“หนิง ปณิตา” น้ำตาจะไหล “น้องณิริน” ขึ้นโชว์พิสูจน์ฝีมือ ลบคำสบประมาทเด็กเส้นสำเร็จ เผยโมเมนต์สุดซึ้งสอนลูกอย่าเหลิงในชื่อเสียง พร้อมเล่านาทีระทึกคนขับแกร็บเนียนเข้าบ้านถ่ายรูปมุมน่าสงสัย ลงบันทึกประจำวันเพื่อความปลอดภัยไม่ได้อยากเอาเรื่อง แค่อยากเจอตัว โนคอมเมนต์ “จิน” อดีตสามีศัลยกรรมตา ไม่ใช่เรื่องของตน
ทำเอาคุณแม่สุดสตรองอย่าง “หนิง ปณิตา พัฒนาหิรัญ”ถึงกับยิ้มไม่หุบ ที่ล่าสุดลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนอย่าง “น้องณิริน” ได้ขึ้นโชว์ในฐานะ Trainee ของค่าย LOVEIS อย่างเต็มตัวแล้ว พร้อมกับ “น้องแสนดี”ลูกสาวของ “โอ๋ ภัคจีรา วรรณสุทธิ์” ด้วยเช่นกัน ซึ่งหนิงเผยว่าทั้งตนและเพื่อนๆ แม่พอเห็นลูกๆ ได้โชว์ตามความฝันก็น้ำตาไหลกันทุกคน
“ยังไม่ได้เรียกว่าเดบิวต์ค่ะ อันนี้กราบขอบคุณ LOVEiS แล้วกราบขอบคุณพี่จิ๊บ (เทพอาจ กวินอนันต์) แล้วก็ทีมงานทุกๆ คนเลย คือเป็นโชว์เคสที่เขาให้เด็กที่เป็น Trainee ได้ฝึกในการใช้เวทีจริงๆ ซ้อมจริงๆ ทำโชว์จริงๆ ตัวหนิงเองก็แอบปลื้ม เพราะว่าจริงๆ ณิรินเขาจะไม่ถนัดร้องเพลงช้าเลย จะเป็นเด็กที่ชอบร้องเพลงเร็ว แล้วก็เต้น จะอยู่นิ่งๆ ร้องช้าๆ ใช้พลังเสียงเขาไม่ถนัด แต่เขาก็พยายามที่จะฝึกเพื่อที่จะพิสูจน์ตัวเอง น้ำตาจะไหล นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นงานจริงๆ ก็ดีใจที่ลูกตั้งใจ แล้วก็มีความพยายามค่ะ
หนิงดีใจที่ลูกทำได้ดีในมุมของเขา แต่ว่าถ้าในส่วนของพัฒนาการ ขอให้คนดูเป็นคนตัดสินดีกว่า เดี๋ยวมันจะเหมือนแม่อวยลูก มันก็ไม่ดี ให้คนดูเป็นคนตัดสินดีกว่า แล้วก็ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้น้องด้วยค่ะ ซึ่งวันนั้นเขาก็บอกว่าเขาตื่นเต้นเหมือนกัน แต่พอเขาตื่นเต้นเสร็จ เขาก็ลงไปไหว้พระแม่ธรณี แล้วก็เอาหัวไปอยู่ที่เวที นี่ก็ถามไปเอามาจากไหน เขาบอกเห็นแม่ทำ (หัวเราะ) ก็มูเหมือนกัน เขาก็ทำ แต่หนิงยังไม่แน่ใจเลยว่าหนิงทำตอนไหนให้เขาเห็น เพราะเวลาที่หนิงจะขึ้นเวทีหรือหนิงตื่นเต้น หนิงก็จะมืแตะพระแม่ธรณีตลอด แล้วก็เวลาจะขึ้นเวทีเราก็จะเอาหัวเราไปแตะเวที เราก็จะถือว่าเหมือนครู ให้เราได้ขึ้นไปยืนในที่ตรงนั้นเพื่อทำมาหากิน เขาก็บอกว่าพอเขาทำเสร็จแล้วเขาก็ เขาก็หายตื่นเต้น ก็คงได้ผลสำหรับเขามั้งคะ (หัวเราะ)”
ดีใจลบคำสบประมาทว่าเป็นเด็กเส้นได้แล้ว
“ไม่ใช่หนิงคนเดียวหรอกที่ร้องไห้ พี่โอ๋ ภัคจีราก็เหมือนกัน พี่เข้ม , พี่มุกดา , พี่ฮาน่า ,พี่เอ๋ พรทิพย์ , พี่อุ๊ , พี่ได๋ , พี่กระแต , พี่เปิ้ล เอาเป็นว่าทุกคน หนิงก็บอกว่านี่ยังไม่ใช่คอนเสิร์ตจริงเลยนะ ทุกคนก็ดูแล้วภูมิใจกับหลาน เพราะว่าทุกคนก็เอาใจช่วยหลานทั้งสองคนเลย ทั้งณิริน ทั้งแสนดี พอเขาทำได้เราก็ดีใจ อย่างน้อยๆ ก็ลบคำสบประมาทเรื่องเด็กเส้นด้วย ที่บอกว่าถูกเลือกเพราะเป็นลูกสาวหนิง นั่นแหละเป็นคำพูดที่ทั้งน้องณิรินและแสนดีเขาติดอยู่ในใจมากๆ นะคะ แล้วเวลาที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมา เขาทั้งคู่จะมีความรู้สึก เขาทั้งคู่ถึงตั้งใจ แล้วเขาก็พยายามมากๆ ซึ่งสำหรับตัวหนิงว่าเขาก็ทำได้ดีในรูปแบบของเขา ขอบคุณเขาในความพยายามที่ตั้งใจ แต่หนิงก็จะพูดกับลูกว่าต้องทำต่อไปและพัฒนาต่อไป และคนที่จะตัดสินว่าดีหรือไม่ดีไม่ใช่แม่ แต่คือคนดูค่ะ
สิ่งที่บอกกับน้องส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องมารยาทมากกว่า ว่าวันนี้เดินออกไปทุกคนชม อย่าเหลิงนะ เพราะเราต้องพัฒนาให้ได้ทุกวัน อะไรที่เป็นจุดแข็งเก็บไว้ อะไรที่เป็นจุดอ่อนก็พยายามฝึก แล้วจำวันแรกให้ได้นะว่าใครที่ให้โอกาสเรา ใครที่รักเรา พี่ๆ นักข่าวคนไหนที่เชียร์เรา แฟนคลับคนไหนที่อยู่กับเราตั้งแต่ Day 1 จำเขาไว้ลูก แล้ววันนึงที่เกิดในอนาคตลูกโชคดี ลูกได้มีชื่อเสียง ห้ามลืมวันแรกที่เกิดขึ้นเด็ดขาด วันแรกเป็นยังไง ในวันที่มีชื่อเสียงก็ต้องเป็นแบบนั้น หนิงจะสอนแค่เรื่องนี้เลย เรื่องอื่นก็คือเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องไปฝึกฝนต่อ”
บอกไม่เคยคาดหวังให้ลูกต้องเข้าวงการ แต่ในเมื่อลูกชอบ ตนก็พร้อมซัปพอร์ตเต็มที่
“ถามว่าภูมิใจไหม ก็ดูหนิงยิ้มสิ เคยเห็นหนิงสัมภาษณ์ยิ้มอย่างนี้ไหมล่ะ ดีใจ แล้วก็รู้สึกว่าหมดห่วง แล้วยิ่งไปอยู่กับ LOVEiS อยู่กับพี่จิ๊บ อยู่กับพี่ๆ ทีมงานใน LOVEiS มันเหมือนครอบครัว ทุกคนดูแลน้องดีมาก เวลาน้องมีอะไรไม่สบายใจ เราก็แอบรู้มาว่าน้องก็จะไปเล่าให้พี่ๆ ฟัง พี่ๆ ทุกคนก็จะคอยประคับประคอง แล้วทั้งสองคนอายุ 13 ถือว่าเด็กที่สุดในค่ายแล้ว พี่ๆ ทุกคนก็ช่วยกันประคบประหงมดูแล ก็สบายใจค่ะ
เรื่องความคาดหวังตั้งแต่แรก ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าหนิงไม่ได้อยากให้ณิรินเข้าวงการบันเทิง แต่เขามีความกระตือรือร้นมาตั้งแต่ 5 ขวบ เริ่มตั้งแต่ไปขอผู้ใหญ่เล่นละคร ทำโน่นทำนี่ ไปออดิชั่นเองทุกอย่าง เขาพยายามด้วยตัวเขาเองทั้งหมดวันนี้บอกได้เลยว่าไม่ว่ายังไงก็ทำไปเถอะ เพราะจากคำตอบของเขาตอนที่เขาให้สัมภาษณ์กับพวกพี่ๆ ทุกคนโดยที่ไม่มีหนิงอยู่ตรงนั้น เขาบอกว่าการร้องเพลงและการเต้นคือความสุขของเขา ดังนั้นหลังจากวันนั้นมันปลดล็อกหนิงเลย แล้วหนิงก็บอกเขาว่าลุยเลย ทำเลย อยากได้ความช่วยเหลืออะไรจากหนิงก็บอกมา แล้วหนิงจะทำซัปพอร์ตให้”
เผยความคืบหน้าเรื่องที่มีคนขับแกร็บทำเนียนเข้าไปถามรูปในบ้าน
“จริงๆ ทางแกร็บติดต่อหนิงมาแล้ว และหนิงก็บอกว่าหนิงอยากจะไปลงบันทึกประจำวันและอยากให้เราไปด้วยกัน เพราะว่าคนของแกร็บเข้ามาในบ้านของหนิง ส่วนเรื่องการพูดคุย หนิงได้ดุแม่บ้านของหนิงไปแล้วที่ปล่อยให้คนนอกเข้ามา แต่แม่บ้านเข้าใจจากการพูดคุยว่าคนๆ นั้นเป็นเพื่อนของหนิง และเขาก็แต่งตัวสวยมากใส่ชุดเปิดไหล่อะไรแบบนี้เลย แม่บ้านเลยคิดว่าเป็นเพื่อนหนิงเอาของมาให้
แม่บ้านโดนคุยเรื่องนี้ไปเยอะมากว่าไม่ว่าจะเป็นใคร ถ้าไม่คุ้นเคย ต้องโทร.มาถามก่อน และเราก็ได้คุยกับทางแกร็บเรื่องการไปแจ้งความ แต่เพราะหนิงยุ่งมากในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เลยยังไม่ได้ไป แต่ภายในสัปดาห์หน้าจะไปค่ะ ทางแกร็บให้ความร่วมมือดีมากและยินดีที่จะให้ความร่วมมือ เพราะตอนที่คนๆ นั้นเข้ามาในบ้านของหนิง เขาได้ถ่ายรูปไว้ด้วย หนิงเช็กกล้องวงจรปิดตอนที่เขาเดินออกจากบ้าน สิ่งที่หนิงรู้สึกแปลกใจคือเขาถ่ายรูปประตูบ้านทั้งสองฝั่ง ซึ่งหนิงมีภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่หนิงก็แอบกลัว ตอนนี้หนิงเลยจัดการระบบความปลอดภัยทั้งหมดภายในบ้านใหม่หมดแล้ว
ส่วนตัวหนิงไม่ได้อยากจะดำเนินคดีหรืออะไรหรอกค่ะ แต่อย่างน้อยการมีบันทึกประจำวันไว้กับตำรวจก็เป็นเรื่องดี เพราะหนิงไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต สิ่งที่หนิงโพสต์ไปไม่ใช่เพราะอยากจะทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ เจตนาของหนิงคืออยากให้คนที่อ่านรู้ว่าเหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นจริงๆ เพราะจากบุคลิก ท่าทาง และการแต่งตัวของเขา ถ้าเขาบอกว่าเป็นเพื่อนหนิง หนิงก็เชื่อนะ เขาแต่งตัวดีมาก ไม่เหมือนคนที่ขับ อันนี้ไม่ได้เป็นการดูถูกคนขับแกร็บว่าแต่งตัวไม่ดีนะคะ ไม่ใช่แต่เขาแต่งตัวเหมือนกำลังจะไปงานอีเวนต์ ดูสวย ไม่ใช่แต่งตัวมาทำงาน”
บอกไม่ได้อยากให้ถึงขั้นดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แค่อยากรู้เหตุผลที่ทำแบบนั้น
“แต่ถามว่าจริงๆ แล้วแกร็บสามารถเข้าไปในบ้านของลูกค้าได้ไหม จริงๆ แล้วเข้าไม่ได้ค่ะ หนิงถามมาแล้ว สรุปคือเขาอยู่ได้แค่หน้าบ้าน ตรงที่มีกริ่งประตู อยู่ได้แค่นั้นจริงๆ ค่ะ ตอนนี้ทางแกร็บเขาบอกว่าเขารู้แล้วว่าเป็นใคร แต่หนิงยังไม่ได้ประสานงานต่อ เพราะอย่างที่บอกว่าสัปดาห์นี้ค่อนข้างยุ่งมาก ซึ่งเป้าหมายของหนิงคือการไปลงบันทึกประจำวัน เจอตัวเขา และเช็กให้แน่ใจว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นในอนาคต เพราะตอนที่เขาเข้ามา เขาถ่ายรูปข้างในบ้านด้วย สิ่งที่แปลกคือตอนเดินออกไปแล้วถ่ายรูปประตูบ้าน มุมที่ไม่ควรจะถ่าย มุมรหัสหรืออะไรสักอย่าง เพราะเราไม่รู้ว่าเจตนาของเขาทำไปเพื่ออะไรนั่นคือเหตุผลที่หนิงอยากเจอเขาและคุยต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ แค่นั้นเลยค่ะ แต่หนิงไม่มีเจตนาจะดำเนินคดีไปให้ถึงที่สุด หนิงไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น
จริงๆ เคยมีการนัดกันไว้ก่อนหน้านี้แล้วค่ะ แต่ตอนนั้นหนิงป่วย พอหลังจากนั้นหนิงก็ติดประชุมหลายงานแล้วก็งานของตัวเองด้วย ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นสัปดาห์หน้าค่ะ ซึ่งตอนนี้ก็ปรับปรุงเรื่องระบบความปลอดภัยใหม่เรียบร้อยหมดแล้วค่ะ เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว และได้คุยกับแม่บ้านแล้วว่าต่อจากนี้ไป ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนด้วยนะคะ ก็ให้โทร.ถามหนิงก่อนทุกครั้งค่ะ”
ไม่ขอออกความเห็นเรื่องที่ “จิน จรินทร์ ธรรมวัฒนะ” อดีตสามีศัลยกรรมตาที่เกาหลี เพราะไม่ใช่เรื่องของตน
“เอาจริงๆ ถามว่าเห็นไหม เห็น ลูกสาวส่งให้ดู แต่ว่าอันนี้ก็ต้องขออนุญาตทุกคนนะคะว่าอันนี้เป็นเรื่องของคุณเขา หนิงขออนุญาตไม่ตอบแทนแล้วกันนะคะไว้ถ้ามีโอกาสเจอกันก็ถามกันเองแล้วกัน อันนี้ขออนุญาตจริงๆ ค่ะ แต่ตอนที่ณิรินส่งมาให้ดู ณิรินก็บอกว่าแม่ ดูนี่สิ หนิงก็บอก อือ สั้นๆ แค่นี้เลย แต่ต้องขออนุญาตจริงๆ ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของหนิง ทำไมไม่ทักว่าหนิงไปทำอะไรมาบ้างล่ะ ทักหนิงบ้างสิ หนิงก็ไปร้อยไหมมาข้างละเส้น แค่นั้นเองค่ะ
แต่ถามว่ามีคนถามเยอะไหมเรื่องนี้ ก็มีถาม แต่หนิงก็จะตอบทุกคนเหมือนกันว่า ขออนุญาตไม่ตอบนะคะ (มีคนมาแซวถามว่าจินหล่อขึ้นไหม?) คือไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ หนิงก็จะพูดกับทุกคนว่า ขออนุญาตว่าไม่ตอบเรื่องนี้เลย แล้วหนิงก็จะบอกกลับไปว่ามาแซวหน้าหนิงดีกว่าว่าหนิงไปทำอะไรมาเพิ่ม”


