xs
xsm
sm
md
lg

"จัสติน บัลโดนี" ควงภรรยาเปิดใจครั้งแรก หลังยอมความคดี "เบลก ไลฟ์ลี" ยอมรับครอบครัวเจอบาดแผลหนัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จัสติน บัลโดนี ปรากฏตัวพร้อม เอมิลี ภรรยา ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกหลังคดีความจากภาพยนตร์เรื่อง It Ends with Us กับ เบลก ไลฟ์ลี ได้ข้อยุติ ยอมรับตลอดเกือบสองปีที่ผ่านมา ครอบครัวต้องเผชิญทั้งความเจ็บปวด ความอยุติธรรม และบาดแผลทางใจจำนวนมาก

จัสติน บัลโดนี ออกมาเคลื่อนไหวต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก หลังข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างเขากับ เบลก ไลฟ์ลี ได้ข้อยุติ โดยนักแสดงและผู้กำกับหนุ่มเผยแพร่วิดีโอผ่านอินสตาแกรม พร้อมกับ เอมิลี บัลโดนี ภรรยา เพื่อพูดถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากของครอบครัว อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ไม่ได้เอ่ยชื่อเบลกโดยตรงตลอดการแถลง

จัสตินเริ่มต้นว่า "เราไม่ได้พูดต่อสาธารณะมาเกือบสองปีแล้ว ไม่ใช่เพราะเราไม่มีอะไรจะพูด เพราะพระเจ้ารู้ดีว่าเรามีเรื่องอยากพูดมากมาย แต่ทุกครั้งที่เราคิดจะทำวิดีโอแบบนี้ ทุกครั้งที่เราอยากออกมาพูด มันเหมือนมีบางอย่างบอกเราว่ายังไม่ถึงเวลา"

หลังจากทั้งคู่ใช้เวลาพูดคุยและสวดภาวนาร่วมกัน เอมิลีจึงกล่าวว่า "ครั้งนี้รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว" พร้อมเสริมว่า "มีเรื่องมากมายเหลือเกินที่เราอยากพูด"

ทั้งคู่ยอมรับว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดเกือบสองปีมีมากเกินกว่าจะเล่าให้หมดภายในวิดีโอเพียงคลิปเดียว แต่สิ่งที่อยากพูดมากที่สุดในเวลานี้คือ พวกเขารู้สึกขอบคุณทุกคนและทุกเหตุการณ์ที่ช่วยให้ครอบครัวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้

เอมิลีบอกว่า "วันนี้เรารู้สึกขอบคุณจากใจจริง ขอบคุณทั้งผู้คนที่อยู่เคียงข้างเรา และทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะทั้งหมดช่วยให้เรายังยืนหยัดและก้าวต่อไปได้"

จัสตินเสริมว่า "การมองเห็นสิ่งดี ๆ และรู้สึกขอบคุณกับสิ่งที่เรายังมีอยู่ ช่วยประคองเราไม่ให้จมอยู่กับความเจ็บปวด และช่วยให้ครอบครัวของเราผ่านเรื่องเลวร้ายมาได้"


แม้จะพูดถึงความรู้สึกขอบคุณ แต่เอมิลีย้ำว่า สิ่งดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าความเจ็บปวดที่ครอบครัวได้รับจะหายไป โดยเธอกล่าวว่า "มันไม่ได้ลบล้างความอยุติธรรมและความเจ็บปวดที่เราต้องเผชิญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราต้องต่อสู้กับหลายสิ่ง และพยายามทำความเข้าใจกับหลายเรื่องว่า เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ยิ่งเมื่อมันถูกนำเสนอภายใต้ภาพของการต่อสู้เพื่อผู้หญิง ก็ยิ่งมีหลายเรื่องที่ต้องพูดถึง"

เอมิลียังเปิดเผยว่า "ความจริงคือ ครอบครัวของเราต้องผ่านบาดแผลทางใจจำนวนมาก และนั่นทำให้การออกมาพูดเป็นเรื่องยากเช่นกัน"

ด้านจัสตินกล่าวว่า "สิ่งที่ผมอยากพูดคือ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา มีเรื่องที่เจ็บปวดมากมายถูกพูดออกมา และเรื่องเหล่านั้นสร้างเสียงรบกวนมหาศาล เราไม่ต้องการเพิ่มเสียงรบกวนนั้น เราจึงเลือกปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามขั้นตอน"

เอมิลีเสริมว่า "ความจริงและข้อเท็จจริงได้พูดแทนตัวเองแล้ว และวันนี้เราก็อยู่ตรงนี้"

จัสตินเล่าว่า เมื่อมีคนพบเห็นเขาและภรรยาตามท้องถนน หลายคนมักเข้ามาถามว่าทั้งคู่เป็นอย่างไรบ้าง โดยเขาตอบว่า "เรากำลังเยียวยาตัวเองอยู่ หากคุณเคยผ่านเหตุการณ์ที่สร้างบาดแผลทางใจ คุณจะรู้ว่าการเยียวยาไม่ได้เป็นเส้นตรง แต่ละวันมีรูปแบบแตกต่างกัน เราต้องกลับมาทบทวนว่าอะไรคือความจริง และอะไรคือสิ่งสำคัญ"

เขากล่าวต่อว่า "สิ่งสำคัญคือสิ่งที่อยู่ตรงนี้ ครอบครัวของเรา เพื่อนของเรา ชุมชนของเรา ผู้คนที่อยู่เคียงข้างเรา และความศรัทธาของเรา"

จากนั้นจัสตินหันไปพูดกับภรรยาว่า "ตอนเริ่มต้น คุณเคยอธิษฐานขอให้ผู้คนมีวิจารณญาณ และหลายคนก็มีวิจารณญาณจริง ๆ หลายคนสละเวลาเพื่อต่อสู้เพื่อเรา คำว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ"

เอมิลียอมรับว่า ยังมีเรื่องราวอีกมากที่ทั้งคู่ต้องการพูด โดยกล่าวว่า "ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราอยากพูด และเวลานั้นจะมาถึง"

อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้เธอบอกว่า ทั้งคู่ต้องการ "มุ่งเน้นไปที่การเยียวยา ใช้เวลากับลูก ๆ และกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข"

ข้อพิพาทจากภาพยนตร์เรื่อง It Ends with Us เริ่มขึ้นในเดือนธันวาคม 2024 เมื่อ เบลก ไลฟ์ลี กล่าวหา จัสติน บัลโดนี ว่าล่วงละเมิดทางเพศระหว่างถ่ายทำและหมิ่นประมาท ขณะที่บัลโดนีปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ก่อนยื่นฟ้องเบลกกับ ไรอัน เรย์โนลด์ส เรียกค่าเสียหาย 400 ล้านดอลลาร์ รวมถึงฟ้อง เดอะนิวยอร์กไทมส์ อีก 250 ล้านดอลลาร์ แต่ทั้งสองคดีถูกยกฟ้อง ต่อมาทั้งสองฝ่ายตกลงยุติคดีในเดือนพฤษภาคม โดยศาลไม่ให้เบลกได้รับค่าเสียหายเชิงลงโทษ แต่สั่งให้บัลโดนีรับผิดชอบค่าทนายความและค่าใช้จ่ายบางส่วน ซึ่งทีมกฎหมายของเบลกเรียกมากกว่า 8 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 290 ล้านบาท