“แอลลี่” แจงดรามาตั้งสเปกชายต้องเงินเดือน 5 แสน หมายถึงรายได้ถัวเฉลี่ยทั้งปี น้อมรับโอเวอร์เคลม “สถาบันกวดวิชา” และวุฒิการศึกษา แจงยิบ 14 สาขาเสื้อผ้า และประวัติการแข่งโต้วาทีฮาร์วาร์ด ไม่ได้มองว่าอวดรวย เช่าคอนโด 2 หลัง ราคา 8 หมื่นและ 4 หมื่น ยันเคยศึกษาที่คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จริง แต่ลาออกช่วงปี 5 เหตุมีอาการแพ้วัสดุทางทันตกรรมขั้นรุนแรง จึงได้รับวุฒิ “วิทยาศาสตร์บัณฑิต” ยืนยันว่าไม่เคยแอบอ้างหรือโฆษณาว่าตนเองเป็น “หมอฟัน” หรือ “ทันตแพทย์” จ่อดำเนินคดีพวกบิดเบือนข้อเท็จจริง รับเป็นเงินสดเท่านั้น
กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง สำหรับ “แอลลี่” หรือ “คุณหนูแอลลี่” อินฟลูเอ็นเซอร์สาวชื่อดัง ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากคอนเทนต์เผยไลฟ์สไตล์หรูหรา พร้อมตั้งสเปกคู่ครองว่าต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาทต่อเดือน จนเกิดกระแสขุดคุ้ยประวัติและธุรกิจ ล่าสุด เจ้าตัวพร้อมด้วย ทนายปุ๊บปั๊บ (ศุภกมลชัย วิเชียรทอง) และ ทนายตุ๋ย (พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์) ได้เดินทางมาเปิดใจในรายการ โหนกระแส ออกอากาศทางช่อง 3 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” เพื่อชี้แจงทุกประเด็นปมสงสัย
เงินเดือนไม่เกิน 5 แสนแบบพี่ตุ๋ยคุยได้มั้ย?
แอลลี่ : คุยได้ค่ะ จริงๆ หนูชอบคนอายุเยอะ
ทนายตุ๋ย : แต่เงินเดือนไม่ถึง 5 แสน ไหวมั้ย แต่พี่ขยันนะ (หัวเราะ)
แอลลี่ : ชอบคนขยันค่ะ
มาโหนกระแสกลัวมั้ย?
แอลลี่ : กลัวค่ะ เพราะเป็นรายการที่มันจะติดชื่อเราไปเลยว่าเราเคยมาโหนกระแส ภาพจำใครหลายๆ คนอาจมีภาพจำว่าต้องเป็นคนมีข่าวไม่ดีถึงได้มา ต้องเป็นเรื่องร้ายแรง ต้องเป็นเรื่องที่มีผลกระทบกับสังคม ถึงจะได้มา แต่แอลลี่มองว่าเป็นพื้นที่ที่ทำให้ไขข้อข้องใจของใครหลายๆ คนที่กำลังสงสัยอยู่ตอนนี้
ปกติแอลลี่ฐานแฟนคลับเยอะมั้ย?
แอลลี่ : ไม่มั่นใจเลยค่ะ
มีสองอย่างนะ แฟนคลับกับแฟนขับไล่ แฟนคลับเยอะมั้ย?
แอลลี่ : (หัวเราะ) จริงๆ หนูทำหลายช่อง เป็นช่องที่เกี่ยวกับเรื่องเรียน และไลฟ์สไตล์ เป็นสองกลุ่มที่ต่างกันไปเลย แต่ถามว่ามีผู้ติดตามตลอดมั้ย มีคนเข้ามาคุย ให้กำลังใจก็มีตลอดบ้างค่ะ ตลอดเวลาที่อยู่บนโซเชียลค่ะ
รู้มั้ยมีคนตำหนิติเตียนคุณ?
แอลลี่ : รู้ค่ะ แอลลี่ก็มองว่ามันเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่บนโลกโซเชียล ก็จะมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ เพราะมุมมอง มันมองได้หลายแบบจริงๆ ไม่ว่าเราทำคอนเทนต์อะไร
ยอมรับว่าพี่ไม่เคยรู้จักแอลลี่ เพราะอันดับแรก ในติ๊กต๊อกพี่ไม่ค่อยได้เล่น ส่วนใหญ่อยู่เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์หรือ x ไม่มีบัญชี ลบทิ้งไปหมดแล้ว สมัยก่อนมันท็อกซิกมาก พี่รู้สึกว่าพี่ไม่ไหว เลยลบดีกว่า ไม่เอา ส่วนยูทูปต้องเข้าไปดูอยู่แล้ว แอลลี่เองพี่แทบไม่รู้จักเลย มารู้จักจากคลิปนี้ หลายคนอาจบอกว่าเป็นใครไม่รู้จัก ผมก็เหมือนกัน พอทีมงานบอกว่าเขาเป็นผู้หญิงคนนึงเป็นอินฟลูฯ มีชื่อเสียงอยู่ในติ๊กต๊อก แล้วไปพูดคำนี้ ทำให้คนไปดูเยอะแยะมากมาย ที่คุณพูดความหมายคืออะไร?
แอลลี่ : คือเราทำช่องใช่มั้ยคะ แล้วเวลาถ่ายคลิปครั้งนึง เรามีหัวข้อที่ทีมเอเจนซี่ที่เราจ้างเขาลิสต์หัวข้อมา วันนี้จะถ่าย 20 คอนเทนต์ วันนี้จะถ่าย 40 คอนเทนต์นะ แต่ละวันหมวดหมู่ก็จะแตกต่างกัน ปกติแล้วแอลลี่ไม่ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับความรักเลย พูดตรงๆ ถ้าดูในช่อง ส่วนใหญ่จะเป็นเกี่ยวกับมายด์เซ็ต การทำธุรกิจ
เหมือนไลฟ์โค้ชเหรอ?
แอลลี่ : มันไม่เชิงเหมือนไลฟ์โค้ชค่ะ คือภาพจำแอลลี่ แอลลี่ทำติ๊กต๊อกมาตั้งแต่สมัยเรียนทันตฯ เลยค่ะ ภาพจำแอลลี่คือผู้หญิงทำงานหาเงิน ส่งตัวเองเรียน สร้างชีวิตขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง คนก็มีข้อสงสัยว่าผู้หญิงที่สร้างตัวเองได้ขนาดนี้ มุมมองความรักเขาคิดยังไง ทำไมถึงดูเป็นผู้หญิงที่มั่นใจจัง แบบนี้คนจะกล้าเข้าหามั้ย ซึ่งมีหลายๆ คำพูดนะคะ เช่นเขาบอกว่าผู้หญิงถ้าเก่งมากเกินผู้ชายจะกลัว เหมือนเซ็ตคอนเทนต์ในวันนั้นจะมีหลายๆ คอนเทนต์ เกี่ยวกับความรัก ว่าตอนนี้มีคนดูแลมั้ย อยากได้คนดูแลอยู่หรือเปล่า
มีคลิปโชว์รถ สวยไม่มากแต่โอนไว จะเอาเท่าไหร่ก็บอกมา?
แอลลี่ : (หัวเราะ) นานมากแล้วค่ะ ก็เป็นแคปชั่นค่ะ มันเด็กค่ะ ตอนนั้นอายุ 19 ได้มั้ย เมื่อก่อนหนูขายเสื้อผ้า
โชว์รถว่าฉันรวย?
แอลลี่ : ก็รถมาใหม่ที่บ้านป้ายแดง ก็ไม่รู้จะถ่ายกับอะไรเนอะ ตอนนั้นบ้านเรามีรถเยอะ เราเลยถ่าย แม่เลี้ยงเป็นคนถ่ายให้ นานมากแล้วค่ะ เราเป็นคนแต่งตัวแบบนี้ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว
อีกคันนึง บอกอายุ 21 เรียนหมอฟัน หลักสูตร 2 ภาษา เป็นเจ้าของบริษัทมูลค่า 8 หลัก มีแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง วางขายในห้างร้านค้าชั้นนำเกือบ 10 ที่ เวลาว่างก็เป็นติวเตอร์สอนวิทย์ฯ ภาษา ชอบทำงานไม่เคยท้อ อันนี้โฆษณาชวนเชื่อมั้ย?
แอลลี่ : ไม่ค่ะ คลิปนี้อายุ 21 แต่ตอนนี้ 25 ตอนนั้นเป็นภาพจำว่าเราเรียนทันตฯ เป็นคณะที่เรียนหนักค่ะ การที่เราทำแบรนด์เสื้อผ้าไปด้วย เป็นติวเตอร์ไปด้วยมันค่อนข้างหนัก พอเราค่อยๆไต่เต้าความสำเร็จขึ้นมาเรื่อยๆ เราแค่อยากโชว์ให้คนเห็นว่า เราสามารถทำได้ตั้งแต่อายุยังน้อย
ทำเพื่อโชว์ไลฟ์สไตล์?
แอลลี่ : ก็เป็นส่วนนึงนะคะ ตอนเด็กแต่งตัวแบบนี้จริงๆ
เป็นคนแรง?
แอลลี่ : ไม่มั่นใจว่าแรงหมายถึงยังไง แต่ว่าเพื่อนที่หนูเที่ยวด้วยก็แต่งตัวกันแบบนี้จริงๆ ในตอนนั้น หนูเด็กเนอะ 19-20
คุณขายจี-สตริง แล้วเดินแบบนี้ไปเดินห้างเหรอ?
แอลลี่ : ไม่ๆ ตอนนั้นอยู่สุขุมวิทซอย 11 อยู่ที่เที่ยวกับเพื่อน แต่เสื้อกับกางเกงตอนนั้นขายจริง อันนั้นเป็นแบรนด์ที่เราไปสมัครเป็นตัวแทนเป็นแบรนด์ใหญ่เลย พูดชื่อก็รู้จักอยู่แล้ว เขาเป็นแบรนด์แรกๆ เลยที่เราเป็นตัวแทนแล้วเอามาขาย มาถ่ายคอนเทนต์ แล้วจะมีเสื้อผ้าที่เป็นแบรนด์ของหนูเองด้วย แต่ชุดนี้ที่ไปสมัครตัวแทนแล้วเอามาถ่าย เราไม่ต้องสต็อกของไงคะ เราใส่ให้คนเห็น เขาชอบแล้วก็จะกลับมาซื้อมาสั่ง เพราะกางเกงแบบนั้นไม่ใช่ทุกแบรนด์ทำ ผู้หญิงทกคนแต่งตัวอะไรก็ได้อยู่แล้ว มีความสุขก็ทำไปเถอะ เราเกิดมาครั้งนึงในชีวิตเนอะ
ทนายตุ๋ย : ตอนนั้นมีความรักบ้างแล้วหรือยัง
แอลลี่ : มีค่ะ แต่ไม่เยอะ
ทนายตุ๋ย : ไม่เกี่ยวต่ำกว่า 5 แสนใช่มั้ย
แอลลี่ : ด้วยความที่เราทำงานแล้วไม่มีเวลามากกว่า เรามีโอกาสเจอคนน้อย
ในชีวิตมีแฟนมากี่คน?
แอลลี่ : ตอนมัธยมเยอะค่ะ ช่วงวัยเด็กเนอะ ปั๊บปี้เลิฟ
เคยถามผู้ชายมั้ย เขาชอบอะไรในตัวเรา?
แอลลี่ : ตอนมัธยม หนูจะเป็นตัวแทนของโรงเรียน แข่งโน่นแข่งนี่แข่งนั่น ในโรงเรียนก็จะเด่นนิดนึง เด่นเรื่องความสามารถทางวิชาการ มัธยมเรียนสายปัญญารังสิตค่ะ โรงเรียนย้อมสะอาดเรียนตั้งแต่อนุบาลถึงป.6 ค่ะ แต่ปัจจุบันโรงเรียนเปลี่ยนชื่อแล้ว
เราโดดเด่นในสายปัญญา?
แอลลี่ : พอเราเรียนโรงเรียนหลักสูตรค่อนข้างแข็งมาดีกว่า ภาษาอังกฤษเราจะโดดเด่น พอเรามีแข่งขันอะไร หนูได้เป็นตัวแทนโรงเรียนสายปัญญาตลอด เวลาเขาคัดเลือกรายการไหน หนูก็จะเป็นคนคะแนนสูงสุดได้เป็นตัวแทน แลวมีประเด็นว่าหนูกุขึ้นมาว่าชนะอะไรบ้าง ก็จะมีเกียรติบัตรทุกอันที่หนูเคยแข่งตอนสมัยมัธยม หนูได้แถลงไปแล้วเบื้องต้น ว่าเราเคยเปลี่ยนชื่อว่า ก็มีเกียรติบัตรทุกการแข่งขันค่ะ เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งจนชนะอะไรบ้างค่ะ
ชื่อโชติมณีชื่อแรกเลย แล้วปัจจุบันชื่ออะไร?
แอลลี่ : อลิชาค่ะ ตั้งเอง หนึ่งมันสั้นค่ะ โชติมณี พอเขียนเป็นภาษาอังกฤษ มัน 10 ตัวอักษร คนส่วนใหญ่จะอ่านโชต-มณี หนูไม่ชอบที่คนอ่านผิด
มีคนบอกคุณเปลี่ยนเพราะหลายคนเรียกคุณว่าแม่มณี?
แอลลี่ : ไม่นะคะ ตอนหนูเปลี่ยนก็ปี 62 ค่ะเด็กมาก ไม่เกี่ยวกับแม่มณี เราจะเข้ามหาลัย ก็คิดว่าเรามีสิทธิ์จะเลือกใช้ชีวิตอะไรหลายๆ อย่าง เราอยากเลือกชื่อตัวเองให้มันเรียบง่ายขึ้นค่ะ
กลัวคนหมั่นไส้คำตอบคุณมั้ย?
แอลลี่ : หนูรู้สึกว่าตอนนี้ไม่ว่าหนูจะพูดอะไรออกไป ก็มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ก็พยายามเป็นตัวเอง
แต่เท่าที่ดู หาคนที่ชอบไม่ค่อยเจอเลยนะ?
แอลลี่ : (หัวเราะ) เขาอาจไม่กล้าคอมเมนต์ ถ้าใครชอบหนูฝากคอมเมนต์หน่อยนะคะ (ยกมือไหว้) ไม่ต้องกลัวคนสวนกระแสกลับ ฝากซัปพอร์ตแอลลี่หนูนะคะ (หัวเราะ) ถ้าไม่ได้คอมเมนต์เกินขอบเขต หรือทำลายชื่อเสียงเรา แอลลี่ก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติเนอะ เราอยู่บนโลกสาธารณะแล้ว ทุกคนก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมต่างๆ
วันนี้ทนายเตรียมฟ้อง?
ทนายปุ๊บปั๊บ : ใช่ครับ รวบรวมข้อมูลไว้แล้วครับ
แอลลี่เป็นประเด็นในโลกออนไลน์ตอนนี้ คนค่อนแคะเธอหลายคน เธอเลยตั้งทนายปุ๊บปั๊บปุ๊บปั๊บมาฟ้อง?
ทนายปุ๊บปั๊บ : ใช่ครับ
ตอนแรกคิดว่าเป็นผัวจริงๆ นะ?
แอลลี่ : ไม่ใช่ค่ะ
ทนายปุ๊บปั๊บ : จริงๆ ผมกับคุณแอลลี่ดูแลกันมานานแล้วด้านคดีครับ
แอลลี่ : รู้จักกันมาสักพักแล้วผ่านเพื่อนที่ทำงานบริษัทลอร์เฟิร์มใหญ่ๆ
คุณพูดแต่ละอย่าง แฝงความร่ำรวยทุกอย่าง?
แอลลี่ : จริงเหรอ
อย่างเมื่อกี้คุณไม่ต้องบอกก็ได้ว่ารู้จักผ่านลอร์เฟิร์มใหญ่ๆ มันก็จะแฝง คุณลงรูปก็ต้องแฝงความรวยของคุณ เป็นสไตล์หรือเปล่า?
แอลลี่ : ใม่รู้นะคะ ก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ พูดแบบนี้ปกติกับเพื่อน
ทนายตุ๋ย : เด็กรุ่นใหม่ ติดขิงเล็กๆ
แอลลี่ : ไม่มั่นใจเลย เพราะมีเพื่อนหลากหลายช่วงอายุค่ะ แต่ส่วนใหญ่เป็นคนโตกว่าด้วย
ทนายตุ๋ย : ลอร์เฟิร์มใหญ่ๆ ผมตกใจเลย
ต้องมีอะไรใหญ่ๆ ออกมาให้เห็นนิดๆ ว่าฉันคือคุณหนูแอลลี่ ในคลิปพอคุณบอกว่าผู้ชายต้องมีรายได้เกิน 5 แสนบาท แสดงว่าต้องมีรายได้มากว่าคุณ หรือเท่ากับคุณคนก็ไปขุดประวัติกันมากมาย ว่าตกลงคุณรวยจริงๆ หรือเปล่า?
แอลลี่ : คำว่ารวยของคนไม่เท่ากัน อย่างหนูเป็นคนทำงานตั้งแต่เด็ก หนูหาเงินตั้งแต่อายุ 17-18 ที่บ้านทำธุรกิจส่วนตัว แต่หนูไม่ได้ติดต่อกับที่บ้านมาประมาณ 2-3 ปีแล้ว หนูลาออกแล้วย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ชีวิตหนูอยู่ลำลูกกาเลยค่ะ เรียนรังสิต อยู่ลำลูกกามาทั้งชีวิตเลย
ที่บ้านทำธุรกิจส่วนตัวคืออะไร?
แอลลี่ : พวกขนส่งรถบรรทุกค่ะ พวกรับเหมาก่อสร้าง
ก็รวยนะ มีพี่น้องกี่คน?
แอลลี่ : พี่น้องที่เป็นแม่เดียวกันเลยมีคนเดียว แล้วจะมีพี่น้องที่พ่อเดียวกันแต่คนละแม่ด้วย แต่ไม่ค่อยอยากลงดีเทลเท่าไหร่
พ่อแท้ๆ มีเมียมาก่อนหลายคน เลยมีลูกหลายคนกับเมียอื่นๆ คุณเป็นหนึ่งในลูกของแม่คุณ?
แอลลี่ : ใช่ค่ะ แต่แม่หนูเสียแล้ว ตั้งแต่หนู 8 ขวบ
คุณออกมา?
แอลลี่ : ไปอยู่กับพ่อแล้วมีแม่เลี้ยง
ทุกวันนี้คุณทำอะไร?
แอลลี่ : หลายอย่างค่ะ สอนหนังสือเป็นติวเตอร์ รับงานไลฟ์สดช่องตัวเอง แล้วจะมีคนส่งของขวัญ หาของมาขาย
รายได้เกิน 5 แสน?
แอลลี่ : เกินมั้ยต่อปี พูดตรงๆ ว่าต้องเกินอยู่แล้วเพราะเราทำหลายอย่าง
ต่อเดือนหรือต่อปี?
แอลลี่ : ต่อปีค่ะ
แต่ที่คุณพูดต่อเดือนนะ?
แอลลี่ : ในคลิปมีบอกเหรอคะว่าต่อเดือน
คุณพูดคำว่าต่อเตือน คุณหลุดแล้ว คุณบอกที่เราหาได้ต่อเดือน แต่เมื่อกี้บอกต่อปี เอาไงแน่ พูดเองลืมเองนะ คนหาว่าโกหกนะ นี่คนพิมพ์นะ?
แอลลี่ : คือรายได้ต่อเดือน พูดตรงๆ ว่าหนูทำอาชีพที่มันเป็นฟีลเหมือนฟรีแลนซ์ ไม่ได้มั่นคง มีทั้งเดือนที่ได้และไม่ได้ หนูไม่ได้ทำงานประจำ ที่ทุกเดือนจะมีรายรับเท่านี้
แต่มาตรฐานที่คุณพูดฉันมีรายได้ต่อเดือน 5 แสน ฉะนั้นผู้ชายคนไหนก็ตามแต่ มีรายได้ต่อเดือนไม่ถึง 5 แสน ไม่ต้องมาคุย ตรงนี้คนเอาไปขยี้ คุณต้องตอบตรงนี้ให้ได้ก่อน?
แอลลี่ : อย่างที่บอกเลยว่าด้วยความที่แอลลี่ไม่ได้ทำงานประจำ ทำรายได้หลายช่องทาง มีทั้งเดือนที่ได้เกิน และเดือนที่ได้ไม่เกิน ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรหลายๆ อย่าง ขึ้นอยู่กับซีซั่น ขึ้นอยู่กับกระแส ขึ้นอยู่กับความเร่งด่วนโน่นนี่นั่น แต่ถามว่าภาพรวมเฉลี่ยทั้งปี เราอยู่ในเรนซ์ที่เป็นประมาณนั้น และมากกว่านั้นขึ้นไป
ทนายตุ๋ย : ถ้าแอลลี่พูดว่าถัวเฉลี่ยเดือนละ 5 แสน ต้องเป็นรายรับยังไม่หักค่าใช้จ่าย แต่พอคุณพูดอย่างนี้ คนฟังเขาคิดว่าเป็นรายได้จริงๆ
คนถึงเอาไปตั้งประเด็นและโจมตีคุณ พอโจมตีคุณทนายก็ไปฟ้อง ถูกมั้ย?
ทนายปุ๊บปั๊บ : ประเด็นที่ฟ้องกับประเด็นที่พี่หนุ่มพูดเมื่อสักครู่มันคนละประเด็นกัน ที่จะฟ้องคือประเด็นบิดเบือนข้อเท็จจริง เช่นบอกว่าคุณแอลลี่ไปหลอกคนนั้นคนนี้ มีพฤติกรรมที่น่ารังเกียจอย่างนั้นอย่างนี้
พฤติกรรมโกหกเขา เรื่องเงินเดือน คุณบอกบางเดือนอาจไม่ถึง 5 แสนแต่โดยถัวเฉลี่ยแล้ว หักลบกลบหนี้ ปีนึงคุณต้องได้ประมาณ 6 ล้าน?
แอลลี่ : หนูก็มีอาชีพที่มีลูกน้องต้องซัปพอร์ต พูดตามตรงว่าถ้าทั้งปีหนูมี 5 แสน หนูไม่สามารถหาทีมงานได้อยู่แล้ว มีทีมงานทำคอนเทนต์ ทุกอย่างมีค่าใช้จ่ายหมด ถ้ามองภาพตามความเป็นจริง ต้องรู้อยู่แล้วว่าต้องมีรายได้เท่าไหร่มาทำอาชีพแบบนี้ได้
ทนายตุ๋ย : แอลลี่พูดขนาดนี้ ไม่กลัวสรรพากรเหรอ
แอลลี่ : จริงๆ แล้วแอลลี่มีทีมบัญชีดูแลอยู่ตลอด มีการเสียภาษีบริษัทอยู่ตลอด
ทนายตุ๋ย : ตั้งเงินเดือนสูง 5 แสน ไม่กลัวขึ้นคานเหรอ ผู้ชายเงินเดือน 5 แสนต้องระดับผู้บริหารแล้วนะ เด็กๆ อายุเท่าเราพี่คิดว่ามันหายากอยู่นะ
แอลลี่ : อย่างที่บอกหนูทำงานหาเงินตั้งแต่เด็ก หนูทำหลายอย่างมากๆ เลยค่ะ ทำงานหนักมากๆ ทั้งสอนหนังสือ ไลฟ์ขายของ ทำทุกอย่างที่ได้เงิน หนูอยู่กับเงินหลักแสน หนูหาเงิน 1 แสนบาทได้ตั้งแต่ 17-18 จากการสอนหนังสือ แล้วหนูก็เป็นคนทะเยอทะยานในการพัฒนาตัวเอง บางคนอาจมองว่า 5 แสนมันสูง แต่อย่างหนูเกิดมาครั้งนึงในชีวิต หนูเป็นคนที่อยากประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน เป้าหมายหนูก็อาจจะสูงไปกว่านั้น ก็เลยอาจมีคำพูดที่ออกไปว่า ความสามารถเราต้องไปได้ไกลกว่านั้น
ทนายตุ๋ย : หลังจากนี้เปลี่ยนมั้ย เช่นอายุ 50 เป็นทนายความนี่พอได้มั้ย (หัวเราะ)
แอลลี่ : (หัวเราะ)
เรานี่น้า?
แอลลี่ : แต่หนูเคยคบคนอายุ 50 กว่านะคะ คนอายุต่ำกว่า 40 หนูไม่คุย หนูพูดตรงๆ เลย ที่ผ่านมาที่คุยจริงๆ คบจริงๆ คือ 40-50 หมดเลย
เพราะอะไร?
แอลลี่ : วุฒิภาวะค่ะ อย่างที่บอกในคลิปเลย
วุฒิภาวะจะสู้ความกำยำแข็งแรงได้เหรอ?
แอลลี่ : แต่ละคนมีจุดโฟกัสไม่เหมือนกันเนอะ บางคนอาจชอบอายุน้อยๆ ดูดี แต่หนูชอบคนที่สอนให้หนูเติบโตขึ้นได้ ทุกแง่มุม ทุกมิติเลย
เป็นผู้หญิงที่มาตรฐานสูง ใช่มั้ย?
แอลลี่ : อาจสูงสำหรับคนทั่วไป แต่อาจมีบางกลุ่มที่เขาอาจจะมองว่าไม่ได้สูง ก็มีหลายแบบจริงๆ ค่ะ
บาร์โฮสคุณไปเที่ยวทำไม หรือตอนนั้นมันเหงา?
แอลลี่ : ไม่ค่ะ พี่ที่หนูสนิทเขาเปิดบาร์โฮส ชื่อร้านฮอลลีวูดแบงคอก แต่ตอนนี้ร้านปิดไปแล้วค่ะ ตอนนั้นมีคนติดตามระดับนึงอยู่แล้ว เขาขอไปช่วยถ่ายทำคอนเทนต์ช่องหน่อย อันนี้ก็เป็นร้านรุ่นพี่ที่รู้จักผ่านเพื่อนคนนึงเหมือนกัน จริงๆ หนูเคยทำคลิปไปหลายรอบมากๆ ว่าเป็นร้านที่รุ่นพี่หนูเปิด เพื่อนพาเข้าไป ในคลิปที่หลุดออกไปมาจากช่องของร้านฮอลลีวูด คนที่ถ่ายคลิปนี้ก็เป็นคนที่แอลลี่รู้จัก เพราะแอลลี่ก็เคยจ้างเขามาทำคอนเทนต์ในช่องแอลลี่ ช่องที่สอนหนังสือเหมือนกัน บาร์โฮสก็เที่ยว แต่เที่ยวเป็นช่วงๆ อย่างปีที่แล้วเที่ยงสองสามเดือนแล้วไม่ได้เที่ยว ปีนี้เที่ยวช่วงก.พ.-เม.ย. แล้วไม่ได้เที่ยว บางทีเราทำงานเครียดเนอะ ปัญหาบางอย่างเราไม่อยากพูดให้คนรอบตัวฟัง บางทีเราไปกินเหล้ากับคนแปลกหน้า มันดีที่สุด แค่นั้นเลย
ทนายตุ๋ย : มันต่างจากโคโยตี้มั้ย
ทนายปุ๊บปั๊บ : พูดตรงๆ ว่าคุณแอลลี่เคยพาผมไป ผมเองก็สงสัยว่าเป็นยังไง ก็ฟีลเพื่อนคุยกัน
ทนายชอบมั้ย?
ทนายปุ๊บปั๊บ : ผมอยากรู้ว่าบรรยากาศข้างในเป็นยังไง เหมือนร้านทั่วไปหรือเปล่า
พอไปแล้วอยากไปอีกมั้ย?
ทนายปุ๊บปั๊บ : ผมรู้สึกเฉยๆ เหมือนคุยกับเพื่อน กินเหล้ากัน
ทุกวันนี้หนูเองทำงานทำการอะไร?
แอลลี่ : ทำหลายอย่างเลยค่ะ มีช่องนี้ ถ้ามีงานติดต่อมา ก็จะไปรีวิว แต่ส่วนใหญ่จะคัดเยอะนิดนึง บางทีหนูไลฟ์ก็จะมีคนมาให้ของขวัญ หรือหนูหาขนมมาขาย
รับมาเป็นรายได้ยังไง?
แอลลี่ : เข้าบัญชี
หนังตาหนูกระตุกนะ มันเห็นหมดเลย ยังไงต่อ?
แอลลี่ : มีคนพูดกับหนู 4 คนแล้ว ว่าในกล้องหนูไม่รอด (หัวเราะ)
หนูสวยจากข้างใน ตอบไป?
แอลลี่ : หลายช่องทางนะคะ มีทั้งเข้าบริษัทเงินสด หรืออย่างให้ของขวัญในติ๊กต๊อกก็จะกดให้ทรานเฟอร์เข้าบัญชีได้ มีบริษัทมานานแล้วค่ะ หนูทำแบรนด์เสื้อผ้ามาตั้งแต่เด็ก เวลาทำสัญญาทำอะไรต้องทำในรูปแบบนิติบุคคล
ทนายตุ๋ย : ต้องไม่บอกตั้งแต่เด็กสิครับ ต้อง 20 ถึงจะทำนิติกรรมได้
แอลลี่ : หมายถึงหนูทำงานมาตั้งแต่เด็ก แล้วขยายไปเรื่อยๆ พอเติบโตขึ้นก็เริ่มเป็นนิติบุคคลค่ะ
คนพูดถึงคุณเยอะมาก เขาบอกว่าให้ถามเรื่องใบอนุญาตสถาบันติวเตอร์ มันคืออะไร?
แอลลี่ : หนูเป็นติวเตอร์คนเดียวตั้งแต่อายุ 17 สอนภาษาอังกฤษ สอนวิทย์-คณิตด้วย แต่ไม่ได้สอนมาก เส้นทางการทำอาชีพนี้ หนูสอบติดคณะทันตฯ พอมันว่าง 7-8 เดือน หนูไม่รู้จะทำอะไร ก็เริ่มหาช่องทางหารายได้เป็นของตัวเอง ก็เริ่มจากการสอนหนังสือนี่แหละค่ะ หนูสอนเป็นติวเตอร์คนเดียวตลอด วันนึงอยากให้มันเติบโตมากขึ้น คิดทำสถานบันเป็นออนไลน์ ก็เริ่มมีสถานบันเป็นออนไลน์ขึ้นมา แล้วก็สอนสถาบันออนไลน์มาเรื่อยๆ จนค่อยๆ ขยายมา พอมีนักเรียนเยอะขึ้น ก็ไปเช่าห้องประชุม ตามสตาร์บัครายวัน หรือห้องประชุมขนาดเหมาะสมตามกลุ่มการเรียนนั้นๆ เพิ่งเปิดมีหน้าสถาบัน ติดสติ๊กเกอร์จริงๆ เมื่อประมาณสิ้นปีที่แล้ว เปิดได้แค่ประมาณ 2 เดือน ก็ปิดไป 2 เดือน เพราะหนูหยุดสอนไปเที่ยว พอกลับมาก็มีความคิดขยายให้มันใหญ่มากขึ้น ก็เริ่มขยายที่ใหม่ก่อสร้างใหม่
เป็นโรงเรียนกวดวิชาหรือเปล่า?
แอลลี่ : มันเป็นสถาบันกวดวิชา เขาใช้คำว่าอะไร
ทนายปุ้บปั๊บ : ที่เรียนพิเศษครับ ตั้งอยู่ที่ไหนครับ
แอลลี่ : ตอนนี้อยู่ที่อาคารวรรณศรค่ะ เลือกได้หมดเลยค่ะ ถ้านักเรียนอยู่ต่างประเทศ หรือต่างจังหวัด ก็สามารถเรียนเป็นออนไลน์ได้ จริงๆ แล้วเราเคยมีบริษัทมาก่อน และมันเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน เรามีปัญหานิดหน่อย
นักเรียนบางคนไปลงสมัครเรียนเดี่ยวแล้วถูกจับไปเรียนกลุ่ม มีมั้ย?
แอลลี่ : ตรงนี้เป็นสิ่งที่หนูต้องอธิบาย มันสร้างความเข้าใจผิดให้หลายๆ คนเยอะมาก วิชาที่หนูสอนหลักๆ มีสองวิชา เป็นวิชาที่เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ถ้า SAT ไพรเวตปีนึงคนสมัครน้อยมาก และคนที่เรียน SAT ไพรเวตก็ไม่สามารย้ายมาเรียนกลุ่มได้แน่นอน เพราะหลักสูตรการเรียนของกลุ่มกับเดี่ยวไม่เหมือนกัน หนังสือเรียนก็ไม่เหมือนกัน เอกสารที่ได้ก็ไม่เหมือนกัน ด้วยความที่สอนได้ไม่เหมือนกัน เราไม่สามารถย้ายเขามาเรียนในห้องได้ ปกติแล้วเด็กที่เรียน SAT ไพรเวต จะเป็นนักเรียนอยู่ต่างประเทศ หรือนักเรียนอินเตอร์
เขาลงเรียนเดี่ยว จับเขาเรียนกลุ่มก็ไม่เป็นธรรมกับเขาสิ?
แอลลี่ : ต้องฟังหนูอธิบายก่อนว่ามันมีคนที่โดนจับไปจริงๆ มั้ยหรือจริงๆ เป็นเพียงแค่คนพิมพ์ขึ้นมา หนูเห็นแชตนั้นแล้ว อันดับหนึ่งคือต้องแสดงตัวตน คุณกล่าวหาลอยๆ แบบนี้ไม่ได้
ทนายปุ๊บปั๊บ : อันนี้เข้าข่ายหมิ่นประมาทครับ
แอลลี่ : หนูเตรียมหลักฐานมาแล้วค่ะ อย่างที่บอก SAT ไพรเวต ไม่สามารถย้ายมาเรียนกลุ่มได้อยู่แล้ว เพราะหนังสือเรียน หลักสูตรไม่เหมือนกัน คลาสกลุ่มส่วนใหญ่สอนเป็นภาษาไทยหมดเลย แต่บางคนเรียนไพรเวต วิชา SAT เขาเลือกเรียนเป็นภาษาอังกฤษ นั่นหมายความว่าถ้าสมัครเรียนเป็นภาษาอังกฤษ น้องก็เขียนภาษาไทยไม่ได้อยู่แล้ว นั่นคือเหตุผลที่หนูตั้งข้อสงสัยว่าอันนี้คือเรื่องจริงหรือเรื่องไม่จริง เพราะทุกคนที่เรียน SAT ไพรเวตส่วนใหญ่แล้วมีให้เขียนโน้ตเป็นภาษาอังกฤษจึงเป็นเหตุผลที่เขามาเรียนกลุ่มไม่ได้ แต่ถ้ากรณี IELTS ช่วงที่ผ่านมาหนูมีบอกให้นักเรียนประมาณ 6-7 คน ย้ายมาเรียนกลุ่มจริงๆ เพราะมีนักเรียนบางส่วนที่มาสมัครเรียนแล้วไม่มีการลงตารางนัดเวลาเรียนกับติวเตอร์ และติดต่อไม่ได้ หลายคนสมัครเรียนแล้วทิ้งคอร์สเรียนก็มี มันจึงทำให้คอร์สเรียนไม่สามารถจบได้ในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าย้อนกลับไปรูปที่ระบุเวลาชัดเจนว่าตั้งแต่ตอนสมัครเรียน เราต้องแจ้งตลอดอยู่แล้วว่าคิวติวเตอร์แต่ละคน สามารถสอนได้ช่วงไหนบ้าง และเริ่มได้ตอนช่วงเดือนไหน จะมีบอกสอนอะไรเรียบร้อยยังไงบ้าง ซึ่งรายละเอียดถูกแจ้งกับผู้สมัครเรียนตั้งแต่ก่อนสมัครเรียนอยู่แล้วว่าเขายอมรับในเงื่อนไขก่อนสอนอยู่แล้ว
ทนายตุ๋ย : น้องที่ลงเรียนกลุ่มแล้วต้องย้ายเข้ามา ค่าใช้จ่ายวันที่เขาสมัครเป็นค่าใช้จ่ายนึงไปแล้ว พอน้องจับเขามาเรียนกลุ่ม ค่าใช้จ่ายเลยต้องแตกต่างกัน ตรงนี้หรือเปล่าที่เขามองว่าผลักเขาไปในส่วนอื่น
แอลลี่ : การที่อยู่ดีๆ ย้ายมากลุ่ม หนูไม่ได้ทุกคนว่าต้องย้ายมากลุ่มนะคะ พูดตรงๆ ว่าอาจมีปัญหาบางอย่าง เช่น ติดต่อนักเรียนไม่ได้ แต่ถ้านักเรียนมาเรียนกลุ่ม นักเรียนจะมีเทปเรียน เพื่อให้ไปเรียนได้ในเวลาสะดวก
ทนายตุ๋ย : เราไม่ได้คืนเงินเขาไปบางส่วน
แอลลี่ : ไม่ค่ะ จะมีนักเรียนที่เลือกเรียนไพรเวตต่อเหมือนเดิม และนักเรียนที่ตัดสินใจเองว่าจะเรียนกลุ่ม
ทนายตุ๋ย : ถ้าเราผลักเขาจำเป็นมั้ยต้องคืนเงินส่วนต่าง
แอลลี่ : ต้องคืนเงินค่ะ จริงๆ แล้วคลาสเรียนกลุ่มราคาเท่ากันกับสิ่งที่เขาจ่ายเดี่ยว แต่หนูเพิ่มชม.เรียนให้เป็นสองเท่า เพราะถ้าเป็น IELTS ถ้าลง 40 ชม. จะได้เรียนกับแอลลี่ 20 ชม. ซึ่งพอเรียนกลุ่มในราคาเท่ากัน ได้เรียนเพิ่มเป็น 40 ชม. แอลลี่เสนอแนวทางนี้ให้กับน้องๆ ที่ทำพรีเทสต์แล้วมองว่าเรียน 20 ชม. แล้วสอบไม่ได้แน่ๆ แอลลี่ไม่ต้องการให้นักเรียนเสียเงินเพิ่ม แอลลี่เป็นครูต้องหาสิ่งที่ดีที่สุดให้นักเรียน แต่แอลลี่ไม่เคยบังคับนักเรียนนะว่าต้องเรียนกลุ่ม แอลลี่จะบอกว่าพี่ดูพรีเทสต์น้องแล้ว ถ้า 20 ชม.หนูจะสอนได้แค่ครึ่งแรก
คุณสอนอังกฤษกับคณิต?
แอลลี่ : ตอนนี้สอนภาษาอังกฤษเป็นหลัก มีครูคนอื่นในสถาบันด้วยค่ะ
คุณจบวุฒิอะไรมา?
แอลลี่ : จบวิทยาศาสตร์บัณฑิต จากคณะทันตแพทยศาสตร์ค่ะ
มาสอนวิทย์ อังกฤษ ในอดีต มันได้ใช่มั้ย?
แอลลี่ : เราเรียนสายวิทย์มาเนอะ จริงๆ สอนอังกฤษกับวิทย์มาตั้งแต่แรกเลยค่ะ
ทนายตุ๋ย : พี่หนุ่มกำลังจะถามว่าสอนภาษาอังกฤษได้เหรอ เราไม่ได้มีหลักสูตรตรงมาหรือการเปิดโรงเรียนกวดวิชาเราต้องมีหลักสูตรอะไร
แอลลี่ : คือการที่เราจะยื่นเข้าคณะทันตแพทย์ หนูเป็นติวเตอร์ฟรีแลนซ์มาก่อนตั้งแต่เด็ก การเข้าหลักสูตรนี้ต้องผ่านการสอบภาษาอังกฤษหลายอย่าง บวกกับพอตฟอริโอ้คณะทันตแพทย์ที่หนูยื่นไป หนูใช้ผลงานทางด้านภาษาอังกฤษที่เป็นเกียรติบัตรทุกอย่างที่เมื่อกี้หนูให้ไป
เก็บเขาแพงมั้ย?
แอลลี่ : ไม่แพงนะคะ สมเหตุสมผล และถูกกับหลายๆ ที่ สถาบันเป็นพาร์ตเนอร์กับศูนย์สอบด้วย แอลลี่ก็ได้ซัปพอร์ตส่วนลดค่าสอบให้น้องๆ ค่ะ
ใบจดแจ้งจะเคลียร์ยังไงมั้ย?
แอลลี่ : ด้วยความที่โรงเรียนเพิ่งเปิดเป็นหน้าสถาบันจริงๆ ครั้งแรกตอนเดือนต.ค. เปิดได้สองเดือน ตอนธ.ค.กับม.ค.เราปิด เตรียมย้ายมาอีกที่ มีการเริ่มก่อสร้างอีกที่ประมาณก.พ. เริ่มเปิดจริงๆ ประมาณมี.ค. พอเราย้ายมาอีกที่ก็ต้องมีขั้นตอนหลายอย่างมากๆ
สถาบันนี้คุณสอนมานานแค่ไหน?
แอลลี่ : หนูสอนเป็นออนไลน์มาก่อน เพิ่งเปิดหน้าสถาบัน ที่เก่าเลยห้องเล็กๆ ประมาณก.ย. ถึงต.ค. ปีที่แล้ว
ขอจดตั้งแต่ตอนนั้น?
แอลลี่ : จดไม่ได้ค่ะ เงื่อนไขการจดเป็นโรงเรียนไม่ใช่ทุกที่จดได้ ต้องมีขนาดกี่ตารางเมตรเข้าไป ตอนนั้นขนาดห้องหนูไม่ถึงเท่าเราทำเป็นห้องประชุมมากกว่า
แต่คุณใช้คำว่าสถาบันกวดวิชานะ?
แอลลี่ : มันเป็นเหมือนโรงเรียนสอนพิเศษ เด็กจะเข้าใจว่าที่นี่เป็นที่ที่สอนพิเศษ แล้วเราจะเปิดแค่ตอนเย็น สามชม.เพื่อไปนั่งสอน เหมือนหนูไม่ต้องไปเช่าห้องสตาร์บัคค่ะ เพราะถ้าเช่าห้องสตาร์บัควันนึงเสีย 5 พันบาท
ทนายตุ๋ย : ถ้าเป็นสถาบันต้องจดแจ้งตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน แต่น้องพูดน่าจะเป็นติวเตอร์ส่วนตัวก่อน
พอใช้คำพูดว่าสถาบัน อันนี้ก็ไม่ได้ หนูต้องระวัง เพราะสร้างความเข้าใจผิดได้ และกลายเป็นการโอเวอร์เคลม ทุกสิ่งจะย้อนกลับมาหาเรา เตือนด้วยความหวังดี คำพูดที่สื่อสารออกไป มันกลายเป็นโอเวอร์เคลม เพราะคุณไม่ใช่สถาบันจริงๆ อันนี้ต้องระวัง?
แอลลี่ : ตอนหนูทำโรงเรียนเป็นออนไลน์ แล้วอยู่ดีๆ มันก็บูมขึ้นมา หนูไม่ได้ตั้งตัวว่าหนูจะต้องมาทำเป็นสถาบัน แล้วตอนนั้นห้องที่เหลือว่างให้เปิดได้ คือห้องเก่า ณ ตอนนั้น ซึ่งเราต้องทำไปก่อน เพราะต้องมีสถานที่ในการสอน แต่ทุกวันนี้หนูทำทุกอย่างให้มันถูกต้อง ย้ายที่อยู่ บริษัทโน่นนี่นั่นให้เป็นที่ใหม่ของเรา ซึ่งเพิ่งดำเนินการเสร็จไปทีละขั้นตอน แต่อย่างที่พี่ทนายบอกเลยการจดเป็นโรงเรียนมีหลายขั้นตอนมากๆ ทั้งการร่างหลักสูตรขึ้นมา ด้วยความที่วิชาที่หนูสอน ไม่ได้อยู่ในหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการทั่วไป แม้กระทั่งโจทย์ต้องดูเลยว่าเราเอาโจทย์มาจากหนังสือสำนักพิมพ์ไหน จะติดเรื่องลิขสิทธิ์มั้ย บวกกับหนูออกหลักสูตรใหม่ เปิดคอร์สเรียนใหม่เรื่อยๆ ออกหนังสือใหม่เรื่อยๆ ต้องมานั่งลิสต์ว่าหนังสือที่เราต้องส่งตรวจหลักสูตรของเรา มีอะไรบ้าง
ทนายตุ๋ย : นั่นล่ะที่พี่หนุ่มเตือน ถ้าแอลลี่ยังไม่ได้เป็นสถาบัน มันอยู่ระหว่างคุณเตรียมดำเนินการ
พอพูดไปเรื่อยๆ ไลฟ์เรื่อยๆ บางทีคุณติดกับตัวเอง สถาบันกวดวิชา คนก็จะถามว่าคุณจบอะไรมา คุณเป็นติวเตอร์ได้เหรอ ไหนบอกจบทันตแพทย์ คุณไม่จบด้วยซ้ำ นี่หนึ่งแล้วนะ สถาบันต้องมีการจดแจ้ง ขณะเดียวกันคุณบอกว่ายังไม่ได้จดแจ้งกำลังทำอยู่ มันก็ยังไม่เป็นสถาบัน แน่นอนเขาก็บอกว่าคุณโอเวอร์เคลม ไปหลอกลูกหลานเขาแล้วว่าเป็นสถาบัน เขาถึงได้ไปจ่ายเงิน บางคนไม่ได้ขอดูใบจดแจ้ง เขาสมัครเลย เราเสีย ตรงนี้คุณต้องไปแก้ไข?
แอลลี่ : ที่เก่าจดไม่ได้อยู่แล้ว มีข้อจำกัดในด้านพื้นที่ ตอนนั้นเลยเปิดที่นั่นแค่ 2 เดือน แล้วปิด แล้วเริ่มก่อสร้างที่ใหม่ให้เร็วที่สุด ต้องย้ายอะไรหลายๆ อย่างมา ดำเนินการมาเรื่อยๆ พอหลักสูตรของเราค่อนข้างซับซ้อน และไม่ใช่วิชาที่มีบัญญัติอยู่ในหลักสูตรทั่วไป มันก็ต้องใช้เวลา ต่อไปนี้แอลลี่จะปรับการสื่อสารของแอลลี่ให้ดีขึ้น แต่ผู้ปกครองหรือน้องๆ ที่ดูอยู่ ก็น่าจะรู้เจตนาในการสื่อสารและการดูแลของแอลลี่ที่ผ่านมาเป็นยังไง แอลลี่ก็อยากขอบคุณน้องๆ และผู้ปกครองทุกคนที่เลือกมาเรียนกับแอลลี่จริงๆ ที่หนูค่อยๆ ขยายมาได้เรื่อยๆ เป็นความสามารถและความพยายามของหนู แต่ที่หนูเปิดมาได้ไม่ถึง 1 ปีเลย อะไรหลายๆ อย่างต้องใช้เวลาจริงๆ เพิ่งย้ายมาห้องใหม่ประมาณปลายมี.ค.เองด้วย ตอนแรกก็ไม่คิดด้วยซ้ำว่าหนูจะเปิดเป็นหน้าร้านให้คนมานั่งเรียน หนูคิดแค่ว่าหนูจะสอนออนไลน์ไปเรื่อยๆ เพราะหนูสอนออนไลน์มาตั้งแต่อายุ 17
คุณเคยเป็นหมอฟันหรือเปล่า เคยเคลมเรื่องนี้มั้ย?
แอลลี่ : ตั้งแต่วันแรกตัดสินใจลาออก หนูทำคลิปลงไปแล้ว ปี 2023 ลงคลิปมาตลอดว่าหนูจะลาออก ตั้งแต่วันแรกเลย หนูเรียนหมอฟันที่ธรรมศาสตร์ ออกตอนกำลังจะเริ่มปี 5
เรียนมาจริงๆ แต่ไม่จบ?
แอลลี่ : หนูจบได้วุฒิวิทยาศาสตร์บัณฑิตค่ะ ถ้าเรียกว่าไม่จบ เหมือนออกตอนปี 2 ปี 3 จะไม่ได้อะไรเลย แต่ถ้าเห็นตรงมุมขวาจะเห็นว่าเป็นวุฒิวิทยาศาสตร์บัณฑิต หลักสูตรคณะทันตแพทย์ จะมีวุฒิหลักๆ อยู่สองอัน คือทันตสาธารณสุขกับทันตแพทยศาสตร์บัณฑิต แต่วิทยาศาสตร์บัณฑิตจะได้สำหรับคนที่เข้ามาเรียนทันตแพทยศาสตร์บัณฑิต แต่เรียนไม่จบ เหมือนมีปัญหาออกกลางทางแบบหนู แต่ต้องเรียนจบหลังปี 4 ขึ้นไป ถ้าออกปี 2 ปี 3 จะไม่ได้วุฒิอะไรมาเลย แต่ 4 ปีจะได้วุฒินี้
ทนายตุ๋ย : แต่เรียกว่าหมอไม่ได้
แอลลี่ : ไม่ได้ค่ะ แล้วหนูก็ไม่เคยเรียกตัวเองว่าเป็นหมอด้วยทุกช่องทาง มันทำไม่ได้อยู่แล้ว แต่ตอนระหว่างที่เรียน ปี 2019-2023 ในคณะมีการเรียกว่าหมอเป็นปกติ แต่หนูไม่เคยเอามาโฆษณาตัวเองว่าเป็นพี่หมอแอลลี่ ไม่มีสักคำเลยนะคะ
แต่ชาวเน็ตขุดกันมาใช่มั้ย?
แอลลี่ : ไม่มีค่ะ เขาขุดแค่ว่าหนูเขียนว่าหนูจบคณะนี้ ซึ่งหนูเรียนคณะนี้มาจริงๆ อย่างในใบปริญญามุมขวา ก็เขียนว่าหนูมาจากคณะทันตแพทยศาสตร์ ไม่ใช่คณะวิทยาศาสตร์ มันไม่เหมือนกันนะคะ ต่อให้คนเรียนจบได้วุฒิทันตแพทยศาสตร์บัณฑิตจบ 6 ปีแต่ถ้าสอบใบประกอบวิชาชีพไม่ผ่านก็ไม่สามารถเป็นทันตแพทย์ได้เหมือนกัน ใบอนุญาตเขาสอบสองรอบ ปี 4 กับปี 6 แอลลี่สอบตอนปี 4 ไปแล้ว แต่เราออกตอนขึ้นปี 5 ก็ไม่ได้คอนทินิวเส้นทางนี้ต่อ เหตุผลที่เราเขียนว่าเราเรียนทันตฯ มธ. เพราะเราเรียนจริงๆ ค่ะ หนูอยากให้ทุกคนโฟกัสว่าตัววุฒิที่เขียนว่าวิทยาศาสตร์บัณฑิตหรืออะไรก็ตาม บางครั้งไม่สามารถทำให้คนภายนอกเข้าใจได้นะคะว่าเราเรียนอะไรมา ยกตัวอย่างหนูเป็นติวเตอร์ เราก็จะรู้เรื่องคณะต่างๆ ค่อนข้างเยอะ อย่างธรรมศาสตร์จะมีคณะๆ นึงที่เขาจะเรียนเป็นหลักสูตรเกี่ยวกับปรัชญา การเมือง เศรษฐศาสตร์ แต่วุฒิที่จบมาเขาเขียนว่าศิลปศาสตร์บัณฑิต ถ้าหนูเขียนว่าวิทยาศาสตร์บัณฑิตไปเลย คนก็จะเข้าใจว่าหนูเรียนคณะวิทย์มา ทั้งที่จริงแล้ว หนูเรียนคณะทันตฯ มาแต่หนูก็ไม่เคยบอกว่าเป็นหมอนะคะ ที่หนูเขียนว่าหนูเรียนทันตฯ มธ. ก็เป็นการสื่อสารทำให้คนเข้าใจว่าเราเรียนคณะนั้น จริงๆ ถ้าดูเว็บไซต์ไม่มีเขียนบอกว่าเป็นวิทยาศาสตร์บัณฑิตด้วยซ้ำ ไม่มีบัญญัติว่าเป็นวิทยาศาสตร์บัณฑิต เหมือนเขาให้มาฟีลว่าชดเชยกับคนที่ออกก่อนหลักสูตร
ทำไมถึงออก?
แอลลี่ : มันมีหลายเหตุผลค่ะ หลักๆ เลยคือตอนนั้นธุรกิจเสื้อผ้ากำลังโต บวกกับการแพ้วัสดุทางทันตกรรม หนูแพ้อะคิลิก โมเดลฟันที่เราต้องทำตอนเรียน จะมีหลายวัสดุมากมีทั้งปูน อะคิลิก หนูแพ้รุนแรงมาก แล้วงานทันตฯ เป็นงานฟุ้งกระจาย ทั้งที่หนูใส่แมสก์ที่หนากว่าปกติ N95 ก็มีฟุ้งกระจายเข้าไป ตามในคลิปเลยค่ะ ที่ไปฉีดยาห้องฉุกเฉินเพราะหายใจไม่ออก ผื่นขึ้นตามตัว ขนาดใส่ชุด PPE คนอื่นไม่ต้องใส่ชุด PPE นะคะ ตอนไปเรียน หนูเป็นคนเดียวที่ต้องใส่ชุด PPE มันไม่ปกตินะคะ ในคณะทันตแพทย์มันไม่ต้องใส่ชุดนี้ แค่ใส่เสื้อกาวน์ปกติ
ปีไหน?
แอลลี่ : ปี 2022-2023 ค่ะ
ปัจจุบันอายุเท่าไหร่?
แอลลี่ : 25 ค่ะ
เบญจเพสพอดีนะ?
แอลลี่ : (หัวเราะ) นั่นล่ะค่ะ ไปดูดวงมาเขาบอกพ้นแล้ว แล้วหนูคนเดียวใส่แบบนี้ ตั้งแต่ 8 โมงจนถึงพักเที่ยง หรือบางทีก็ไม่ได้พักถ้าเราทำงานไม่เสร็จ หนูรู้สึกว่าเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิต ถุงมือก็ต้องใส่ไม่เหมือนชาวบ้าน
จากนี้ก็เป็นเรื่องคนไปตรวจสอบว่าจริงหรือเปล่า หมอของขวัญตั้งคำถามขึ้นมาว่าเป็นไปได้เหรอที่คนๆ นึงได้ไปเรียนถึงขนาดนี้แล้วลาออก?
แอลลี่ : พี่เขาอาจจะดูแค่หนูพูดว่าแพ้ถุงมือเนอะ อาจไม่ได้ดูคลิปนี้ เพราะคลิปนี้ตั้งแต่ปี 2023 ค่ะ จริงๆ แล้วการเรียนทันตฯ ไม่ใช่ทุกคนที่จะอดทนเรียนได้จนจบ หลายๆ คนรอบตัวหนูต้องเก็บเคสไปเรื่อยๆ เพิ่มอีก 2 ปีเป็น 8 ปี บวกกับหนูเองเคยผ่านการหายใจไม่ออกเกือบถึงชีวิตจนไปฉีดยา หนูรู้สึกว่าหนูไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงกับสิ่งเหล่านี้ ถ้าเคยเกิดขึ้นแล้วครั้งนึง อนาคตก็มีสิทธิ์เกิดขึ้นอีก หนูทำแบรนด์เสื้อผ้า หนูก็มองว่าเป็นทางเลือกให้หนูได้ หนูก็ต้องเลือกทางเลือกที่ดีกว่าให้ตัวเองอยู่แล้ว ที่จะไม่มีผลกระทบต่อชีวิตเรา
เรื่องร้านเสื้อผ้า คุณมีร้านเสื้อผ้า 14 ร้านจริงมั้ย ร่ำรวยถ่ายรถหรูเต็มไปหมดเลย คนบอกจริงเหรอคุณสร้างหรือเปล่า?
แอลลี่ : จริงๆ เข้าไปดูหน้าไอจีก็จะเห็นเลยนะคะ แอลลี่ก็พูดมาตลอดว่าระบบการขายของเรา แม้แต่แถลงการณ์ล่าสุดแอลลี่ก็พูดนะว่าแอลลี่เอาไปวางฝากหน้าร้านต่างๆ วางหลายจังหวัดมากๆ ค่ะ ร้านพวกนี้เขาทำร้านรวมขายเสื้อผ้า กระเป๋า แอคเซสเซอรี่ แล้วเขาเปิดพื้นที่ให้คนเช่า แล้วเช่าในห้างต่อเดือนมันหลายแสนมากๆ แต่ถ้าเขามาแบ่งราวย่อยๆ มันเปิดโอกาสให้แบรนด์เล็กๆ แบบเราไปเช่าแค่หลักหมื่น หรือบางร้านไม่คิดค่าเช่า แต่จีพีอาจสูงหน่อย นี่เป็นที่มาของ 14 สาขา หนูก็พูดมาตลอด แต่เข้าใจว่าหลายคนอาจฟังผิดพลาดไป อาจตกคำหรือไม่เข้าใจ เลยทำให้คนเข้าใจว่า 14 สาขามีพนักงานแค่ 2 คนเองเหรอ เพราะมันไม่ใช่ร้านของหนูเองไงคะ หนูส่งสินค้าไปที่คลังสินค้าของหน้าร้าน ติดบาร์โค้ดในระบบให้เรียบร้อย จากนั้นสินค้าก็จะถูกนำไปกระจายวางตามราวหน้าร้านต่างๆ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมหนูถึงมีพนักงาน 2 คนได้ เพราะหนูวางในร้านที่เขาขายเสื้อผ้า แล้วเขามีพนักงานดูแลของเขา พนักงานของหนูแค่เตรียมสินค้าแล้วส่งไป แค่นั้นเองค่ะ
บริษัทคุณเอเอสกรุ๊ป อินเตอร์เกรท มีมั้ย?
ทนายปุ๊บปั๊บ : ตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินคดีครับ คุณแอลลี่มีฐานะในอดีตในเอเอสกรุ๊ปคือกรรมการผู้จัดการ เป็นบริษัทที่มีวัตถุประสงค์หลักเยอะมาก ทั้งก่อสร้าง ขายเสื้อผ้า
มันทำอะไรกันแน่?
ทนายปุ๊บปั๊บ : ในบริษัทนึงสามารถมีวัตถุประสงค์ได้มากกว่า 1 อยู่แล้ว บริษัทนี้มีทั้งก่อสร้าง และขายเสื้อผ้าด้วย ผ่านมาปรากฎว่าคุณแอลลี่เพิ่งทราบว่ามีการปลอมลายมือชื่อ กำลังดำเนินคดีกันอยู่ ปลอมลายมือชื่อในการขายหุ้น
บริษัทนี้เปิดทำไม?
ทนายปุ๊บปั๊บ : ส่วนนึงเอาไว้ประกอบธุรกิจเสื้อผ้าของคุณแอลลี่ ที่ว่า 14 สาขาที่ว่าไปเมื่อกี้ พอทำไปทำมาธุรกิจเสื้อผ้าเติบโต ก็มีการปลอมแปลงลายเซ็นขายหุ้นออกไปให้บุคคลที่สาม ตอนนี้กำลังดำเนินคดีกันอยู่
บริษัทเอาไปจดหลายอย่าง รับเหมาก่อสร้าง เสื้อผ้า แต่เอาไปใช้จริงๆ คือทำเสื้อผ้า?
แอลลี่ : ไม่ค่ะ อย่างที่บอกตอนแรกแอลลี่ขายเสื้อผ้ามันยังไม่ได้โต พูดตรงๆ คือเป็นบริษัทของที่บ้าน แล้วที่บ้านหนูทำธุรกิจประมาณนั้น พอวันนึงหนูจะไปวางขายหน้าร้านในห้าง ต้องมีการทำในนามนิติบุคคล จึงมีการเพิ่มหนูเข้าไปเป็นกรรมการบริษัท บริษัทนี้มันมีอยู่แล้ว ตอนนี้พูดรายละเอียดไม่ได้ ยังดำเนินคดีกันอยู่ ยังไม่จบ
ทนายปุ๊บปั๊บ : เขามีการโอนหุ้นคุณแอลลี่ไปขายให้บุคคลที่สาม โดยเขาไม่มีอำนาจครับ โดยโอนขายกัน มีการยื่นหนังสือทางราชการ จดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เลยทำให้มีปัญหาว่าบริหารบริษัทนี้ต่อไม่ได้
คุณจะไปแข่งโต้วาทีคืออะไรฮาร์วาร์ด?
แอลลี่ : เฟกนิวส์ที่หนูไม่ได้ไปแข่งจริงๆ อยู่ชมรมมหาวิทยาลัย ไม่อยากให้สิ่งนี้ให้น้องๆ ผู้ปกครองหรือผู้ติดตามเข้าใจผิด หนูเป็นตัวแทนของชมรมๆ นึง ตอนนั้นบริษัทเราไปเป็นสปอนเซอร์งานโน้นงานนี้ บางทีหนูพยายามทำให้บริษัทเป็นที่รู้จัก ตอนนั้นโรงเรียนนานาชาติเขาเชิญหนูไปพูดที่โรงเรียน แค่นั้นเลย ในฐานะประธานบริษัท และคนที่เคยไปแข่งที่ฮาร์วาร์ด
คุณเคยไปแข่งมาเหรอ?
แอลลี่ : เคยค่ะ หนูเคยไปแข่งที่บอสตัน ฮาร์วาร์ด ปี 2020 แต่หนูผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนตอนปี 2019 การแข่งขันอันนี้คือการจำลองการประชุมสหประชาชาติ เราต้องสวมบทบาท ฟีลเป็นตัวแทนประเทศนั้นๆ หนูได้รับมอบหมายเป็นประเทศเซาท์ซูดาน ไปแข่งในแอฟริกัน เขาสุ่ม เราต้องสวมบทบาทประเทศนั้นๆ แล้วหนูก็ไปหาข้อมูล หนูไปแข่งจริงๆ ที่แข่งเขาจะสุ่มว่าได้ประเทศไหน แต่หนูต้องผ่านการคัดเลือกภายในชมรมมหาวิทยาลัยก่อน ก่อนจะได้ไปเป็นตัวแทน แต่ทีนี้มีคนไปพูดว่าหนูไม่ได้เป็นตัวแทนจริงๆ หนูกุเรื่องขึ้นมา ซึ่งรูปที่เขาเอามาลง เป็นปี 2022 แต่หนูอยู่ชมรมตั้งแต่ 2019 จนหนูเรียนจบธรรมศาสตร์ปีสุดท้ายเลย หนูคิดว่าเขาอาจเลื่อนมาไม่ถึงปี 2020 มากกว่า ทำให้เกิดความเข้าใจผิด แต่หนูไปแข่งที่ฮาร์วาร์ดจริงๆ ค่ะ เขาจะสุ่มแต่ละรอบก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เราต้องทำการบ้านของประเทศนั้นๆ มาเพื่อโต้วาทีได้ เหมือนเราสวมบทบาทว่าเป็นตัวแทนประเทศนี้ อันนี้รูปแบบการแข่งขันเป็นแบบนี้
มีใบอะไรบอกมั้ยว่าเราเข้าไปจริงๆ?
แอลลี่ : ไม่ค่ะ เพราะในงานมีคนแข่งเป็นพันคน แล้วคนที่ได้เฉพาะคนที่เฉพาะ
ทนายตุ๋ย : หนังสือเชิญ
แอลลี่ : มีแต่นานมากแล้วค่ะ เพราะปี 2019 แต่รูปนี้หนูไปจริงๆ
พี่ตุ๋ยอยากรู้ว่ามีอย่างอื่นเป็นรูปธรรมมากกว่านี้มั้ย ที่ว่าคุณไปงานมาจริง อันนี้อาจไปร่วมงานเฉยๆ ก็ได้?
แอลลี่ : อันนี้หนูไปแข่งแล้วค่ะ ด้วยความที่มันเก่ามาก หนูพยายามหารูปที่หนูโพสต์ในโซเชียล งานมีเป็นพันคน คนที่ได้รางวัล ในพันคน บางการแข่งขัน แข่งกัน 500 คน ฉะนั้นไม่ได้เกียรติบัตรทุกคน จะได้เฉพาะคนชนะ
รูปตอนแข่งมีมั้ย?
แอลลี่ : การแข่งเขาไม่ให้ใช้โทรศัพท์ค่ะ เขาไม่ให้เราหาข้อมูล คุณต้องเตรียมเปเปอร์อย่างเดียว
ทนายตุ๋ย : แอลลี่ไปตอบในติ๊กต๊อกของเราแล้วกัน ถ้ามีจริงก็ปิดข้อสงสัยนั้น
แอลลี่ : ถ้าคนไปแข่งเขาจะรู้ว่าไม่ให้ใช้มือถือ ทุกอย่างต้องจำมาพรีเซนต์ ว่าเราค้นคว้าข้อมูลมาดีมั้ย สวมบทบาทประเทศนั้นได้ดีแค่ไหน แต่รูปเป็นรูปที่ยืนยันว่าไปมาจริงๆ ตอนนั้นเป็นไฟลต์บินสุดท้ายๆ เลยก่อนช่วงล็อกดาวน์ ถัดจากปีนั้นธรรมศาสตร์เหมือนไปไม่ได้ เพราะล็อกดาวน์ เราไปในนามชมรมค่ะ
ความร่ำรวยของคุณหนูแอลลี่คนพูดถึงกันเยอะมาก วันนี้อยู่คอนโด?
แอลลี่ : อยู่คอนโดค่ะ ไม่ซื้อค่ะ อายุยังน้อยอยู่เลย หนูเช่าคอนโดสองที่ ที่นึง 8 หมื่นกว่าๆ เกือบ 9 หมื่น อีกที่ประมาณ 4 หมื่น อีกที่หนูอยู่กับน้องด้วย พอน้องออกต้องมาจ่าย
มีคนบอกคุณอยู่คอนโดเดียวกับเขา หมื่นห้า แต่โอเวอร์เคลมอยู่ตลอด?
แอลลี่ : หนูไม่มั่นใจว่าเป็นคอมเมนต์ล่าสุดหรือตอนไหนนะคะ คอนโดที่หนูเคยอยู่ที่ราคาเท่านั้น เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ใหม่ๆ แสนสี่รวมกันคือสองที่ ห้องนึงเกือบๆ 80 ตารางเมตร กับอีกห้องเกือบๆ 60 ตารางเมตร สองห้องนอน โซนทองหล่ออันนึง อีกที่คือพญาไท ใกล้ๆ ตึกที่เราเปิดหน้าโรงเรียน มันอยู่ติดถนนใหญ่ด้วย ไม่ต้องเข้าซอยอะไรเลย
ทนายตุ๋ย : ถ้าซื้อจะได้มากกว่ามั้ย จากราคาค่าเช่า
แอลลี่ : ส่วนตัวหนู หนูยังไม่ได้รู้สึกว่าเราเจอที่ที่เราชอบ แล้วเราแฮปปี้ อยากลงหลักปักฐาน หนูย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ เข้าสู่ปีที่สาม ที่สี่ ก็เปลี่ยนคอนโดตลอด ก็ยังไม่รู้สึกว่าเราชอบที่นี่มากๆ
ทนายตุ๋ย : พูดเหมือนอยู่ไกล อยู่แค่ปทุมฯ เองไม่ใช่เหรอ (หัวเราะ)
แอลลี่ : ก็ไกลนะคะ ปทุมฯ คือปริมณฑล ไลฟ์สไตล์เหมือนอยู่บ้าน พอมาอยู่คอนโด ก็มีอะไรหลายอย่างต้องปรับตัวด้วย ไม่ได้รู้สึกชอบที่ไหนเป็นพิเศษ หนูรู้สึกตัวเองอายุน้อยมากๆ เลย มันไม่จำเป็นนะคะที่คนรายได้สูงต้องซื้อคอนโด ต้องซื้อบ้าน มันอยู่ที่ไลฟ์สไตล์
ทนายตุ๋ย : เดือนละ 8 หมื่นมีสัญญาเช่ามั้ย
แอลลี่ : มีค่ะ 8 หมื่นจริงค่ะ วันก่อนมีรายการพี่ปอนด์ ออนนิวมาถ่ายหนู มีคนตกใจไม่รู้ว่าหนูอยู่คอนโดนี้ แต่คอนโดทองหล่อที่หนูอยู่คนดัง เน็ตไอดอล บางทีถ่ายอยู่
ในคลิปคุณบอกมีคอนโด 2 ที่อยู่ข้างสถาบัน พอคุณบอกว่าสถาบันๆ มันเข้าตัว วันนี้มันชัดเจนว่าสถาบันมันไม่มีอยู่จริง คนก็จะถามว่าเนี่ยเป็นการโอเวอร์เคลมหลายๆ อย่างที่หนูพูด ทำให้คนไม่เชื่อในเรื่องอื่นๆ ไปด้วย หนูต้องมีความชัดเจนมากขึ้น เรื่องพวกนี้ไม่ใช่คนจะไปตามขุดไม่ได้นะ มันง่ายมากๆ เลย?
แอลลี่ : อย่างที่พี่ปั๊บแจ้งเลย เราเพิ่งย้ายสถานที่มา ตอนนี้หนังสือรับรองก็ต้องเปลี่ยนชุดใหม่ ชุดเก่าที่เคยใช้ไม่ได้ก็ดำเนินการตามโปรเซส ตามที่บอกเลย
เท่าที่ฟังส่วนใหญ่พรีเซนต์แบรนด์เนม ความหรูหรา หมาเห่า?
แอลลี่ : ไม่นะ หนูก็มีคลิปเปิดของแต่ละห้องโน่นนี่นั่น
ไดร์เป่าผมของไดสัน ต้องมีแบรนด์ ต้องมียี่ห้อ?
แอลลี่ : มันอยู่ที่คนมองจริงๆ ค่ะ ถ้าของต้องใช้นานก็ลงทุนไปเลย เป็นของที่ใช้ปกติ
ทนายตุ๋ย : ปกติบอกมีไดร์เป่าผมสองอัน ไม่บอกยี่ห้อได้มั้ย
แอลลี่ : หนูถ่ายคลิปนี้ บางทีลงคลิปนั่งเฉยๆ คนบอกเปิดสกินแคร์หน่อยอะไรหน่อย ก็เป็นเรื่องปกติ
ถ้าหนูบอกว่าห้องหรูหราหมาเห่า ต้องใช้ของดีตลอด อย่างแรกที่ต้องเปลี่ยนคือไม้แขวนเสื้อ ความรวยความหรูดูจากไม้แขวนเสื้อหนู เชื่อพี่ ถ้าต้องการถ่ายคอนเทนต์ให้ดูรวย ต้องเปลี่ยนไม้แขวนเสื้ออันดับแรก?
แอลลี่ : สำหรับหนูอันนี้ไม่รวยนะ คนสงสัยว่าเราอยู่หรือเปล่า ภาพจำหนูคนมองว่ารวย ทั้งที่จริงๆ หนูก็มองว่าหนูใช้ชีวิตปกติ
ทนายตุ๋ย : เอาเป็นว่าคุณภาพชีวิตสูงกว่าปกติ
แอลลี่ : พี่จะมองแบบนั้นก็ได้ แต่ถ้าหนูพูดว่ารวยมากมันอาจดูขัดแย้ง เพราะมันก็ยังไม่ได้รวย ยังต้องทำงานหนัก
หนูไม่ผิด บอกเลย ปัจจุบันจะมีคนที่ผมเห็นหลากหลายรูปแบบมาก เช่นคนขายของ ต้องการตัวแทน ก็ต้องแสดงให้เห็นถึงความรวย เพื่อให้เห็นว่าถ้าเป็นตัวแทนจะรวยเหมือนฉัน ประสบความสำเร็จเหมือนฉัน มันไม่แปลก มันเป็นวิธีการ เป็นหลักจิตวิทยาพูดคุยโน้มน้าวเชิญชวน คุณก็เหมือนกัน บอกขับรถแบบนี้ มันเกิดความน่าเชื่อถือเกิดขึ้น คนที่ไม่มีโอกาสเหมือนเราได้เห็นโอกาส เข้ามาหาเรา หรือฟังในสิ่งที่เราพูด?
ทนายตุ๋ย : น้องเขาอาจภูมิใจก็ได้ว่าอายุเท่านี้ มีได้ขนาดนี้ อาจภูมิใจในตัวเองก็ได้
แอลลี่ : ขอบคุณค่ะ ยังดีที่มีคนเข้าใจ แต่สำหรับหนูอันนี้ไม่ได้รวย หนูยังต้องทำงาน พัฒนาตัวเอง
แต่เตือนไว้อย่างนะ บางครั้งการโชว์ความรวย มันก็มาพร้อมๆ กับสรรพากรเหมือนกัน จงรู้ไว้เลยนะ สรรพากรดูทุกเม็ดนะ การที่หนูแสดง หนูอาจบอกว่าโชว์ก่อนเลย สรรพากรมาหาหรือยัง?
แอลลี่ : ยังค่ะ เพราะเสียภาษีตลอด
เร็วๆ นี้ พี่เชื่ออย่างนั้น สรรพากรเป็นหน่วยงานที่ดูทุกเม็ด อันนี้รวยเท่าไหร่ สรรพากรไม่ต้องทำงานหนัก เพราะเขาเห็นภาพจากที่หนูโพสต์แล้ว ไม่งั้นสรรพากรต้องไปหาข้อมูล นี่ไม่ต้องไปดูหรอก ดูอันนี้แล้วชี้แจง ทนายรู้ใช่มั้ย?
ทนายปุ๊บปั๊บ : ครับผม
แอลลี่ : หนูมีทีมบัญชีดูตลอดนะคะ แล้วมีพี่ปั๊บดูแลตามความเหมาะสม
มีคนมาบูลลี่และคุณจะฟ้อง เช่นอะไรบ้างที่รู้สึกไม่โอเคสำหรับคุณเลย?
แอลลี่ : เรื่องฟ้องหนูให้พี่ปั๊บดูแลหมดเลย เขารู้ข้อกฎหมายมากกว่า ถ้าพี่ปั๊บบอกว่าไม่ใช่คำที่หมิ่นตามกฎหมายจะไม่เสียเวลาฟ้อง เราเก็บชัวร์
ทนายปุ๊บปั๊บ : มีหลายเพจนำเสนอข้อมูลบิดเบือน เราจะเอาผิดจากเพจพวกนั้น และเอาผิดจากคนที่แชร์ข้อมูลจากเพจนั้น คนที่เรียกว่าชายไทยมาบูลลี่รูปร่างหน้าตาอ้วนบ้าง อันนั้นยังไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาท แต่อันไหนเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงคนดูเขาเห็นว่าแอลลี่มีพฤติกรรมอาจเป็นสแกมเมอร์จริง เราจะดำเนินการในส่วนนั้นครับ ตอนนี้เยอะมาก ที่เห็นชื่อชัดเจนประมาณ 20 กว่าคน
แอลลี่ : เรียกค่าเสียหายค่ะ ไม่รับคำขอโทษ ทำเป็นคลิปวิดีโอหรือใดๆ ทั้งนั้น ขอเป็นเงินสดทั้งนั้น บางคนกดแชร์ด่า พอเรากดไปเฟซบุ๊ก เขาโพสต์สลิปไว้ เราเห็นชื่อจริง นามสกลุ ทนายสะกิดแล้ว กลัวรู้ตัวทัน แอลลี่ก็เคารพสิทธิ์ทุกคนเนอะ ไม่ว่าทุกคนพูดอะไรถึงแอลลี่ แอลลี่ไม่เคยออกมาด่ากลับหรือพูดจาคำหยาบหรือไม่หยาบสักคำเลย เพราะแอลลี่เคารพสิทธิ์ของทุกคนแต่แอลลี่อยากให้ทุกคนวิจารณ์อยู่ในขอบเขต เราอยู่ในสังคมที่พัฒนาไปเรื่อยๆ ทุกวัน มีเทคโนโลยีโน่นนี่นั่น การเข้าถึงทางอินเตอร์เน็ตต้องไม่อยู่กันด้วยสังคมที่มีคำพูดแบบนี้ แฟกสิ่งเดียวเลยคือหนูไม่เคยใช้คำพูดไม่ดี ด่าหมิ่นประมาทใคร คำพูดหนูอาจกระทบจิตใจใครหลายๆ คน คนฟังตีความหลายๆ แบบ แต่ตัวหนูเองไม่เคยพูดจาหยาบคายหรือหมิ่นประมาทใครจริงๆ แอลลี่อ่านคอมเมนต์นะคะ แต่บางทีมันเยอะมากเลย มีทุกช่องทางจริงๆ หนูไม่รู้สึกอะไรนะคะพูดตรงๆ ตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้ ส่วนตัวหนูโฟกัสแค่สิ่งที่พัฒนาตัวเอง อะไรที่ไม่ดี หนูไม่เก็บมาทำให้เสียสมาธิ หนูต้องโฟกัสการสอนหนังสือ อนาคตน้องๆ สำคัญที่สุดสำหรับหนู ยิ่งเป็นช่วงสอบใหญ่ หนูต้องใช้สมาธิดูแลน้องๆ ถ้าสิ่งไหนหนูดูแล้วว่าเข้าไปอ่านแล้วเกิดผลกระทบกับการทำงาน หนูจะไม่เอามาใส่ใจเลย เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา พี่ดูอาจเหมือนชีวิตหนูไม่ดูเครียด ใช้ชีวิตปกติเลย หนูปล่อยวาง พี่ว่าหนูเครียดมั้ยคะ
ตอนนี้ไม่ สะอึกอยู่ข้างใน มีมั้ย?
แอลลี่ : หนูว่าคนเราไม่สามารถเสแสร้งแกล้งทำได้อยู่แล้ว หนูอยู่บนโลกอินเตอร์เน็ตตั้งแต่หนูเรียนทันตฯ หนูโดนวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด
แล้วฟ้องทำไม?
แอลลี่ : มันเป็นสิทธิพื้นฐาน
ทนายปุ๊บปั๊บ : บางอันส่งผลกระทบกับงาน
ทนายตุ๋ย : แอลลี่มั่นใจในฐานะเด็กรุ่นใหม่ด้วย ความมั่นใจเลยเป็นดาบกลับมาหาเรา คิดว่ายังไง
แอลลี่ : ก็เป็นส่วนนึงค่ะ คนที่รุ่นราวคราวเดียวกับแอลลี่ หรือมีลักษณะเหมือนแอลลี่ มีนิสัยพูดจาฉะฉาน และมั่นใจตัวเองในการพูดจริงๆ หนูไม่เคยมองว่าเป็นข้อด้อยนะคะ หนูมองเป็นข้อดีตั้งแต่แรก ที่ทำให้หนูสร้างตัวเองมาได้จนถึงทุกวันนี้
ขุดอีช้างต่อ มันโกหกแม้กระทั่งโรงเรียนมัน มันโกหกว่าเรียนนานาชาติมาตลอด ซึ่งกูเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนแย้มสะอาด กูเรียนมา ชุดนักเรียนมันไม่ใช่ชุดนี้ แม่x โกหกทุกอย่าง โกหกแม้แต่การศึกษาที่เรียน กูนี่ศิษย์เก่าของจริงอีสัตx มึงเลิกตอแหลอีช้าง เลิกหลอกคนอื่นได้แล้วว่าเรียนหมอ เรียนโรงเรียนนาชาติ กูถามจริงเถอะ มึงเขียนลงไปว่าเรียนภาษาอังกฤษกับพี่หมอแอลลี่ มึงไม่ละอายใจบ้างเหรอวะ อันนี้พี่อ่านตามที่เขาเขียนจะได้เห็นภา?
แอลลี่ : สเต็ปแรกเลยคือไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ เพราะคนเรียนโรงเรียนแย้มสะอาด อาจไม่ได้พูดแบบนี้จริงๆ แอลลี่รู้ว่าสังคมแย้มสะอาดเป็นยังไง เด็กค่อนข้างเป็นเด็กเนิร์ด วิชาการ อันนี้รู้สึกว่าอาจเป็นคนได้ข้อมูลมาแล้วมาโพสต์มากกว่า
ทนายปุ๊บปั๊บ : มีอีกอันนึง ให้พี่หนุ่มอ่านดีกว่า
กูจะบ้า มีคนแฉว่ามันหลอกคนเยอะมากๆ สร้างตัวตนหลอกคนซื้อคอร์สเข้าเรียนสอน แต่เอารีวิวคนอื่นมาเคลม เหี้xมาก?
แอลลี่ : ขอแก้ข่าวเรื่องนี้ ไม่เคยเอารีวิวคนอื่นมานะคะ เป็นรีวิวนักเรียนจริงๆ มีหน้าเพจทุกช่องทางเลย มันก็แรงอยู่ แต่พี่หนุ่มอ่านก็สนุกดีค่ะ (หัวเราะ)
คำพูดแบบนี้คุณไม่ยอม?
ทนายปุ๊บปั๊บ : ครับ แต่ไอ้ประเภทบูลลี่ว่าอ้วน ช้างน้ำ อันนั้นไม่ได้เก็บมาเป็นสาระ เล็กๆ น้อยๆ ก็ข้ามไป
รถอัลพาร์ดคืออะไร?
แอลลี่ : รายการนี้รายการสุดท้ายแล้วนะคะ จะไปใช้ชีวิตต่อแล้ว รถตัวนี้หนูทำเป็นพาร์ตเนอร์กับผู้ใหญ่ ทำมาสองปีแล้ว ชีวิตหนูมีโอกาสได้เจอผู้ใหญ่หลากหลายมากๆ ที่หนูบอกว่าหนูไปเที่ยวบาร์โฮส เพราะพี่ที่รู้จักเขาเปิดบาร์โฮส ได้เจอผู้ใหญ่ท่านนึงธรรมดาเลย คุยกันสู้ชีวิต ไม่ได้เติบโตมาสวยหรูทั่วไป ก็สร้างชีวิตตัวเองมาเหมือนกัน พอคุยกันถูกคอ ก็เป็นพาร์ตเนอร์กัน จะมีคลิปนึงที่ทีมคอนเทนต์ถามว่าคุณแอลลี่ทำงานอะไร เราก็จะบอกว่าเราทำอะไรบ้างกับพาร์ตเนอร์ผู้ใหญ่ อันนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น หนึ่งในเหตุผลที่ไปเที่ยวบาร์โฮสเยอะๆ คือลูกค้ากลุ่มบาร์โฮสมาเช่ารถกับหนูที่ทำพาร์ตเนอร์กับผู้ใหญ่เยอะมากนะคะ บางทีเช่าไปเที่ยวบาร์โฮสจังหวัดอื่นก็มี พี่เขาเป็นผู้ใหญ่ธรรมดาๆ เลย ไม่ได้เล่นโซเชียล แต่ตัวเราโซเชียล เรามองตรงนี้สร้างรายได้ให้เรากับเขา ทุกวันนี้ก็เป็นพาร์ตเนอร์กัน ก็ใช้รถมาตลอด พี่เขาก็ชวนลงทุนซื้อรถเพิ่มอยู่ ช่วงนี้อัลพาร์ดมันลดราคา
ทนายตุ๋ย : ลงทุนรถอัลพาร์ดเพื่อเอามาให้เช่า
แอลลี่ : หนูทำกับผู้ใหญ่จริงๆ ค่ะ ไม่งั้นจะไม่มีวิดีโอที่หนูถ่ายกับรถเลย ทั้งหนูนั่งอยู่ในรถ และนั่งอยู่นอกรถ แต่ส่วนใหญ่หนูไม่รับลูกค้านอก หนึ่งความเสียหายด้วย ขโมยรถด้วย มันเสี่ยง จะเป็นลูกค้าที่เจอพี่ๆ ทำธุรกิจอยู่แล้ว นักเรียน ก็เคลียร์ประมาณนี้ค่ะ
แต่ล่าสุดหมอของขวัญ ลง 4 นาที เขาบอกฟังเสียงคุณคิดว่าญาญ่า?
แอลลี่ : เป็นคำชมหรือเป็นคำด่า (หัวเราะ)
หมอของขวัญบอกว่าเพิ่งคุยกับคณะทันตฯ ถ้ามีนักเรียนแพ้อะคิลิกปี 5 ต้องทำยังไง อาจารย์บอกว่าเอาใบรับรองแพทย์มา แล้วเลี่ยงไปทำแลป ใช้วัสดุอื่นในวิชาฟันปลอมวิชาเดียว แล้วถามต่อว่าต้องลาออกมั้ยแบบนี้ อาจารย์ตอบคำเดียว บ้า?
แอลลี่ : การที่อยู่ดีๆ จะลาออก มันไม่ใช่โปรเซสที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ อยู่แล้วเนอะ ทุกอย่างต้องเกิดขึ้นจากการหารือร่วมกับอาจารย์ ถ้าพี่ดูคลิปให้ละเอียดเลย มันมีหลายเหตุผล การแพ้วัสดุ ปัญหาการเงินที่บ้าน ทำไมหนูแพ้จนต้องไปฉีดยาเข้าห้องฉุกเฉิน หนูต้องทนต่อไปเรื่อยๆ เหรอ ข้อจำกัดแต่ละคนไม่เท่ากัน หนูรักชีวิตตัวเองค่ะ หนูเชื่อว่าถ้าเกิดกับใครหลายๆ คน เขาอาจตัดสินใจแบบหนูเหมือนกัน
ทนายตุ๋ย : คุณหมอของขวัญคงมองว่าคนเข้าไปเรียนทันตแพทย์ นอกจากเก่งแล้ว ปี 4 แล้วกำลังจะจบแล้ว การที่หนูแอลลี่ออก บางทีมันอาจฟังไม่ขึ้น นั่นอาจเป็นเหตุผลของหนูแอลลี่เอง แต่หมอของขวัญมองเหตุผลอื่น ที่ไม่น่าเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้แอลลี่ลาออก ทั้งที่ปีเดียวกำลังจะจบ จะออกมาเป็นคุณหมอ อาจเสียดายในความเก่ง อีกแค่นิดเดียวจะจบเป็นทันตแพทย์แล้ว
แอลลี่ : อย่างที่บอกการเรียนทันตฯ มันยากนิดนึงตรงที่เราต้องเก็บเคส หลายอย่างในชีวิตรวมกัน
พี่เปิดคลิปเพราะเหตุผลนี้ดีกว่าเหตุผลที่มือพัง?
แอลลี่ : มันทุกอย่างรวมกัน
ถ้าไม่เปิดคลิปนี้หนูก็จะใช้เหตุผลว่าแพ้อะคิลิก สิ่งหนึ่งซึ่งเคยพูดไปแล้วอาจเป็นดิจิทัลฟุตปริ้นท์ วันนี้อาจมาพูดแต่ไม่เหมือนวันก่อน มันจะโดนขุดออกมา อันนี้ที่เปิดเพราะเห็นใจนะกับคลิปนี้ เห็นใจจริงๆ มันคงไปได้สุดทาง ไม่มีเงินพอที่จะเรียน เข้าใจได้ แต่พอวันนี้เราสร้างตัวตนขึ้นมา แล้วบอกว่าเราออกจากหมอฟันเพราะแพ้อะคิลิก มันดูย้อนแย้งไปนิดนึง?
แอลลี่ : คลิปแพ้อะคิลิกลงมาก่อนคลิปนี้ ลงปี 23
แต่เมื่อกี้พี่ให้หนูตอบ หนูก็ไม่ตอบเรื่องนี้ไง?
แอลลี่ : พอคนจำประเด็นนี้เป็นหลัก หนูก็พยายามอธิบายในประเด็นนี้ว่าไม่ใช่แค่ถุงมือ เป็นวัสดุด้วย แต่ประเด็นนี้ลงอีกช่องนึงจริงๆ แต่อย่างที่บอกเลย มันหลายเหตุผลรวมกัน ทำให้ตัดสินใจลาออก สุดท้ายแล้วเหตุผลที่หนูลาออก มีหนึ่งคือตอนนั้นธุรกิจเสื้อผ้ากำลังเติบโต หนูต้องเลือก สองหนูแพ้วัสดุ แพ้ถุงมือ สามที่บ้านมีปัญหา ไม่ได้ซัปพอร์ต ถ้าหนูจะเรียนต่อหนูต้องหาเงินมาจ่ายค่าเทอมเอง ซึ่งหนูทำไม่ได้อยู่แล้ว สามอย่างรวมกันนี้ เป็นทุกอย่างที่เคยโพสต์อยู่แล้ว มันทำให้หนูลาออก
ทนายตุ๋ย : ที่พี่หนุ่มเตือน ถ้าวันนี้แอลลี่เป็นที่รู้จักแล้ว อะไรที่ลงโซเชียล จากนี้ให้ระมัดระวัง ต้องไม่บิดเบือนและเป็นเท็จ ถ้าบิดเบือนเป็นเท็จ แล้วเกิดความเสียหายต่อส่วนรวม มันจะวนกลับมาหาเรา
อันนี้สำคัญ ทนายต้องคอยบอก บางทีอาจจะลืม เผลอไผลก็แล้วแต่ อย่างคุยเรื่องทันตฯ มาสักระยะ สุดท้ายหนูก็บอกว่าที่หนูออกหนูแพ้อะคิลิก?
แอลลี่ : คือด้วยพอประเด็นนี้เพิ่งลงล่าสุดด้วยก็เลยโฟกัสไป ก็ขออภัยถ้าใครหลายคนเข้าใจผิด แต่อย่างที่แอลลี่บอกเลย หลักๆ คือสามเหตุผลนี้รวมกัน
เชื่อว่าหลายคนจะติดตามคุณไปเรื่อยๆ เพราะวันนี้คุณมีตัวตนแล้ว คอยจับพฤติกรรมคุณว่ายังไง คุณต้องระวังเรื่องโอเวอร์เคลม อย่างสถาบันซึ่งไม่มีอยู่จริง เพราะคุณยังไม่ได้ไปจด คุณใช้คำนี้อาจทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้ เรื่องเงินเดือนที่จะพูดเป็นคอนเทนต์อะไรก็แล้วแต่ ต้องระวัง โดยส่วนตัวก็เข้าใจได้นะ แต่ชาวเน็ตบางคนเขาอาจรู้สึกว่า แหม มันหมั่นเขี้ยวไปนิดนึง เห็นมั้ยคนพูดถึงเราเยอะแยะมากมาย?
แอลลี่ : เห็นค่ะ จากเรื่องราวทั้งหมดครั้งนี้ หนูคิดว่าหนูต้องบอกทีมหลังบ้านว่ารูปแบบการทำคอนเทนต์ต้องเปลี่ยนไป อะไรหลายๆ อย่างต้องดูซอฟต์ลงกว่านี้ การตัดต่อคลิกเบต ตัวหนูเองก็ต้องหลีกเลี่ยงคำพูดที่หลีกเลี่ยงกระทบบางคน ตอนนั้นผู้ติดตามเราอาจไม่ได้เยอะมาก เราคิดว่ามันโอเค หนูอาจต้องคิดเยอะมากขึ้น ยิ่งตอนนี้ผู้ติดตามมากขึ้นกว่าเดิม คอนเทนต์ต้องไปในรูปแบบไหน แอลลี่เชื่อว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นของแอลลี่ก็เป็นตัวอย่างให้หลายๆ คนที่ทำคอนเทนต์เหมือนกัน มีวิจารณญาณว่าคอนเทนต์แบบไหนป็นคอนเทนต์ที่เหมาะสม
คุณสอนจริง ผมเข้าใจ คุณไม่ได้โกหก แต่การสื่อสารออกไป พอบอกว่าเรามีสถาบันกวดวิชา มันไม่ได้ พี่เตือนไว้ สุดท้ายจะเป็นมูมเมอแรงเหวี่ยงแล้วกลับมาหาเรา มันสำคัญนะ?
แอลลี่ : ค่ะ แต่อยากให้น้องๆ และผู้ปกครองทุกคนสบายใจว่า สิ่งที่แอลลี่ทำงานไม่เคยนิ่งนอนใจเลยคือพัฒนาระบบทุกอย่างให้ดีขึ้นและถูกต้องมากขึ้นในทุกๆ วัน ขออภัยที่มันอาจไม่ได้ดีและถูกใจใคร 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะบางอย่างต้องยอมรับจริงๆ ว่าเราเติบโตเร็วแบบไม่ได้คาดคิด หนูเติบโตมาคนเดียว ไม่ได้มีผู้ใหญ่ข้างๆ แนะนำ พี่ปั๊บเป็นผู้ใหญ่ที่อยู่ข้างๆ หนูที่สุดแล้ว จริงๆ ค่ะ ด้วยความที่พอหนูย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ หนูไม่ได้ติดต่อกับที่บ้าน ไม่ได้คิดไม่ได้ฝันว่าทุกอย่างในชีวิตจะพัฒนามาได้เร็วในระยะเวลาไม่กี่ปีขนาดนี้ หนูต้องยอมรับว่าหลายๆ เรื่องต้องศึกษาเพิ่มเติมให้ละเอียด แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ในทุกวันจริงๆ ก็พยายามทุกอย่าง คุยกับผู้ใหญ่ตลอด มีผู้ใหญ่คอยแนะนำเรื่องทำโรงเรียน จดโรงเรียน พยายามทำให้เป็นมาตรฐานที่ดีที่สุดเพื่อน้องๆ และผู้ปกครองค่ะ
คุณจะร้องมั้ย?
แอลลี่ : ไม่ค่ะ
ทนายตุ๋ย : เปลี่ยนใจหรือยังเรื่อง 5 แสน
ถ้าผู้ชายรายได้น้อยกว่า 5 แสนมาจีบ ได้มั้ย?
แอลลี่ : ตอบตรงๆ นะคะ ก็ไม่นะคะ รู้สึกว่ายังเป็นมาตรฐาน หนูเจอมาหลายรูปแบบ หนูคบผู้ชายหลัก 40 - 50 แม้กระทั่งผู้ชายหลัก 40-50 เคยมีให้หนูจ่ายค่าห้องให้ ซื้อของเข้าบ้าน ยืมเงิน
เอามั้ยผู้ชายอายุ 80 คบ 3 เดือนแล้วตายเลย ได้มรดก เอามั้ย?
แอลลี่ : ได้ค่ะ (หัวเราะ)
เห็นมั้ย นางชอบ?
แอลลี่ : ถ้าไม่มีจริงๆ เราก็พัฒนาตัวเองให้มีความสุขกับการอยู่คนเดียว หาเงินให้ได้เยอะๆ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีก็ได้ค่ะ
ทนายตุ๋ย : เอาน่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคม อย่าอยู่คนเดียวเลย
แอลลี่ : โอเคงั้นหนูตอบแบบที่พี่ต้องการ เดี๋ยวหนูลดให้ (หัวเราะ)
รู้สึกเสียใจน้อยใจมั้ยเวลาคนเขามาบูลลี่เรา?
แอลลี่ : รู้สึกเป็นเรื่องปกติ อย่างหนูมานั่งในรายการนี้ก็ยิ่งใหญ่สำหรับหนูนะ หนูเชื่อว่าผู้ปกครองหลายคนก็รอดูอยู่ว่าหนูจะพูดยังไง หนูเชื่อว่าหนูพยายามมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ทุกอย่าง ทุกข้อสงสัยที่ทุกคนมี จริงๆ หนูจะไม่มาก็ได้ ฉะนั้นหนูอยากให้ทุกคนลองมองย้อนกลับไปดูว่าจริงๆ แล้วเจตนาของหนูมันคืออะไร ถ้าเจตนาของหนูไม่ได้ทำร้ายใคร หรือทำให้ใครรู้สึกไม่ดี ก็อย่ามาใช้คำพูดที่ทำให้หนูรู้สึกไม่ดีเหมือนกันดีกว่า
เชื่อว่าคงมีผู้ชายที่วันนึงต้องมีเนื้อคู่ของหนูแหละ หนูอาจเข้าใจว่าบางทีรายได้อาจไม่สำคัญ มันอาจเกี่ยวกับความรักความใส่ใจ ต่อให้มีเงินมาก แต่เขาไม่ได้ใส่ใจเรามันก็ไม่ไหว?
แอลลี่ : ใช่ค่ะ สุดท้ายมันก็เป็นเรื่องปัจจัย เราจะเอามาเป็นทุกอย่างก็คงไม่ได้ บางคนมีเงินเยอะล้นฟ้า แต่ไม่มีความสุขก็มี พูดตามนะคะ สมัยนี้ข้าวยากหมากแพง ในทุกความสัมพันธ์ เพื่อน พี่น้องหรืออะไรก็ตาม เงินก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญ
มีแฟนหรือยัง?
แอลลี่ : มีค่ะ ส่วนใหญ่ไม่มีเชิงจีบ ทุกครั้งจะมีโอกาสได้เจอกันในสถานการณ์บางโอกาส
มีคบอยู่มั้ย?
แอลลี่ : ไม่ได้คบ แต่ก็คุยๆ เขาเป็นคนพาไปเจอ เลขาฯ หนู เป็นคนต่างชาติ แต่อยู่ในเอเชียนี่แหละ
เกาหลีเหรอ?
แอลลี่ : บอกไม่ได้ค่ะ เลขาฯ เป็นคนทำให้มีโอกาส พาไปเจอ


