เรียกว่าเป็นการออกมาเปิดใจครั้งแรกในรอบ 2 ปี สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่ “แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี” ที่ล่าสุดมาร่วมไลฟ์สดกับ “หมอของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์” ซึ่งตลอดการไลฟ์ก็เป็นไปอย่างสนุกสนาน เจ้าตัวก็อารมณ์ดี บอกว่าเป็นการไลฟ์สดครั้งแรกในชีวิต ในบางจังหวะก็หลุดพูดคำต้องห้ามของแอปฯ ติ๊กต๊อก เรียกเสียงหัวเราะทั้งทีมงานและคนในไลฟ์เลยทีเดียว
โดยตลอดกว่า 3 ชม.มีแต่รอยยิ้ม ซึ่งก่อนจะจบไลฟ์ แซมก็ได้เปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา บอกขอให้ทุกคนเชื่อมั่น ว่าตนไม่คิดจะทำร้ายประชาชนหรือแฟนคลับที่ติดตามตนมานานแน่นอน ตนไม่มีทางรับเงินมาทำความเลว-ชั่วกับคนที่ซัปพอร์ตตนมาตลอดชีวิต บอกที่มีทุกวันนี้ เลี้ยงลูกจนโต จนลูกกำลังจะแต่งงานได้ก็เพราะประชาชนทุกคน
แซม : “ก่อนหน้านี้เรารู้สึกว่าเรากำลังโดนทำร้ายกับอะไรบางอย่าง แต่ขอให้ทุกคนเชื่อมั่น ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับหรือคนที่ติดตามผมมา สิ่งไม่ดีในชีวิตที่จะทำร้ายประชาชนทั่วไป ทำร้ายแฟนๆ ทั่วไป ผมไม่มีวันทำ ผมเกิดมาทุกวันนี้จนเติบโตได้ เลี้ยงลูกจนโต จนจะแต่งงานแล้ว ประชาชนทุกคนคือคนที่ซัปพอร์ตผมมาตลอด
ผมเริ่มเป็นนายแบบมาตั้งแต่อายุ 17-18 ถ้าเกิดไม่มีใครซื้อแมกกาซีนจนกระทั่งมันขายดี ผมคงไม่ได้ถ่ายหนังสือมาจนทุกเล่ม ผมร้องเพลง ถ้าไม่มีใครซื้อเพลง ไม่มีใครฟังเพลงผม ผมคงไม่ได้ออกมาถึง 14 อัลบั้ม กับ 4 ค่ายเพลง ซึ่งผมร้องเพลงเยอะมาก เป็นพันเพลง ผมก็คงไม่สามารถเป็นพระเอกได้จนกระทั่งอยู่มาจนถึงวัย 40 กว่าแล้วก็หยุดไป จนไปเป็นสส. ซึ่งเป็นสส.ไม่ได้เช่นกันถ้าประชาชนไม่ซัปพอร์ตไม่เลือก ไม่รัก
แม้กระทั่งล่าสุดเห็นมีข่าวลงวันนี้ว่าผมเคยสมัครผู้ว่ากทม. คนอาจจะลืมไปแล้ว มีคนออกมาเลือกผมในวันเดียวตั้ง 6 แสนกว่าคน นั่นเป็นกำลังให้ผมอย่างมาก ทั้งๆ ที่ทุกคนถามว่าพระเอกทำอะไรได้หรือเปล่า ซึ่งผมก็แสดงให้เห็นว่าผมจะทำอะไรบ้าง ผมอยู่ได้เพราะคนทั้งนั้นเลยนะ
พอวันนึงมันเกิดเรื่องว่าผมไปไล่โกงใคร ผมรู้สึกว่ามันเป็นข้อกล่าวหาที่แรงที่สุด แต่ผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไรยังไง ก็ไม่อยากจะแก้ตัวอะไรเลย ปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ผมก็พูดแล้วพูดอีกว่าเรื่องมันมีอยู่แค่นี้ การที่บอกว่าไปทำร้ายคนจนคนต้องตาย คนต้องล้มละลาย มันโหดร้ายสำหรับความรู้สึกผมมาก ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลย แต่ผมก็ได้เล่าความจริงเหล่านี้ไปหมดแล้ว จนกระทั่งผมได้เป็นผู้บริสุทธิ์มาปีกว่าแล้ว ตอนนี้ก็เกิดอะไรขึ้นมาอีกไม่รู้ เกิดอยากจะฟ้องอะไรขึ้นมาอีก (หัวเราะ)”
บอกจะขอพิสูจน์ตัวเองต่อไป เพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว
แซม : “ผมก็คงพูดเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ ครับ เพราะความจริงมันมีอยู่หนึ่งเดียว ฉะนั้นเรื่องมันก็มีอยู่แค่นี้ คนที่รู้จักผมดีก็จะรู้ว่ามันไม่มีวันเป็นอย่างนั้นได้เลย และผมก็จะไม่มีวันทำอย่างนั้นด้วย พูดแค่นี้มันอาจจะรู้สึกเป็นการแก้ตัว แต่ถ้าดูจากหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับเงินอะไร มันมีอยู่แค่นี้ครับ ถ้าบอกว่าโลภ ผมต้องโลภเบอร์ไหนถึงจะทำร้ายคนที่สนับสนุนผมมาตลอดชีวิตของผม ผมต้องโลภเป็นร้อย เป็นพันล้านเหรอ
ซึ่งมันไม่มีหรอกครับ แล้วเราจะทำอย่างนั้นทำไม ชีวิตผมก็ไม่ได้ลำบาก ถึงแม้จะไม่ได้เป็นคนฟุ้งเฟ้ออะไร ผมเป็นคนปกติมาก เราใช้ชีวิตเรียบๆ แฟมิลี่เราเป็นแฟมิลี่แบบเงียบๆ ลูกผมสามารถมีรถเบนซ์ได้ และในขณะเดียวกันก็สามารถขึ้นรถไฟฟ้าได้ เพราะผมก็ทำให้เห็นว่าผมไปไหนด้วยรถไฟฟ้าได้เช่นกัน ลูกผมก็ต้องนั่งได้ เรานั่งเครื่องบินชั้นธรรมดาได้ บางวันมีโปรโมชั่นเราอาจจะนั่งบิสิเนสคลาสก็ได้
เราสอนลูกเสมอว่าเราเป็นคนชั้นกลาง เราขึ้นได้ เราลงได้ เราไม่ยึดติดอะไรทั้งสิ้น และโชคดีมากๆ ที่ผมมีภรรยาที่ไม่เคยบอกว่าอยากจะได้ไอ้นั่นไอ้นี่ ไม่เคยเรียกร้องจะเอาอะไรเลย การจะได้กระเป๋าจากเราสักใบ จะเป็นวันพิเศษหรืออะไร เชื่อไหมบางใบ 20 กว่าปีแล้ว เขาก็ยังเช็ดทำความสะอาด คือของที่เราให้มันช่างมีคุณค่า เพราะเราไม่ได้ซื้อคนที่วัตถุเลยครับ เราเป็นครอบครัวที่เรียบง่ายมาก มันไม่มีหรอกครับใครเอาเงินก้อนโตมาล่อผมให้ทำสิ่งเลวๆ ชั่วๆ ผมไม่รู้จะทำทำไม โชคดีที่ผมเกิดมาในชีวิตที่ไม่ได้ลำบาก ถึงแม้จะไม่ได้ร่ำรวยอะไร พ่อแม่เลี้ยงให้เราอยู่แบบคนกลางๆ ธรรมดามากเลย ดังนั้นใครที่เชื่อใจผม รักผม เชื่อเถอะครับว่าคุณไม่ได้รักคนผิดหรอก
ขอให้เข้าใจเถอะครับว่ายังไงผมก็จะพิสูจน์ความจริงให้เห็นเด่นชัด ว่าทุกคนไม่ได้สนับสนุนคนผิด ผมก็มีหน้าที่พิสูจน์ความจริงนี่แหละ อีกกี่ครั้งก็แล้วแต่ จะพูดกี่ครั้งก็เหมือนเดิม เพราะความจริงมีอยู่หนึ่งเดียวเท่านั้น มีอยู่แค่นี้เลย อีกไม่นานก็คงจะจบ”
เผยทนายได้ให้แจ้งความคนที่คอมเมนต์ด่าเอาไว้ร่วมพันกว่าคน!
หมอของขวัญ : “ใครที่เมนต์สนุกปากแล้วไม่คิดถึงอะไร ขอให้กรรมตามทัน ขอให้เจอเรื่องนั้นเหมือนกัน”
แซม : “เอาจริงๆ ทนายผมก็ไม่ได้ยอมนะ พอผมออกมาแล้ว เขาก็ลิสต์ไว้เลยทั้งหมดมีประมาณพันกว่ารายชื่อ เขาไม่ได้ว่าเป็นศัตรูหรอกครับ เขาอาจจะแค่เข้าใจเราผิด ผมก็มีหน้าที่ทำให้เขาเข้าใจเราถูกเท่านั้นเอง ก็มีไปแจ้งความไว้พันกว่าคนแล้ว แต่อยู่ที่ว่าเราจะทำอะไรเท่านั้นเอง ทนายก็บอกว่าแจ้งเอาไว้ก่อนแล้วกัน ส่วนผมจะทำยังไงกับคนเหล่านี้ก็อยู่ที่ผมจะตัดสินใจ ทนายบอกว่ายิ้มเลยพี่ใครที่ด่ามาเนี่ย ให้พี่มองว่ามันคือเงิน (หัวเราะ) พี่ต้องบอกว่าขอบคุณนะครับ ด่าแรงๆ เลย เพราะว่ามันคือสตางค์ที่เราจะเอาไปทำบุญช่วยเหลือผู้ยากไร้อะไรได้อีกเยอะแยะ จะผิดไม่ผิดถือว่าเราไม่ก้าวล่วงศาลแล้วกัน เพราะท่านก็กำลังดูอยู่แหละ แต่ขอให้มั่นใจเท่านั้นเองว่าเราจะไม่มีวันทำแบบนั้นแน่นอนครับ”
หมอของขวัญ : “พี่แซมไม่ได้ได้อะไรมากไปกว่าพรีเซ็นเตอร์ธรรมดาๆ หนึ่งคน”
แซม : “ซึ่งบางทีพรีเซ็นเตอร์ที่อื่นได้เยอะกว่านี้อีก หรือเล่นละครปีละ 1-2 เรื่องก็ได้มากกว่าอยู่แล้ว เพราะเราไม่ได้เป็นคนที่สิ้นไร้ไม้ตอกที่จะไม่มีใครให้ไปทำงานอะไร”
บอกที่อยู่มาได้ทุกวันนี้เพราะกำลังใจจากทุกคน
แซม : “จริงๆ ก็อยู่ได้เพราะกำลังใจนี่แหละ บางทีเปิดอ่านเห็นกำลังใจ ก็คิดว่าทำไมเราดูถูกน้ำใจแฟนคลับ เพราะเราก็คิดว่าเขาคงไม่รักเราแล้ว แต่สิ่งเหล่านี้มันทำให้ผมใจฟู และกล้าออกมาจากคอมฟอร์ทโซน ที่รู้สึกว่าชีวิตเรา เราควรอยู่เงียบๆ ของเราแล้วกัน มันหมดเวลาของเราแล้ว แต่พอมาเห็นวันนี้มันก็ทำให้ผมเห็นโลกใบใหม่เหมือนกันนะ ว่าชีวิตมันยังมีดอกไม้อยู่รอบข้าง ขอบคุณนะครับที่ทำให้ผมรู้สึกอย่างนั้น ทำให้ผู้สูงอายุคนนี้ยังรู้สึกสดชื่น จริงๆ หลังจากเกิดเรื่องไปแล้วผมมาไล่ดูก็ไม่มีใครมาด่านะ เพราะทุกคนก็เริ่มเข้าใจ แรกๆ มันอาจจะฝุ่นตลบ ข่าวมันออกแล้วมีแต่เรื่องแรงๆ
แล้วไอ้บริษัทตัวดีนี่ก็ดีนะ บริษัทที่ผมอยู่เนี่ยก็ไม่ออกมาปกป้องหรือพูดอะไรเลย (หัวเราะ) เขาอยู่เงียบมาก แล้วทุกอย่างพอถึงเวลาสื่อก็มาหาผมหมด แล้วผมจะไปตอบอะไรได้ในเมื่อผมก็เพิ่งอยู่มาแค่ 11 เดือน ผมต้องรู้อะไรกับบริษัทนี้บ้าง ผมก็ตอบได้เท่าที่รู้เท่าที่เห็น แล้วผมก็พยายามจะพูดคุย เพราะการที่เอาไปลงโทษไม่ดีเท่ากับการมาคุยและเคลียร์ว่าใครเสียหายอะไรก็เยียวยากันไป ผมว่าอันนั้นสำคัญกว่า การจับเขาไปขังแบบนี้ คนที่เขามีปัญหาก็เอามาไลฟ์ขายของ เอาเงินไปคืนเขา ผมว่ามันก็ยังดีกว่าที่จับไปแล้วและฟรีซทุกอย่างหมด มันจะไปยังไงต่อได้”


