“ติณติณ” รอผล DNA พิสูจน์ความจริง พร้อมรับผิดชอบหากเป็นลูก ครอบครัวจ่อฟ้องปมยาเสพติด-พรากผู้เยาว์ ขอบคุณ “ก๊อท จักรพันธ์” พูดแทนใจกลางโหนกระแส ผจก. ย้ำมีหลักฐานอีกเพียบ เชื่อทำกันเป็นกระบวนการ ถ้าไม่หยุดปลูกสวนสตรอว์เบอร์รี จะลากออกมาทั้งก๊วน ด้าน “นีโอ” ขอจบดรามาร้านสัก พร้อมเดินหน้าตามกระบวนการกฎหมาย ลั่นถึงไม่ให้สถานะเพิร์ช แต่ซัปพอร์ตทุกค่า ยันค่าน้ำค่าไฟ
หลังถูกแฉแรงท้องไม่รับ จนกลายเป็นมหากาพย์ดรามาใหญ่โต ถึงขั้นโดนสั่งพักงาน ก่อนกระแสจะตีกลับ และได้กลับมาทำงานอีกครั้ง ล่าสุดวันนี้ (18 มิ.ย.) นักร้องหนุ่ม “ติณติณ จรัสรวี เทียมรัตน์” หรือ “ติณติณ New Country” ก็ได้เดินทางมาตรวจ DNA เรียบร้อยแล้ว ที่คลินิกบางกอก ไซโตเจเนติกซ์ เซ็นเตอร์ เทคนิคการแพทย์ เพื่อความกระจ่างเรื่องเด็กในท้องของสาว “ฟารีดา เอลิซ่าเบธ ที” ว่าตกลงใช่ลูกของตัวเองไหม
ซึ่งงานนี้หนุ่มติณติณได้ออกมาเปิดใจกับสื่อ พร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ และ คุณมด ผู้จัดการส่วนตัว รวมถึงเพื่อนรัก อย่าง “นีโอ” โดยเผยว่าวันนี้ที่เข้ามาตรวจ ไม่ได้มีการเจอหน้ากันกับ ฟารีดา และส่วนตัวก็ตั้งมาใจตรวจอย่างเดียว ไม่ได้อยากพูดคุยอะไรกับอีกฝ่าย ด้านความรู้สึกของตนในตอนนี้ ก็โอเคขึ้นจากช่วงที่ผ่านมา เพราะได้แรงซัปพอร์ตจากทุกคน
ติณติณ : “ก็รู้สึกโอเคขึ้นครับ เพราะว่าหลังจากผ่านช่วงนั้นมา ก็ได้คนซัปพอร์ตจากทั้งบ้าน คุณพ่อคุณแม่ก็ได้ปรึกษาตลอด รวมถึงอาก๊อทด้วย ยิ่งอาก๊อทก็คืออยู่ด้วยกันตั้งแต่ 2-3 วันแรก พยายามตามหาความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้นตลอด ก็ได้มีการปรึกษาอาก๊อทกับอามดด้วย มาจนถึงวันนี้รอสิ่งเดียวคือผลตรวจนั่นแหละครับ”
ขอบคุณแกรมมี่ให้โอกาสกลับมาทำงาน
ติณติณ : “ก็ต้องขอบคุณทางแกรมมี่ด้วยครับ แกรมมี่ก็ส่งความเป็นห่วงเป็นใยตลอด ถามถึงว่าเป็นยังไงบ้าง แล้วก็ดูแลตลอดครับ ก็ทำให้สบายใจขึ้นด้วยครับ”
ไม่กังวลเรื่องเด็กในท้อง ถ้าใช่คุณแม่ก็พร้อมซัปพอร์ต แต่ถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่
ติณติณ : “ตอนนี้ผมไม่ได้กังวลว่าเด็กในท้องจะเป็นลูกผมหรือไม่ใช่ครับ ก็คิดว่าให้เป็นไปตามกระบวนการการตรวจมากกว่าครับ ตอนนี้ก็คิดเผื่อไว้ดีกว่าครับ ในกรณีที่เป็นลูกจริงๆ ก็จะให้ปรึกษากับแม่ แม่ก็พร้อมที่จะช่วยซัปพอร์ตตลอด แต่ว่าถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ก็แค่นั้นครับ”
“ฟารีดา” เผยกับสื่อจะเลี้ยงลูกเอง ขอแค่การซัปพอร์ตเท่านั้น
คุณแม่ : “แม่ขอผลก่อนแล้วกันเนาะ แม่ขอดูผลก่อน แล้วเดี๋ยวตัดสินใจอีกที ถ้าเป็นลูกติณแม่ก็นะ... (หัวเราะ) ขอดูผลก่อน”
ไม่รู้สึกอะไรที่ “ฟารีดา” มั่นใจมาก เพราะเห็นมั่นใจมาตลอด
ติณติณ : “ผมอาจจะไม่ค่อยได้รู้สึกอะไรมากครับ ผมก็เห็นเขามั่นใจมาตลอด”
ยังไม่เคยได้คุยกับทางครอบครัว “ฟารีดา” เลย ตั้งแต่เกิดเรื่อง
ติณติณ : “ยังไม่ได้คุยกับฝั่งโน้นเลยครับ”
คุณแม่ : “แม่ยังไม่รู้เลยว่าผู้ใหญ่เขาคนไหน เมื่อกี้ผู้ใหญ่เขามาไหม แม่ยังไม่เห็นเลย ผู้ใหญ่เขาคนไหน คือใคร ที่บอกว่าเป็นพ่อเขา หรือว่าแม่เขา ยังไม่รู้เลย”
วันนี้ไม่ได้จะมาคุยอะไรกับ “ฟารีดา” เพราะตั้งใจมาตรวจมากกว่า
ติณติณ : “ตั้งใจมาตรวจมากกว่าครับ (เมื่อกี้ได้เจอกันไหม?) ไม่เห็นครับ”
คุณแม่ : “ไม่เห็น แต่ว่าเขาเฉยๆ มาก แล้วแม่จะถามว่า 5 เดือนเด็กดิ้นหรือยัง เราก็อยากจะถามอยู่นะ แต่ว่าก็ไม่กล้าถาม”
เผยจากแชต “ฟารีดา” รู้ตั้งแต่ 2 เดือนแล้วว่าได้ลูกสาว
คุณแม่ : “เดี๋ยวขอดูผลตรวจออกมาก่อนค่ะ ตอนนี้ยังแบบยังไม่รู้ก้ำกึ่ง 50-50”
ติณติณ : “ถ้าดูจากในไทม์ไลน์แชต เขารู้ตั้งแต่ 2 เดือนแรกแล้ว ว่าเป็นลูกสาว (เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เราเขวเหมือนกัน?) ใช่ครับ เพราะว่าผมก็รับรู้เรื่องมาตลอดอะไร แล้วพอล่าสุดก็บอกว่า เดี๋ยวไปลุ้นเพศพร้อมกัน ผมก็เอ้า…ยังไง ก็อย่างที่พูดในรายการเลยครับ ก็คือตอนแรกไม่เชื่อ แล้วก็ไม่มั่นใจด้วย เพราะว่าหลายๆ อย่างมันขัดแย้งกันไปหมดเลยครับ
ส่วนที่เขาพูดว่าเขาพูดความจริง 100 เปอร์เซ็นต์ ผมก็ไม่อยากตัดสินใครนะครับ แต่ว่าเราก็มีความความจริงที่มีหลักฐานได้ อยากเอาส่วนนั้นมาโต้แย้ง กับความจริงที่เขาพูดมากกว่าครับ (ยังมีหลักฐานที่เรายังไม่ได้นำออกรายการ?) คิดว่ายังมีอีกหลายอย่างเลยครับ เพราะว่ายังไม่ได้สามารถที่จะเอามาแสดงจนหมด บางอย่างมันยาวมากด้วย เพราะว่าอย่างรายการนี้ผมก็ส่งแชตทั้งหมดไปเลย ทั้งแชตเพื่อน รวมถึงทุกๆ มันก็ค่อนข้างที่จะยาวมากครับ (หลักฐานตรงนี้เราจะเก็บไว้ใช้ตอนไหน?) ก็คิดว่าต้องเก็บไว้ก่อนครับ เผื่อว่าวันหนึ่งอาจจะต้องนำกลับมาใช้ หรือว่าอาจจะโดนพาดพิง กล่าวหาในเรื่องไหนอีก”
ขอตัดสินใจก่อน ถ้าไม่ใช่ความจริง 100% จะดำเนินคดีไหม
ติณติณ : “เรื่องนั้นอาจจะอาจจะต้องตัดสินใจดูก่อนครับ เพราะว่าเอาจริงๆ สิ่งสำคัญที่ผมให้ตอนนี้มากที่สุด อาจจะเป็นเรื่องผลตรวจครับ อยากโฟกัสที่ตรงนั้นมากกว่าครับ”
กลัวการต้องเจอกับ “ฟารีดา” หลังอีกฝ่ายบอกว่าคุยแบบเจอหน้า
ติณติณ : “ตอนนั้นผมก็ดูในรายการอยู่ครับ ก็แอบกลัวครับ ตอนแรกด้วยความเป็นคนที่ไม่ค่อยคิดอะไรอยู่แล้ว อาจจะมองโลกในแง่บวกมากเกินไปด้วย ก็ต้องบอกว่าเรื่องนี้ก็ให้บทเรียนผมค่อนข้างเยอะครับ (กลัวอะไร?) อย่างสองเรื่องแรกครับ โดนกุเรื่องว่าเสพยา พรากผู้เยาว์ ผมรู้สึกว่ามันหลายๆ อย่างที่พูดขึ้นมา มันมีเจตนาทำให้ผมเสียหาย สองอย่างนี้มันเป็นคดีอาญาที่มันค่อนข้างรุนแรงด้วยครับ เพราะฉะนั้นผมไม่รู้ว่าผมจะจะโดนอะไรอีก ผมอยากอยู่กับคนที่ผมไว้ใจ มั่นใจมากกว่าครับ”
คุณพ่อคุณแม่โอดเสียใจ ที่ลูกชายมาเจอเรื่องแบบนี้
คุณแม่ : “โห เสียใจ แล้วก็…ให้พ่อพูดดีกว่า”
คุณพ่อ : “คือเรื่องที่น้องกล่าวพาดพิงเรื่องพรากผู้เยาว์ เรื่องยาเสพติด มันค่อนข้างรุนแรงมาก เรื่องนี้มันเกิดความเสียหายไปแล้วกับน้องอย่างรุนแรงเลย มันเอาคืนกลับไม่ได้ พ่อมีความคิดเห็นว่า พ่ออยากจะฟ้องเรียกร้องความยุติธรรมตรงนั้นให้ได้ มันรุนแรงมากเกินไป โดยที่ไม่มีเหตุมีผล แล้วหลักฐานก็ไม่ชัดเจน คือถ้าทุกคนเห็นในในสื่อ จะเห็นว่าเขาพูดรุนแรงมาก ไม่ใช่แค่เคสนี้หรอก เขาพูดโดยที่ไม่มีหลักฐาน มันดูสนุกปากในการใช้คำพูด อันนี้รุนแรงมาก”
คุณแม่ : “คือเรื่อง DNA ก็อีกส่วนหนึ่ง เราไม่ปฏิเสธ แต่ว่าสองเรื่องนี้เราขอฟ้องก่อนได้ไหม แต่คนนี้ (ติณติณ) บอกว่าแม่อย่าเลย แต่นี่เป็นหัวอกแม่นะ เขาบอกอยากโฟกัสเรื่องผลตรวจ ผลตรวจก่อน (ถ้าผลออกมาว่าเป็นลูกจริง จะยุติการฟ้องไหม?) ขอให้ผลออกมาก่อนเนาะ ตอนนี้แม่ตันหัวสมองไปหมดแล้ว คือแม่เอ๊ะว่าผู้หญิงปกติอะไร ถ้าท้องจะมาบอกคนอื่นก่อนบอกเรา แม่ก็คิดโน่นคิดนี่ ก็เลยไม่แน่ใจ ถ้าเป็นแม่นะ แม่ก็เสียใจ แต่แม่ก็ไม่ทำอย่างนี้ แม่อยากไปโฟกัสเรื่องลูกมากกว่า ตอนนี้ลูกดิ้นหรือยัง จะ 5 เดือนแล้วนะ แม่อยากจะเข้าไปถามกินอะไรหรือยัง วันนี้ลูกดิ้นหรือยัง”
จุดเริ่มต้นควรไปคุยกันหลังบ้านก่อน
คุณแม่ : “ใช่”
คุณพ่อ : “ควรจะมีผู้ใหญ่มาคุยกันเป็นเรื่องกิจจะลักษณะ ไม่ควรจะเป็นแบบนี้ คือเรื่องไม่ควรออกแบบมาแบบนี้”
คุณแม่ : “เราก็ไม่ใช่คนใจดำ”
คุณพ่อ : “เรื่องนี้มันควรจะคุยกันดีๆ แล้วก็ไม่ควรจะกล่าวร้ายรุนแรง ตรงเนี่ยเป็นเรื่องสำคัญเลย”
รู้พร้อมข่าวว่าอีกฝ่ายตั้งท้อง
คุณพ่อ : “ก็ตามข่าวครับ ใช่”
คุณแม่ : “ไม่รู้ก่อนหน้านั้นเลย รู้วันนั้นเลย รู้จาก TikTok จริงๆ ไม่เคยรู้ก่อนหน้านี้เลย ถ้ารู้ก่อนหน้านี้แม่ก็ต้องขออนุญาต (ถ้าผลตรวจออกมาว่าใช่ พร้อมรับเขาเป็นลูกสะใภ้ไหม?) ไม่ สงสารเด็กมากกว่า ยิ่งเป็นหลานเรานี่โอ้โห ตายแล้ว แทบอยากจะร้องไห้เลย”
เผยอีกฝ่ายไม่ได้พยายามจะติดต่อมาเหมือนที่บอกในโหนกระแส เพราะบล็อกไปแค่ไอจี ไม่ได้บล็อกไลน์กับเบอร์โทร.
ติณติณ : “ไม่มีนะครับ แล้วจริงๆ ที่ผมบล็อกเขา ที่เขากล่าวอ้าง คือมันเกิดจากเหตุการณ์ที่เขาไล่โพสต์ด่าเพื่อนๆ ผม คนในร้านสักก็ไม่โอเค ตอนแรกเพื่อนๆ ก็แบบเราจะโพสต์ด่ากลับเหรอ มันควรจะเป็นอะไรอย่างนั้นเหรอ แล้วก็คุยกันว่าจริงๆ มันไม่ใช่คนที่มีวุฒิภาวะทำกันนะ ก็เลยรู้สึกว่าถ้างั้นผมจะตัดสินใจบล็อกเขาดีกว่า อันนั้นก็หลังจากวันที่เขามาบอกผม แล้วก็ได้เคลียร์กัน ก็หลายวันแล้วนะครับ ซึ่งบล็อกแค่ IG นะครับ ตอนแรกก็มีไลน์ด้วย มีเบอร์โทรศัพท์ด้วยซ้ำนะครับ แล้วที่เขาอ้างว่าติดต่อไม่ได้ เพราะว่าโดนบล็อก จริงๆ สามารถติดต่อได้นะครับ ถ้าจะติดต่อ”
จากนี้จะใช้ชีวิตอย่างระวังตัวเองมากขึ้น ถือเป็นบทเรียนราคาแพง
ติณติณ : “ก็คิดว่าจะระวังตัวเองให้มากขึ้นครับ เพราะบอกตรงๆ ผมรู้สึกมีความสุขกับการร้องเพลงมากกว่าการยืนอยู่ตรงนี้นะครับ (หัวเราะ) ผมชอบการร้องเพลงครับ ก็คิดว่าจะใช้ชีวิตอย่างระวังตัวมากขึ้นครับ เรื่องนี้มันให้บทเรียนผมเยอะครับ”
ผู้จัดการ : “เป็นบทเรียนราคาแพงมากครับ ผมว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความรัก มันเป็นกระบวนการ มีการวางแผน เพราะฉะนั้น คนที่อยู่ในกระบวนการเนี่ย ถ้าถึงเวลาแล้วก็เตรียมรับมือนะ (มีหลักฐานใช่ไหม?) มีครับ มั่นใจ ผมกับพี่ก๊อทเนี่ยเห็นทั้งหมดแล้ว แล้วก็รู้แล้วว่ามันไม่ได้เกิดจากความรักครับ เข้ามาตีสนิทแบบเพื่อน เข้ามาใช้ความใจดีของติณติณว่าถูกชก แล้วผมถามติณติณว่าถูกชกไหม ติณบอกเห็นว่าตาเขียว อันนี้ผมไม่ได้กล่าวหานะ ผมว่าเขาเมกอัปครับ เขาอาจจะเอาบทละครในซีรีส์แนวตั้งมาจัดการ ซึ่งติณติณไม่ได้เอะใจ คือใครขออะไรให้หมด”
ขอบคุณ “ก๊อท จักรพันธ์” หลังโฟนอินดุเดือดในโหนกระแส
คุณแม่ : “แม่ขอขอบพระคุณอาก๊อทก่อน ที่อาก๊อทพูด คือในจิตใจกับในสมองแม่เลย แต่แม่ไม่มีสื่อที่จะพูดได้ยังไง”
ติณติณ : “จริงๆ ผมอยู่กับอาก๊อทตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เกิดเรื่องเลยครับ คิดว่าอาก็เข้าใจในมุมผม ผมอาจจะไม่ได้แสดงอารมณ์มาก แต่ว่าก็พยายามอธิบายข้อเท็จจริงให้อาฟัง แล้วก็คิดว่าอาน่าจะรู้เรื่องราวต่างๆ มากกว่าด้วย ก็คิดว่าอยากขอบคุณอามากกว่าครับ จริงๆ ตั้งแต่อาก๊อทเลี้ยงดูปลุกปั้นมา ตั้งแต่วันแรกก็คืออาเต็มที่กับพวกเรานิวคันทรี่มากๆ เลยครับ จนถึงวันนี้ยิ่งรู้สึกว่าอาเป็นผู้มีพระคุณคนหนึ่งที่สุดๆ ในชีวิตเลยครับ (หลายคนมองว่าเขาปกป้องเรามากเกินไป?) ผมคิดว่าอาอาจจะมีข้อมูลอะไรบางอย่าง ที่อาจจะยังไม่ได้เปิดออกมา เพราะว่าจริงๆ ผมกับอาก๊อทในระหว่างที่ปรึกษากัน ก็คือร้องไห้กันหลายรอบมาก เรื่องนี้มันหนักหนามากจริงๆ ครับ”
ผู้จัดการ : “คืออย่างนี้นะครับ ในฐานะที่เป็นผู้จัดการพี่ก๊อท จักรพันธ์ แล้วก็เป็นคนดูแลวงนิวคันทรี่ คือผมไม่ว่าหรอก คนที่ไม่ได้เสพข่าว แล้วก็ไม่ได้ตามข่าว แล้วก็ไม่ได้รู้เรื่อง แล้วมาโจมตี มาว่าพี่ก๊อทเนี่ย ผมอโหสินะ เรื่องพวกนั้นน่ะ แต่คุณอยากจะเป็นนักเลงคีย์บอร์ด ที่พิมพ์ด่าแล้วสะใจ จบเรื่องนี้ก็ไปด่าคนอื่น คุณจะด่าอะไร ว่าอะไรคนน่ะ ผมอยากให้คุณดูถ้าคุณไม่รู้ คุณด่าไปแล้ว คุณช่วยไปดูตั้งแต่ EP.1 โหนกระแส EP.1 2 3 แล้วต่อๆ ไปเนี่ย มันจะมีคนออกมาเปิดนิสัยพฤติกรรมของเขา เขาไม่ได้เข้ามาแบบรักหรือชอบติณติณนะครับ เขากำลังหาเหยื่อที่จะเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่พี่ก๊อทพูดทั้งหมดคือเรื่องจริง แต่คนที่ไม่รู้ ก็ว่าทำไมไม่ใส่ถุงยาง ถ้าติณติณไม่ใส่ถุงอย่างนะ แล้วเป็นอย่างหลักฐานที่เขาเอาเข้ามา พยานที่เขาเอาเข้ามารวมกันในกลุ่ม ติณติณป่านนี้มีลูกเป็นสิบ เป็นร้อยแล้วครับ”
ยันสิ่งที่ “ก๊อท” พูดและโพสต์เป็นเรื่องจริงหมด
ผู้จัดการ : “เรื่องจริงหมด พูดทุกอย่างเป็นเรื่องจริงหมด เพราะฉะนั้นเตรียมตัวนะ ทีมงานของเขา เตรียมตัวนะครับ แต่อาก๊อทไม่พูดแล้ว วันนั้นที่อาก๊อทออกมาปกป้องน้อง อาก๊อทโดนคนที่ไม่รู้เรื่องมาด่า ขอด่าอย่างเดียว ขอสวนกระแส ไม่ว่าจะเป็นใคร จะเป็นคนในวงการ หรือจะเป็นใครก็แล้วแต่ จะสวนกระแสอย่างเดียว ขอด่า ด่าเสร็จก็ไปด่าคนอื่นต่อ คุณลองมาเป็นคนที่เขาถูกด่าโดยที่ไม่เป็นความจริงบ้าง คุณจะรู้สึกยังไง ติณติณน่ะเป็นคนที่อะไรก็ได้ แต่อาศัยความใจดีเขา พี่ก๊อทอยู่กับน้องมาตั้งแต่เริ่ม ตั้งแต่อายุ 18 ตอนนี้ 25 ทำไมพี่ก๊อทจะดูไม่ออกว่าคนไหนดี คนไหนเลว”
บอกสังคมอย่ามาโลกสวย ถ้าอีกฝ่ายยังไม่เลิกปลูกสวนสตรอว์เบอร์รี่ เดี๋ยวจะลากออกมาทั้งก๊วน
ผู้จัดการ : “ผมมองว่าสังคมควรจะมอง อย่ามาโลกสวย ผมอายุ 65 แล้ว ผมไม่สนว่าใครจะมาด่าผม แต่วันนี้ถ้าลองกลับกัน ถ้าผู้หญิงเมา เดินขึ้นไปนอน แล้วผู้ชายเดินตามขึ้นไป แล้วไปมีอะไรกัน สังคมจะบอกว่าผู้ชายข่มขืนผู้หญิง แต่ยุคนี้ติณติณขึ้นไปนอนเมา ไม่รู้ตัว ไม่ได้สติ ผู้หญิงเดินตามขึ้นไป แล้วก็รู้กันสองคน ตื่นมา อ้าว มันในหนังละครสั้นซีรีส์เกาหลี จีน (ตกลงติณติณคือเป็นเหยื่อ?) รอนะครับ รอก่อน ถ้าทางฝั่งนั้นยังไม่เลิกปลูกสวนสตรอว์เบอร์รี่ เดี๋ยวจะลากทั้งก๊วนออกมาเลยครับ”
ไม่กังวลคนมองภาพเจ้าชายลูกทุ่งเปลี่ยนไป
ผู้จัดการ : “ไม่ๆ พี่ก๊อทก็คือเจ้าชาย พี่ก๊อทก็คือคนดี พี่ก๊อทเป็นคนตรง ผิดบอกผิด แล้วพี่ก๊อทจะบอกเด็กทุกคนในค่ายตั้งแต่ 6-7 ปีที่แล้ว ตั้งแต่เขามาฝึก สิ่งเดียวที่อาก๊อทรับไม่ได้ คือต้องห้ามพูดโกหก อันนี้คือกฎเหล็กของพี่ก๊อท ห้ามพูดโกหก”
ไม่เชื่อตั้งแต่แรก ที่ “ฟารีดา” บอกว่ามีความสัมพันธ์กัน 3 ครั้ง
ผู้จัดการ : “โอ้ย ถ้าเขา 3 ครั้งจริง ป่านนี้เขาออกมาพูดแล้ว ตอนนี้ฟารีดาเนี่ยพูดอะไรเป็นความจริงบ้าง ผมว่าตอนนี้ผมไม่ต้องพูด แต่คนทั้งประเทศรู้หมดแล้วว่าอะไรเป็นอะไร ตอนนี้แค่ว่าจะสำนึกไหม อยากให้ไปโฟกัสว่าเด็กในท้อง ว่าควรจะดูแลยังไง เลิกสืบ เลิกเสพสื่อ เลิกทุกอย่าง ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ดูแลเด็กเถอะ”
ในขบวนการนี้มีหลายคน อยากให้ลองไปย้อนดูตั้งแต่วันแรกที่ออกมาไลฟ์
ผู้จัดการ : “เยอะ หลายคน ลองไปตาม ถ้านักข่าวช่วยนะครับ ไปตามดูในไลฟ์สด ตั้งแต่วันที่เริ่มปลุกกระแส ปั้นกระแสนี้ขึ้นมา จากการที่เอาเรื่องท้องไม่รับ ไม่มีคนสนใจ ก็ใส่ยาเสพติดเข้าไป ใส่ภาพผู้เยาว์ อันนี้คือหนักหนาสาหัส จากยอดคนดูแค่ 60 คนเนี่ย กลายเป็นแสน อันนั้นภูมิใจดีใจมาก หลังจากออกโหนกระแสเนี่ย โอ๊ย ชีวิตเปลี่ยน สินค้าเข้า อุ้ย ชีวิตเขาเปลี่ยนเลย เพราะออกโหนกระแสแล้วชีวิตเปลี่ยน ตอนนี้ชีวิตเปลี่ยนแล้วครับ”
มาสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองไหม คิดว่าทุกคนดูออก
ผู้จัดการ : “ประชาชน คนทุกคนที่อ่านข่าวแบบมีสตอจะมองออก ยกเว้นคนที่ยังโลกสวย ยังมองไม่ออก ทำไมไม่ใส่ถุงยาง เลิกพูดได้แล้วครับ แล้วถุงยางถ้าสนใจจะให้ติณติณเป็นพรีเซ็นเตอร์ ก็เข้าเลยนะครับ ช่วยเข้าหน่อยนะครับ สนับสนุนคนดีนะ ตอนนี้ผมว่าสินค้าน่าจะเห็นแล้วว่าใครดีใครเลว ส่วนลูกในท้องของฟารีดา พี่ก๊อทบอกเลยว่า ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ ก็คือเด็กคนหนึ่ง สิ่งที่คุยกันมีแต่บอกว่าจะพยายามไม่ให้กระทบ”
“นีโอ” เปิดใจ ตอนนี้ไม่อยากพูดอะไรเยอะ จบคือจบ
นีโอ : “ข่าวเรื่องร้านสัก สำหรับผมก็จบแล้วนะ เพราะว่าผมไม่อยากพูดอะไรเยอะ จบก็คือจบ แต่ว่า มันก็มีฝั่งเขาที่ลงไปโพสต์อีก แต่คือผมสัจจะลูกผู้ชาย ถ้าเขาอยากจบ ก็คือให้เคารพ แล้วเดี๋ยวผมลบให้ ต้นเรื่องก็คือเขาโพสต์ก่อน เขาโพสต์ข่มขู่ผมทั้งๆ ที่มันจบไปแล้ว ผมก็บอกไว้แล้วว่าผมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้อีก ก็ขอให้เป็นกระบวนการทางกฎหมาย
คนที่โลกสวยบอกว่าเขาเสียหาย เขาไร้ค่าใช่ไหม จริงๆ เขาอยู่บ้านผมเขานอนสบายนะ ค่าไฟ ค่าบ้านก็ไม่ต้องจ่าย ค่าข้าวผมก็จ่ายให้เกือบหมด ผมซัปพอร์ตเขาเกือบทุกอย่างนะ หลายๆ คนจะมองว่าผมไม่ให้สถานะเขา โอเค ผมก็ยอมรับ แต่ว่าผมรับผิดชอบในสิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุดแล้ว”
เรื่องที่คุณแม่บอกว่าจะฟ้อง ก็ยังมีการดำเนินการอยู่
นีโอ : “มีครับ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่บางทีผมก็ยอมไม่ได้เหมือนกัน แต่จริงๆ ตัวผมเองก็ยอมง่ายเหมือนกันนะ ผมไม่ได้ดื้อรั้นอะไรขนาดนั้นนะ ถ้าอยากจบก็คือจบ ถ้าไม่จบก็คือโอเค เดี๋ยวไปต่อให้”
ฟุ้งงานคู่ “ติณติณ” เดือนนี้คิวเต็มแล้ว แต่ยังจ้างต่อได้
นีโอ : “ตอนนี้ออกงานคู่กันก็คือเต็มนะฮะ เดือนนี้ก็คือเต็มแล้ว จริงๆ จ้างต่อได้นะ”
ติณติณ : “ใครเต็ม ผมไม่เต็ม ผมว่าง”
นีโอ : “อ้าว ไปด้วยกันไง (หัวเราะ) ไปด้วยกันครับ เวลาทำงาน ก็อยากให้รับด้วยกันอะไร เพราะว่าอยู่กันมาตลอด อยู่ข้างๆ กัน ถามว่าทำไมถึงเลือกที่จะซัปพอร์ตเพื่อนคนนี้ตลอดเวลา ผมรู้สึกว่าผมมองคนออก แล้วก็รู้สึกรักที่เป็นเพื่อน เพิ่งเคยเจอเพื่อนที่รักด้วยใจจริงๆ อยู่ข้างตลอด ไม่เคยห่างอะไร มีปัญหาก็ช่วย”
ติณติณ : “เป็นวิถีของบ้านเราด้วยเนาะ ร้านสักเรา มันแบบว่า...”
นีโอ : “รักกันแบบครอบครัว”
ติณติณ : “เราให้ความสำคัญกับคำว่าเพื่อน มากกว่าคนภายนอก มากกว่าผู้หญิง มากกว่าเรื่องของแฟน เราอยู่ด้วยกันมาตั้งนาน ค่อยๆ สร้าง เราเริ่มมาจากศูนย์เลย เรื่องร้านสักนี่คือแบบมาจากศูนย์จริงๆ กว่าจะสร้างขึ้นมาเป็นแบรนด์ สร้างขึ้นมาเป็นร้านสักที่มีคุณภาพ กว่าจะผ่านมาถึงตรงนี้ด้วยกันน่ะ มันเป็นมิตรภาพที่ขั้นกว่า ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ให้เพื่อนคนนี้เป็น MVP เสมอครับ”
นีโอ : “จริงๆ ก็อยากจะขอบคุณทุกคนนะที่พูดถึง ผมก็ขอบคุณ แล้วก็ขอให้คำอวยพรของทุกคนนั้น กลับไปหาทุกคนให้หมดเลยครับ”
ติณติณ : “อยากขอบคุณแฟนคลับทุกคนนะครับ ที่ส่งกำลังใจให้ตลอดเลย จริงๆ ผมอ่านตลอดเลยนะครับ แล้วก็คิดว่าที่สู้อันนี้ มันไม่ได้แค่สู้เพื่อตัวผมเอง แต่สู้เพื่อทุกคนที่เฝ้ารอความสำเร็จจากผม สู้เพื่อครอบครัว สู้เพื่อความหวัง แค่เห็นส่งข้อความที่ส่งมาว่า ดีใจนะที่เห็นติณติณร้องเพลงอีก มันก็อยากขอบคุณทุกคนมากครับ ถ้าผมอยู่ตัวคนเดียว ผมอาจจะไม่ได้ออกมาตรงนี้ครับ”
ไม่อยากบอกอะไรกับ “ฟารีดา” อยากอยู่เงียบๆ
ติณติณ : “ไม่มีครับ ผมอยากอยู่เงียบๆ”
สบตา “ฟารีดา” แต่ไม่ได้อะไร อโหสิกรรมแล้ว
นีโอ : “เขากำลังจะหาเก้าอี้นั่ง ผมก็มองว่าอยากไหมล่ะ นั่งได้นะ ผมก็ไม่ได้อะไร (ยังโกรธเขาอยู่ไหม?) ผมบอกเลยนะ ผมอโหสิกรรมให้เขา ผมไม่เคียดแค้นอะไรเขาทั้งนั้น ถ้าเขาอยากจะหันหน้ามาคุย ถามว่าคุยได้ไหม ผมคุยได้ แต่ว่าต้องเข้าใจว่านี่เพื่อนผมเหมือนกัน”


