยงในไอซียูเด็กอาจไม่ได้ทำให้เด็กติดเชื้ออย่างที่ท่านบอกมา แต่ถามย้อนกลับไปว่า การจัดเลี้ยงในวันที่มีผู้ป่วยวิกฤตอยู่ในห้องนั้น มันสมควรหรือเปล่า เราไม่ต้องมาคุยหรอกว่าเด็กติดเชื้อจากอาหารจีนหรือเปล่า ถามว่าช่วงเด็กคนนี้วิกฤต ท่านทำอะไรอยู่ ท่านดูแลหรือเปล่า หรือมีการกินเลี้ยงกันยังไง ผมตอบไม่ได้ จะบอกว่าไม่ได้กินเลี้ยงถึงเช้า ผมเข้าใจ แต่มีการมอนิเตอร์กันจริงหรือเปล่า นี่คือการตั้งคำถาม ณ วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้น คุณมองว่าไม่เป็นธรรมกับคุณยังไงบ้าง?
ณรงค์ : ไม่ควรไปจัดโต๊ะจีนกันในห้องผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อในห้องไอซียู เพราะเด็กวิกฤตหมดทุกคน เด็กทุกคนมีพ่อมีแม่ น่าสงสารหมดทุกคน

เรื่องนี้ทำยังไง?
ปวีณา : จริงๆ เราต้องการความถูกต้องจากรพ. หรือกระทรวงสาธารณสุข ไม่ต้องการเห็นเฉพาะรพ.แห่งนี้นะ แต่ต้องการบรรทัดฐาน มาตรฐานรพ.ทั้งประเทศ ต้องมีความถูกต้องในการให้ความปลอดภัย ปลอดเชื้อ ไม่ว่าไอซียูที่ไหนก็ตาม ก็ตั้งข้อสังเกตว่าการจัดเลี้ยงไม่ถูกต้องอยู่แล้ว ไม่ต้องถามหรอก สิ่งที่ต้องการเห็นอีกอย่างคือกล้องวงจรปิดในไอซียูทั้งประเทศต้องมีมั้ย ต้องการเห็นความถูกต้องให้กับสังคม เขาไม่รู้จะไปพึ่งใคร อย่างน้อยเป็นกระบอกเสียงให้ได้ประชาสัมพันธ์ไปทั่ว ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจะแก้ไขอย่างไร เรามาแก้ไขปัญหาด้วยกัน ไม่ใช่จะเบลมว่าใครผิด แต่จับมือแก้ไขปัญหาไปร่วมกัน

ล่าสุดรพ.แถลงออกมาแล้ว วันนี้น่าจะเป็นแถลงครั้งที่สอง ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามารดาเป็นโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดีตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ จากการทบทวนข้อมูลการฝากครรภ์พบว่าระดับน้ำตาลในเลือดของมารดาสูงกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งเป็นเหตุให้น้ำหนักแรกเกิดของทารก มากกว่าเกณฑ์อายุครรภ์ วันที่ 16 ก.ค. ทารกคลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักแรกเกิด 4,305 กรัม มากกว่าเกณฑ์อายุครรภ์ โดยมารดามีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ร่วมกับมีภาวะน้ำเดินก่อนครบกำหนดคลอด ส่งผลให้ทารกมีภาวะความดันในเลือด ในปอดสูง ภาวะหายใจลำบากชั่วคราวในทารกแรกเกิด และภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งเป็นโรคที่มีความรุนแรงและมีอัตราเสียชีวิตที่สูง ภายใน 1 ชม. ทารกมีการหายใจลำบาก ออกซิเจนในเลือดต่ำ จึงได้รับการรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพ ทั้งการให้ยา ช่วยหายใจ และดูแลใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤต อาการผู้ป่วยมีอาการรุนแรงต่อเนื่อง ทีมแพทย์ได้ปรึกษากุมารแพทย์ด้านทารกแรกเกิดของรพ. แม่ข่าย เพื่อพิจารณาการส่งต่อผู้ป่วย ได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการรักษา การให้ยา การประคับประคองระบบหายใจ ระบบไหลเวียน โดยพิจารณาแล้วว่าในสภาวะดังกล่าวผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตระหว่างเคลื่อนย้าย เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 69 เวลา 10.20 น. ผู้ป่วยมีอาการทรุดลง และมีภาวะหัวใจหยุดเต้น ทีมรักษามีการดำเนินการช่วยชีวิตฟื้นคืนชีพทันที พร้อมชี้แจงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยโรค ความรุนแรงภาวะโรคและโอกาสการเสียชีวิตแก่บิดามารดา รวมถึงการให้การรักษาอย่างเต็มความสามารถด้านวิชาชีพ 18-19 ก.ค. ผู้ป่วยมีอาการคงที่แต่อยู่ในภาวะวิกฤต ต้องรับยากระตุ้นความดันโลหิต ให้เครื่องช่วยหายใจชนิดความถี่สูง โดยทีมแพทย์ปรับการรักษากับสภาวะผู้ป่วย วันที่ 20 ก.ค. 69 วันที่มีการจัดกิจกรรมรับประทานอาหารภายในหอผู้ป่วยหนัก หรือทารกแรกเกิด วันดังกล่าวผู้ป่วยมีอาการบวมทั่วร่างกาย และมีปริมาณปัสสาวะลดลง อันเป็นผลจากภาวะวิกฤตของโรค ส่งผลให้ไม่สามารถคงปริมาณสารน้ำไว้ภายในหลอดเลือดได้ อย่างไรก็ตามความดันโลหิตปรับตัวสูงขึ้น จึงได้มีการลดขนาดยากระตุ้นความดันโลหิตลง แต่ก็จำเป็นต้องได้รับยากระตุ้นความดันโลหิตอีก 4 ชนิด เนื่องจากอยู่ในภาวะวิกฤต ทีมแพทย์จึงได้ปรึกษากุมารแพทย์ทาแรกแรกเกิดของรพ.แม่ข่าย มีความเห็นให้รักษาตามแผนเดิม พร้อมติดตามอาการและปริมาณปัสสาวะอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ทีมแพทย์มีการแจ้งข้อมูลดังกล่าวแก่บิดามารดา โดยชี้แจงว่าความดันโลหิตดีขึ้น จึงปรับลดปริมาณยาลง แต่ยังคงอยู่ภาวะวิกฤต วันที่ 21 ก.ค.69 ผู้ป่วยมีระดับออกซิเจนในเลือดลดลง เมื่อแพทย์ได้รับรายงาน จึงดำเนินการปรับเพิ่มเครื่องช่วยหายใจ และให้ยา ต่อมา 08.30 น. ผู้ป่วยมีระดับออกซิเจนลดลงเหลือ ร้อยละ 76 แพทย์ได้ประเมินอาการและให้การรักษาเพิ่มเติมต่อเนื่อง 09.14 น. ทีมรักษาโทรศัพท์แจ้งบิดาและมารดาว่าผู้ป่วยมีอาการทรุดลง ขอให้เดินทางมารพ.เพื่อรับทราบสถานการณ์และร่วมตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางการรักษา เวลา 10.11 น. ผู้ป่วยไม่มีสัญญาณชีพแล้ว ทีมรักษาได้ดำเนินการช่วยฟื้นคืนชีพทันที เวลา 10.20 น. แพทย์ได้แจ้งแก่บิดาและมารดาว่าผู้ป่วยเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นและไม่ตอบสนองต่อการช่วยฟื้นคืนชีพ ประมาณนี้ที่เขาชี้แจงมา สุดท้ายเขาบอกว่าจากการทบทวนข้อเท็จจริงและข้อมูลทางการแพทย์อย่างละเอียด การเสียชีวิตของทารกเป็นผลจากภาวะเจ็บป่วยรุนแรงตั้งแต่แรกเกิด อันประกอบด้วยภาวะความดันในปอดสูงซึ่งล้วนเป็นภาวะที่มีความรุนแรงและมีอัตราเสียชีวิตสูง โดยการดำเนินการของโรคเป็นไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าทีมแพทย์จะให้การรักษาอย่างเต็มความสามารถแล้ว พี่ตุ๋ยมองไง?
ทนายตุ๋ย : ส่วนตัวมองแค่ว่ารพ.ต้องมีมาตรฐานรพ.และบริการสุขภาพ อันนี้ต้องเป็นไปตามสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล ห้องไอซียูผู้ป่วยหนัก มันก็มีมาตรฐานห้องการให้บริการทางการแพทย์ พอดูมันก็ไม่ควรนั่นแหละ การจัดเลี้ยงในห้องไอซียู มันไม่ควรอยู่แล้ว มันเป็นข้อห้าม ทั้งเรื่องอาหารและดอกไม้ ตรงนี้ต้องกลับไปดูว่าเมื่อรพ.ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจะมีความผิดอะไร ตรงนี้ต้องมีการลงไปตรวจว่ารพ.ปฏิบัติเป็นไปตามมาตรฐานมั้ย ส่วนเรื่องน้องเสียชีวิต มีสาเหตุจากอะไร เกิดจากการละเว้นหรือไม่ ถ้าเกิดจากการละเว้นของบุคลากรการแพทย์ก็ต้องมาดูกัน

จริงๆ แล้วรพ.ก็ไม่ได้ผิดอะไรนะ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์บุคคลอื่นๆ ที่อยู่ในรพ.นี้ ไม่อยากให้ทุกคนเหมารวมว่าต้องเป็นทั้งรพ. ไปดูเป็นส่วนๆ ดีกว่า ว่าใครอนุญาตให้มีการจัดเลี้ยงในไอซียู อันนี้ไม่ถูกต้อง แม้กระทั่งร้านที่ส่งอาหารโต๊ะจีน เขาก็ทำตามหน้าที่ของเขา มันอยู่ที่คนสั่ง ผมมองว่าถ้าจะเจาะจงจริงๆ ต้องเจาะไปที่คนอนุญาต คนสั่ง แต่ทางรพ.ออกมาแถลงตอนแรกว่าเขาทราบแล้ว แสดงว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยทราบ เขาจะไม่ทราบจริงๆ เหรอจัดเลี้ยงในห้องไอซียู แล้ว 30 คน?
ปวีณา : ต้องตรวจสอบกัน ต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ

ดุษฎี : แต่แม่ไม่เชื่อ

ณรงค์ : เขาตรวจสอบกันเองหรือเปล่าครับ

ปวีณา : ท่านปลัดก็บอกจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เราจะให้ถึงกระทรวงสาธารณสุข ไม่ใช่ตรวจสอบกันเอง

ดุษฎี : อีกอย่างที่แม่ไม่เชื่อเลยว่าผอ.ไม่รู้เรื่อง เป็นไปไม่ได้ ท่านจะมาแถลงว่าเพิ่งรับทราบ เพิ่งรับเรื่อง แม่ไม่เชื่อ ถ้าไม่มีผู้ใหญ่อนุญาต หรือรับรู้เป็นไปไม่ได้ อันนี้แม่ไม่เชื่อว่าทางผอ.ไม่รู้เรื่อง ต้องได้รับการอนุญาตจากผอ.ถึงเข้าได้

เลี้ยงอาหาร 30 คน ผอ.ไม่ทราบเหรอ?
ทนายตุ๋ย : อาจไม่ทราบก็ได้ อาจจะ อย่างที่บอกหอผู้ป่วยหนักเขาจะมีหัวหน้าควบคุมแต่ละส่วน แต่เชื่อว่าถ้าขออนุญาต ท่านผอ.ไม่น่าอนุญาต

บุคลากรทางการแพทย์ ที่อยู่ในห้องไอซียูเด็ก แล้วก็คุณหมอที่อยู่ในนั้น บอกว่าไม่เป็นไรหรอก ไม่ติดจากคนเดินเข้าเดินออกหรอก เด็กถ้าจะติดเชื้อจะติดจากอุปกรณ์การแพทย์ ผมสงสัยตรงนี้ ว่ามันได้เหรอ?
ทนายตุ๋ย : เครื่องมือทางการแพทย์ก่อนจะเอาไปใช้กับผู้ป่วยหนักมันต้องปลอดเชื้อจริงๆ

ผมงงว่าถ้าหมอจะพูดว่าจริงๆ แล้วคนเดินเข้าเดินออกแบบนี้ไม่ติดเชื้อหรอก การกินข้าวในนี้ก็ไม่ติดเชื้อหรอก ถ้าพูดอย่างนั้นจริงๆ ก็ไม่ต้องมีห้องไอซียูหรอก เอาไปตั้งไว้ที่ทางเดิน ไม่ติดเชื้อก็ได้ ก็อยู่ในตู้ ไม่ต้องอยู่ไอซียูก็ได้ แล้วจะมีทำไม ห้องไอซียูเด็ก ขอโทษนะ ผมแค่สงสัยและอยากรู้?
ทนายตุ๋ย : ผมว่าคุณหมอจะตอบอะไรก็ควรตอบตามจริยธรรมทางการแพทย์ที่ควรจะเป็น

ที่ผ่านไป คือมุมของรพ.เขาแถลงออกมา ล่าสุดสักครู่เลย ในนี้แถลงว่าลูกคุณเสียชีวิตเพราะอะไร ทางรพ.เองพยายามเต็มที่แล้ว คุณแม่มีอาการป่วยเป็นเบาหวานขั้นรุนแรงมาตั้งแต่แรก เด็กเองพอเกิดมาเลยมีภาวะไม่สมบูรณ์ วันที่เสียชีวิตมีการโทรแจ้งแล้วตอนเช้าว่าให้มา แต่คุณแม่บอกว่าทำไมไม่โทรบอกตั้งแต่กลางคืนว่าน้องแย่แล้ว มาแจ้งตอนเช้า?
ดุษฎี : เอาง่ายๆ พูดกันตรงๆ ห่างแม่ไปแล้วถึงบอกว่าปั้มหัวใจและใส่ท่อไปแล้ว ปกติเขาต้องแจ้งแม่ก่อน แต่นี่ไม่แจ้งเลย ไปเห็นสภาพน้องเขียวแล้ว เขาบอกปั้มขึ้นมาใหม่แล้ว

ณรงค์ : เขาดีมาตลอด ตั้งแต่ปั้มขึ้นมา ระดับดีขึ้นมาตลอด วันที่ 20 ลูกยังเล่นกับเรา กางแขนกางขาอ้าปากใส่ท่อนะ แต่เขาพยายามร้องบอกเรา

ปวีณา : พ่อแม่ต้องรักลูกเป็นธรรมดา เขาอยากให้ลูกมีชีวิตอยู่ แต่ตรงนั้นลูกไม่สบายอยู่แล้ว แต่มีจัดเลี้ยงตรงนั้นพ่อแม่เขาก็ย่อมไม่พอใจ ใจเขาใจเรา ไม่มีใครอยากให้อะไรสกปรกมาใกล้ลูกตอนลูกไม่สบาย เราต้องมองให้ชัดเจนว่าตรงนี้เป็นเรื่องที่เราต้องให้มีการแก้ไข ทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะรพ.แห่งนี้ อย่าไปว่าสถาบัน แต่ต้องเอาบุคคลนั้นๆ ที่มีปัญหา นั่นแหละต้องดำเนินการกับคนกระทำผิด

ต่อสายหา “คุณเอ” ญาติผู้ป่วยท่านนึงที่เคยรักษาที่รพ.แห่งนี้ คุณเอเป็นคนอ่างทอง เหตุการณ์เกิดอะไรขึ้น?
เอ : ไม่ได้มีหลักฐานอะไร แต่เห็นด้วยตาเปล่า แล้วก็ญาติที่ไปเยี่ยมพ่อวันนั้นเห็นครับ

เรื่องราวคุณเมื่อไหร่?
เอ : ม.ค.สองปีก่อน พ่อนอนอยู่ไอซียู อารยุกรรม นอนได้ 3-4 วัน ก็ไปเยี่ยมทุกวัน ปกติช่วงเที่ยงถึงบ่ายโมง จนกระทั่งวันนึง เอาเตียง 1-3 ออก ปูเสื่อปูพรม เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะทำบุญปีใหม่ นิมนต์พระมา เราก็ถามว่ามีอะไรให้ช่วยมั้ย เขาบอกใช้โต๊ะจีนในการจัดเลี้ยงพระในครั้งนั้น เราก็บอกได้ครับ ผมซื้อผลไม้ไปช่วย ยังซื้อผลไม้ไปช่วยเลย 5 โล เพราะคิดว่าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์น่าจะทำแบบนี้ได้ เพราะเขามีความรู้ เราไม่เคยรู้เลยว่ามันผิด จนกระทั่งเป็นข่าว พอผมไปเยี่ยมพ่อ ตอนเที่ยงถึงบ่ายโมง ก็เห็นพนักงานโต๊ะจีน เข็นเข้าเข็นออก ก็เห็นว่ามันไม่ได้เป็นแค่แผนกเดียว

ยืนยันเขาเคยมีการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนจริงๆ?
เอ : ยืนยันครับ จำวันที่ได้ครับ ถ้าแจ้งไปเขาจะรู้ เพราะในห้องผู้ป่วยไอซียู มี 8 เตียง โดนเอาออกไป 2-3 เตียง เหลือ 5 เตียง ถ้ายืนยันวันเวลาเขาจะรู้เลยว่าผู้ป่วยเป็นใคร

ไทม์ไลน์ไม่บิดเบือน สามารถตรวจสอบได้ เช็กผู้ป่วยก็ได้ เช็กเวชระเบียนได้เลย ถ้าเช็กวันนั้นได้ ก็จะสามารถรู้ได้ว่ามีญาติผู้ป่วยคนไหนอยู่ในห้องนั้น และเขายืนยันได้ว่ามีการจัดเลี้ยงจริงหรือเปล่า คุณจำวันที่ได้เนอะ?
เอ : จำได้ครับ เขาบอกมีการจัดเลี้ยงปีใหม่ มีป้าย มีไวนิล มีการจัดเลี้ยงกัน ในไอซียู อายุรกรรม พระ 9 รูปครับ วัดไม่ทราบข้อมูล ถ้ารู้วันก็คงไม่ยากครับ

สามารถไล่ได้หมดเลย?
เอ : ใช่ครับ ที่รพ.บอกว่าเป็นการจัดเลี้ยงครั้งแรก ไม่ใช่ครับ ที่เขาบอกว่าจัดเลี้ยงทำบุญปีใหม่ ซึ่งปีใหม่มีทุกปีครับ ตอนนี้อยากฝากอีกเรื่องนึง มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดหรือรพ.อื่น มีการโพสต์เฟซบุ๊กว่าอย่างนี้ต้องห้าม ลงโทษผู้ป่วย ปิดรพ.สักหนึ่งเดือน คนโพสต์คนเมนต์ เมนต์กันสนุก แต่ก็เห็นมานอนรพ. เจ้าหน้าที่ไม่เกรงกลัวอะไรเลยครับ กลายเป็นว่าคนไข้ต้องกลัวเจ้าหน้าที่เวลาเข้ารพ. อย่างผมเป็นญาติ ตอนเข้าไป ก็เข้าได้ครั้งละสองคน ล้างมือ เปลี่ยนรองเท้า แต่ตอนเขาเข้าไป เขาเข้าทางประตูหลังครับ เข็นรถเข็นเข้าไป ก็ไม่ได้มีอะไรเลย แต่ตาสีตาสาเดินเข้าไปโดนดุเลยครับ

คุณเป็นคนในพื้นที่ ชาวบ้านว่าไง?
เอ : เขาจะพูดยังไง สมมติผมไปว่าพี่พยาบาลทำอย่างนี้ทำไมกับพ่อผม แต่พอผมกลับไป พ่อผมจะอยู่ยังไง ผมไม่ได้นั่งเฝ้าพ่อผม เพราะมันอยู่ในไอซียู ลำบากใจ ต้องยกมือไหว้แล้วซื้อของไปฝาก เพื่อให้เขาดูแลพ่อเราให้ดีที่สุด เพราะเราไม่ได้อยู่ตรงนั้น ก่อนเข้าเยี่ยมทุกคนก็เตรียมพร้อมเลย เข้าไปก็โดนดุ โดนว่าเสียหาย แต่ทำอะไรไม่ได้ ตอนเข้าไปเขาดูแลเชื้อโรคความปลอดภัย ห้ามใส่รองเท้าเรา ต้องใส่รองเท้าเขา ต้องล้างมือ ใส่แมสก์ แต่วันที่มีการจัดเลี้ยง เดินเข้าข้างหลังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนกินเลี้ยงทั่วไปเลยครับ

ทนายตุ๋ย : ไม่เคร่งครัดตามมาตรฐาน

อยากระบายอะไรอีกมั้ย?
เอ : อยากให้เปลี่ยนแปลงสาธารณสุขอ่างทอง เพื่อให้ดีขึ้น เจ้าหน้าที่พยาบาลดูแลชาวบ้านดีขึ้น ไม่ใช่ตาสีตาสาแล้วถล่มทลายเลย รพ.รัฐ ก็สงสารชาวบ้านมาก ดุผมผมก็เถียง แต่ถ้าอยู่ในไอซียู ผมไม่มีปัญญาเถียงอยู่แล้ว เพราะผมห่วงพ่อ

ปวีณา : ก็ต้องบอกรัฐมนตรีสาธารณสุขตอนนี้แหละค่ะให้รับฟัง ปลัดสาธารณสุขได้รับฟังด้วย มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เรื่องที่ประชาชนเดือดร้อน รพ.ดีๆ มีเยอะๆ นะคะ พยาบาล หมอที่ดี แต่คนไหนทำไม่ถูกต้อง ผิดระเบียบก็ต้องดำเนินการจัดการไป ตรงนี้ฝากไว้ด้วยค่ะ

พี่ตุ๋ยมองไง?
ทนายตุ๋ย : ที่เขาพูดคงเป็นเรื่องจริงๆ แต่ท่านปวีณาพูด ทุกรพ.เป็นไปตามมาตรฐาน แต่ถ้ารพ.ไหนไม่เคร่งครัดตามมาตรฐาน ก็ให้เคร่งครัดตามมาตรฐาน จะได้ไม่มีข้อครหา หรือการตั้งข้อสังเกตว่าเกิดอะไรขึ้น

เอาไงกันต่อไป?
ปวีณา : เป็นไปตามขั้นตอน การเสียชีวิตก็เป็นระบบอยู่แล้ว ถ้ารพ.ระบุว่าเสียชีวิตเพราะเหตุใด เราก็ต้องฟังรพ. แต่ต้องบอกเหตุผลให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ต้องเห็นใจพ่อแม่ที่ลูกเขากำลังป่วยอยู่ มีการเข็นรถ จัดเลี้ยงโต๊ะจีนขึ้นมา ไม่มีใครสบายใจหรอก เราอยากเห็นความถูกต้องตรงนี้ ประเด็นเสียชีวิตโดยเป็นไปตามกระบวนการก็เป็นไปตามปกติ แต่ถ้าบอกว่าการจัดเลี้ยงก็อีกเรื่องนึง ถ้าไม่ถูกต้องก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้อง ไม่งั้นก็อย่างที่คุณหนุ่มพูด ไม่ต้องมีแล้วห้องไอซียู เข็นรถไปตรงไหนก็ได้ ใครอยากจะเข้าก็เข้า

พ่อกับแม่เขาไม่สบายใจว่าเกิดอะไรกับลูกเขา วันที่ลูกเขาวิกฤตทำไมไปจัดเลี้ยงอยู่ในไอซียูเด็ก อันนี้ต่างหากที่ต้องตอบ?
ปวีณา : ใครๆ ก็ไม่สบายใจทั้งสิ้น ลูกวิกฤตอยู่จัดเลี้ยงได้ยังไง แล้วไม่ใช่สถานที่ที่ควรจะจัดด้วย กฎหมายก็ผิดอยู่แล้ว

รพ.แถลงล่าสุดเราก็เข้าใจจากใจจริงๆ แต่แค่ไม่เข้าใจ ที่ท่านเองไม่ได้มีการชี้แจงว่า ทำไมเด็ก 5 คนที่อยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤตเด็ก ทำไมวันนั้นถึงมีการจัดเลี้ยง ผมอยากให้ท่านชี้แจงเรื่องนี้ พ่อแม่อยากฟังเรื่องนี้มั้ย?
ดุษฎี : แม่อยากรู้ว่าลูกเราป่วยวิกฤตอย่างนี้ แต่พวกคุณมีความสุข พ่อแม่ร้องไห้ อยากรู้ว่าคุณมีความสุขกันมากมั้ยกับการที่คุณทำแบบนี้ บนความทุกข์ของพ่อกับแม่

ณรงค์ : แล้วอยากทราบว่าใครเป็นคนอนุมัติให้จัดเลี้ยง

ดุษฎี : พ่อแม่ทุกคนห่วงลูกหมดค่ะ

ณ ตอนนี้รพ.ชี้แจงมาเป็นข้อๆ แล้ว คุณพ่อคุณแม่ยอมรับได้มั้ย?
ดุษฎี : ยอมรับได้ตั้งแต่วันแรกที่เขาแจ้งแล้ว แต่แม่แค่สงสัยว่าน้องวิกฤต ทำไมไม่โทรแจ้งตั้งแต่ตอนกลางคืน แต่โทรแจ้งตอนเช้า ทั้งที่เขาบอกน้องดีขึ้นแล้ว แต่เช้าวันรุ่งขึ้น เขาบอกน้องวิกฤตหนัก และติดเชื้อในกระแสเลือดตัวใหม่ มันเร็วเกินไปมั้ย

ณรงค์ : เราอยากรู้ว่ามันคืออะไร แต่ก็ต้องรอผลครับ

ถ้าเป็นไปตามที่ทีมแพทย์วินิจฉัยก็ยอมรับได้ แต่สิ่งที่ยอมรับไม่ได้ คือทำไมเหตุการณ์วันนั้น ที่ลูกเราวิกฤต คุณถึงมีการจัดเลี้ยงอยู่ในห้องนั้น เอาอาหาร เอาดอกไม้เข้าไป เอาคนแปลกหน้าไปเสิร์ฟอยู่ในห้องนั้น?
ดุษฎี : ขนาดพนักงานแตะตู้เรา เข้าไปอยู่กับลูกเรา พยาบาลยังไม่ไล่ ไม่ว่าเขาเลย แต่พ่อแม่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปหาลูกเลย

รพ.แถลงมาอาจไม่ตรงกับสิ่งที่เขาอยากรู้?
ปวีณา : มันไม่ถูกต้องเลย ใครเป็นคนกระทำ ก็ต้องหาคนทำผิดออกมาให้ได้

ณรงค์ : ถ้าตรวจสอบกันเองก็ไม่ถูกต้องครับ

หลังจากนี้จะดำเนินการยังไงต่อ?
ปวีณา : คงต้องรอกระทรวงสาธารณสุข จะมีบทบาทลงมา ทราบว่าปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ก็หวังว่าสิ่งนี้จะได้รับการแก้ไข เพราะมันก็ไม่เหมาะสม กฎระเบียบต่างๆ ก็ชัดเจนอยู่แล้ว ก็ต้องทำตามมาตรฐาน ตามกฎหมาย อยากให้กระทรวงสาธารณสุข ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีหรือท่านปลัดลงมาดูเพราะมันสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชีวิตมนุษย์ อย่างที่เรียนให้ทราบ การเสียชีวิตของน้อง รพ.ทำเต็มที่แล้วก็ตาม แต่สิ่งที่อยากเห็นคือมาตรฐานอันถูกต้อง การดูแลที่ปลอดภัย แต่บางคนไม่ได้ดูแลความปลอดภัย มันก็ไม่ใช่

คุณพ่อกับคุณแม่ของเด็กวัยน้อย 5 วันที่เสียชีวิต ผลออกมาอย่างไรเขายอมรับได้ทั้งหมด และยอมรับที่จะฟัง และไม่ได้กล่าวหาว่าการจัดเลี้ยงทำให้ลูกเขาเสียชีวิตโดยการติดเชื้อ เขาแค่ตั้งข้อสังเกต ตั้งข้อสงสัย ตั้งคำถาม แต่สิ่งที่รพ.จำเป็นต้องแจ้งพ่อแม่เขา ตามที่เขาร้องขอ คือทำไม ณ วันนั้นลูกเขาป่วยวิกฤต ทำไมถึงมีการจัดเลี้ยงในห้องผู้ป่วยวิกฤต ทำถึงจัดเลี้ยงในนั้น ซึ่งลูกเขาเป็น 1 ใน 5 ทำไมถึงมีบุคคลอื่นซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเด็กในนั้นเลย ซึ่งคือพนักงานเสิร์ฟ เข้าไปอยู่ในห้องนั้น ซึ่งจริงๆ ห้องธรรมดาหลังแรกคลอด เขาก็ไม่อนุญาตให้คนแปลกหน้าเข้าไปเด็ดขาดนะ อยู่ดีๆ ท่านให้คนอื่นเข้าไปในห้องนั้น โดยท่านอนุญาต โดยไม่ใช่ญาติของเด็ก เช่นพนักงานเสิร์ฟ นี่ไม่ได้นะ เขาฟ้องหูตาเหลือกได้เหมือนกัน เพราะท่านยอมรับในทีว่ามีการเข้าไปเสิร์ฟจริง ไปถามพ่อแม่เด็กที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องไอซียู แค่เด็กอยู่ในห้องหลังคลอด เขาไม่อนุญาตนะ แต่นี่ท่านไปอนุญาตได้ยังไง?
ดุษฎี : วันที่ 21 แม่ไปถึงแล้ว ทำไมปล่อยลูกแม่นอนโดยไม่สนใจ อยากรู้ว่าทำไมพยาบาลถึงปล่อยละเลยแบบนั้น วันที่ 20 พนักงานไปยืนติดตู้ พยาบาลยังไม่ห้ามปราม ไม่สนใจเลย พ่อแม่อยากรู้ว่าทำไมสองมาตรฐาน

คุณหมอท่านนั้นจะรับผิดชอบคำพูดยังไง ที่บอกว่าเด็กจะติดเชื้อเฉพาะท่อต่างๆ นานา?
ปวีณา : ถ้าบอกไม่ติดเชื้อโรค จะให้พ่อแม่ล้างมือทำไม

คุณหมอต้องออกมาชี้แจงด้วยเรื่องนี้ เขาอยากรู้ เรื่องดอกไม้อยากให้ชี้แจงว่าการเอาดอกไม้ไปมอบให้ในห้องผู้ป่วยเด็กวิกฤต ไม่กลัวเด็กแพ้เกสรเหรอ?
ดุษฎี : อยากรู้คำตอบว่าเด็กอยู่ในกล่องแล้วจะไม่โดนเหรอ อยากรู้ด้วย

คงเป็นการเลี้ยงส่งแพทย์กับพยาบาลจริงๆ แต่ไม่รู้เลี้ยงส่งแบบไหน อยากบอกอะไรรพ.?
ณรงค์ : ผมทำให้ลูกดีที่สุดแล้วครับ อยากให้ลูกไปสบาย ไม่ต้องห่วง พ่อทำให้หนูดีที่สุดได้แค่นี้

เอากระดูกลูกไปด้วย?
ดุษฎี : เอาน้องบอสไปด้วย ตั้งชื่อไว้นานแล้ว

แม่อยากพูดอะไรมั้ย?
ดุษฎี : (ร้องไห้)

ณรงค์ : คุณแม่นอนกอดกระดูกลูกทั้งคืนเลย ไม่ได้กอดลูก