“อ๊อฟ ชนะพล - ฮาน่า” ควงแขนเปิดใจหลังโพสต์ทวงเงิน ยอมรับโพสต์เพราะโดนเบี้ยวเงิน ย้ำทำงานจบต้องได้ตังค์ พัวพันเคส “น้ำ รพีภัทร” แฉอีกฝ่ายใช้เอกสารปลอม - ไร้ตัวตน ปรับแผนรับงานใหม่ “ต้องมีมัดจำ” วอนเจ้าของงานเข้าใจ ไม่ได้หน้าเลือด
สร้างความฮือฮาและยิ่งใหญ่กว่าทุกปีสำหรับงาน Phuket City Pride 2026 ภายใต้ธีม “We are ONE” ที่ชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวร่วมขบวนพาเหรดแสดงพลังแห่งความเท่าเทียม ท่ามกลางศิลปินดารามาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง รวมถึงคู่รักวิกหมอชิต “อ๊อฟ ชนะพล สัตยา” และ “ฮาน่า ลีวิส” ที่เดินทางมาร่วมงานนี้ด้วย พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงประเด็นร้อนโพสต์ทวงเงิน รวมทั้งดรามาดาราถูกเบี้ยวค่าตัวเตะบอล โดยมีชื่อเจ้าตัวที่โดนด้วย
อ๊อฟ : “โพสต์ทวงเงินมันเกิดจากไม่ได้เงินไงครับ คือเราทำงาน”
ฮาน่า : “เราทำงานจบแล้วแต่ว่าเราได้เงินไม่ครบ”
อ๊อฟ : “หมายถึงว่าเรายังไม่ได้เงินในจังหวะดีล สมมติว่าเราดีลทำงานหนึ่งเดือนแล้วในหนึ่งเดือนยังไม่ได้ สองเดือนก็ยังไม่ได้ สามเดือนก็ยังไม่ได้ ผมก็เลยรู้สึกว่าเราทำงานจบแล้ว สิ่งที่เราต้องได้รับมันคือตอบแทน ที่เราควรได้รับอยู่แล้วตามปกติ ผมก็เลยรู้สึกว่าเอาตามที่สบายใจผมดีกว่า เพราะเราก็ถือว่าเราก็เป็นประชาชน และเราก็เหมือนมนุษย์ทั่วไปทำงานแล้วกว่าจะได้เงิน เราก็ไม่อยากให้โดนเอาเปรียบในเรื่องแบบนี้มากกว่า ผมก็เลยอาจจะใช้ช่องทางของผมเองโพสต์ ก็ไม่ได้เยอะมากหรอก แต่เราก็รู้สึกว่าเราอยากได้ในส่วนที่เราทำงาน”
ลั่นได้คืนทันทีหลังโพสต์ บอกเขาก็คงมีเหตุผล แต่ตนมองเอาเปรียบ
อ๊อฟ : “ได้คืนครับอย่างเร็วเลย ที่โพสต์สองโพสต์ คือจริงๆ มันมีหลายงานอยู่ครับ ไม่ใช่เจ้าเดียว คนละเจ้า แต่ที่ผมโพสต์ไปก็มีพี่ดาราหลายคน และมีพี่ๆ พิธีกรที่อยู่ในแวดวงก่อนหน้านี้ที่เรารู้จัก เขาก็มีผลกระทบตรงนี้เหมือนกัน เขาก็เลยให้กำลังใจกันมากกว่า ผมก็เลยบอกว่าขอใช้ช่องทางผมแล้วกัน ซึ่งมันเป็นสิทธิ์ของผมที่จะต้องได้ คือเราทำงานเรียบร้อยแล้ว
มันมีเหตุผลของเขาแหละครับ ก็จะมี 3 4 5 6 แต่คือมันก็ควรจะได้ไงครับ (ผัดไหม?) ก็กึ่งๆ ครับ เพราะว่าผมไม่ได้เป็นคนปะทะโดยตรง ก็จะมีผู้จัดการที่คอยดูแลคิวให้ แล้วคำตอบที่ผมอยากได้ผู้จัดการก็ไม่ได้รับกลับมา ผมก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นการเอาเปรียบแล้วนะ”
เจ้าเดียวกับ “น้ำ รพีภัทร เอกพันธ์กุล” ก็โดนด้วย แต่ไม่ขอออกตัวเยอะ
อ๊อฟ : “อันนั้นก็อีกงานหนึ่ง ผมก็โดนหลายๆ งาน”
ฮาน่า : “งานนี้ได้ยัง ยัง”
อ๊อฟ : “ยัง แต่เคสพี่น้ำเป็นเกี่ยวกับฟุตบอล ผมเป็นหนึ่งในนั้น ก็ยังไม่ได้อยากจะออกตัว 100% ซึ่งมันมีรายชื่ออยู่ในนั้นอยู่แล้ว ได้คุยกับพี่น้ำอยู่เรื่อยๆ พี่น้ำเขาก็อยากให้เราแสดงตัวเพื่อไม่อยากให้เราโดนเอาเปรียบ การที่เราโดนเอาชื่อเสียงไปใช้มันเป็นการทำมาหากินที่ไม่ถูกต้อง พี่น้ำมองแบบนั้น ก็เลยบอกว่า โอเคพี่ผมไม่ขอออกตัวเยอะแล้วกัน แต่ผมจะเป็นหนึ่งในรายชื่อพี่จะไปดำเนินคดี และไปให้ปากคำ ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้
ณ เวลานี้ผมก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ผมก็ก็ตามผู้ใหญ่ที่เขารู้จัก เขาก็บอกว่า ตอนนี้เขาไม่ได้มีตัวตนเลย เอกสารหลายๆ อย่างที่เขาแสดงออกมามันเป็นการปลอมแปลง ซึ่งมันเป็นเรื่องผิดกฎหมายอยู่แล้ว แล้วก็เป็นผู้เสียหายที่จะต้องเดินต่อ”
วอนต่อไปขอมัดจำล่วงหน้า อย่ามองเขี้ยว - หน้าเลือด โดนบิดโดนเบี้ยวมาแล้ว ยันที่ผ่านมาไม่เลือกงาน
อ๊อฟ : “ลูกหนี้แบบการทำงานไม่เยอะหรอกครับ จริงๆ แล้วส่วนมากจะเป็นระยะเวลามากกว่า กับการดีล เดือนแรกดีลมาต้องจ่ายวันนี้ เขาผิดนัดมาหนึ่งเดือนสองเดือนใจเราก็แป้วแล้ว ผมก็ประเมินจากพี่ๆ ดาราที่เขาเข้ามาคอมเมนต์ผม แล้วก็มีการส่วนตัวคุยกัน เขาก็บอกว่าเจอกัน มีการวางบิลกันเยอะ ผมก็เข้าใจเลย ด้วยสถานการณ์แบบนี้ผมรู้สึกว่าการวางบิลผมไม่ได้ว่าอะไรเลย แต่พอถึงกำหนดผมอยากให้เขามาคุย หรือว่าพูดกับผมหน่อย ว่าต้องไปแบบไหนทิศทางอะไร แต่ในรูปแบบบริษัท ถ้าในรูปแบบบริษัทผมว่าเส้นตรงมันมีอยู่แล้ว แต่แค่เขาอาจจะเป็นทางอ้อมของเขา ที่เขาไม่ดำเนินให้ผมแค่นั้นเอง เราเป็นผู้ที่รอก็ต้องรอต่อไป ดาราโดนเยอะครับ แต่ว่าหลากหลายงานหลากหลายบริษัทไม่ใช่แค่เจ้าเดียว”
ฮาน่า : “โดนตลอด แต่หลายคนไม่ออกมาพูด แล้วตอนที่พี่อ๊อฟโพสต์มีพี่ๆ หลายคนมาบอกว่าเจ้าเดียวกันหรือเปล่า พี่ก็เคยโดนนะพี่ก็ยังไม่ได้ ประมาณนี้”
อ๊อฟ : “แต่ผมบอกเลยว่าผมไม่ได้เจ้าเดียวกับใคร เพราะว่าในระหว่างช่วงการทำงานเขาอาจจะไม่ได้ทำงานในส่วนเดียวกับของอ๊อฟ แค่ผมโดนในช่วงนี้แหละ ช่วงนี้ผมก็เลยรีบเก็บ เก็บได้ก็ต้องรีบเก็บก่อน แล้วเวลาดีลเราก็ต้องดีลอีกแบบแล้ว
อันนี้ก็ต้องฝากวิงวอนขอร้อง ขอวิงวอนเลยดีกว่า ในการที่ผู้จัดการดาราหรือในรูปแบบงาน ถ้าผู้จัดการเขาขอมัดจำหรือศิลปินขอมัดจำอย่าไปว่าเขาเลย เพราะว่ามันคือความแน่นอน การขอมัดจำบางคนเขามองว่าเกินไปไหมเขี้ยวไปหรือเปล่า เพราะผมโดนมาแล้ว ก็เลยอยากขอวิงวอน เจ้าของงาน อย่ามองว่าพวกเราหน้าเลือดเลยหรือเขี้ยวเลย เพราะเราโดนบิดโดนเบี้ยวมาแล้ว ดาราทุกคนทำงานก็อยากได้เงินอยากให้เข้าใจตรงนี้ บางทีผู้จัดการดาราท่านหนึ่งหรือหลายๆ คนอยากจะขอมัดจำ ช่วยเห็นใจกันและกัน ทุกคนทำงานแน่นอนไม่ได้บิดเบี้ยวไปไหนอยู่แล้ว เมื่อก่อนผมไม่เป็นเลย เพราะผมอยู่วงการมานาน เขาก็ใช้แล้วซ้ำตลอด เราเลยมั่นใจ”
ฮาน่า : “พี่อ๊อฟไม่เคยขอมัดจำงานมาก่อนเลย จนเรารู้สึกว่าขอดีกว่าเนอะ เพราะว่าความใจดีของเรามันอาจจะ เหมือนที่เราเจอ”
อ๊อฟ : “การที่เราใจดีแบบนี้ บางงานไม่ได้เลยก็มี แต่ผมก็ถือว่าโอเคเราเป็นคนแบบนี้ไง แต่พอมีคนมาเจอแบบเราหลายๆ คนเข้า เราก็เลยกล้าที่จะพูดมากขึ้น จริงๆ ผมไม่อยากเลือกงานหรอกครับ งานมันหายากอยู่แล้ว”
ฮาน่า : “พยายามให้ผู้จัดการรีเช็กให้”
อ๊อฟ : “ในการรีเช็กของผู้จัดการเขาจะดาราท่านนี้เคยเจอแบบไหนบ้าง แต่จริงๆ มันก็ไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ มันอยู่ที่ความสบายใจเรามากกว่า คนทำงานมันไม่อยากเลือกงานหรอกครับ เพราะว่าเรารู้อยู่แล้วศักยภาพในการทำงานของเรามันมากแค่ไหน และตัวเงินในการดีลพอมันจบแล้วก็ควรจะจบ ที่เหลือมันคือหลังงาน ที่เสร็จงานแล้วก็ต้องจ่ายแค่นั้นเอง ถ้าทำให้ถูกต้องทุกอย่างมันก็ถูกต้องครับแค่นั้นเลย”


