xs
xsm
sm
md
lg

“เจนนี่ ได้หมดฯ” อวยสามีหาเงินเก่ง ไม่เกาะเมียกิน ย้ำแยกกระเป๋า-หารค่าใช้จ่ายคนละครึ่ง จ่ายภาษีครบทุกบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ฟุ้งธุรกิจครอบครัวไปได้สวย ภูมิใจสามีหาเงินเก่ง ปั้นแอปฯ YJ Mall ฟีดแบ็กดี เผยชีวิตคู่แยกกระเป๋าชัดเจน แบ่งค่าใช้จ่ายแบบหารครึ่ง ยืนยันบริษัทจ่ายภาษีครบทุกบาท ยังไม่ถึงร้อยล้าน แต่จุก!

เรียกว่าไปได้สวยทั้งเรื่องครอบครัวและธุรกิจ สำหรับสาว “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” หรือ “เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ” ที่ตอนนี้กำลังเดินหน้าทำหลากหลายโปรเจกต์อย่างต่อเนื่อง ทั้งของตัวเองและสามี “ยิว ฉัตรมงคล สมแก้ว” ล่าสุดวันนี้ (3 มิ.ย.) ได้เจอสาวเจนนี่ ในงานแถลงข่าวเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ Xpress Clinic เจ้าตัวก็ได้อัปเดตความคืบหน้าธุรกิจใหม่ YJ Mall ของสามีให้ฟัง พร้อมเปิดใจถึงการบริหารเงินในชีวิตคู่แบบแยกกระเป๋า ก่อนจะเคลียร์ประเด็นเรื่องภาษี ที่ปีนี้จ่ายไปแบบจุกๆ

“ธุรกิจตอนนี้ก็ดีค่ะ ขายของออนไลน์ก็โอเคค่ะ ยังคงต่อเนื่องเรื่อยๆ ค่ะ แล้วก็เดี๋ยวจะมีธุรกิจของสามี จะเป็นแพลตฟอร์ม YJ Mall แล้วปีนี้ก็ยังย้ำเหมือนเดิมว่าเดี๋ยวจะมีภาพยนตร์ กำกับเอง เล่นเองด้วย เกี่ยวกับหนังทางภาคใต้ ก็อยากให้ทุกคนรอติดตามค่ะ ลงทุนหลายอย่าง เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เราอยากทำมากตั้งแต่เด็กๆ แต่ตอนนั้นเราไม่มีทุน พอเราโตขึ้นเราก็รู้สึกว่าเราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นแค่นักร้อง แต่เราสามารถทำได้ทุกอย่างที่เราอยากทำแล้ว แล้วก็ยังมีได้หมดถ้าสดชื่น เรสเตอรองต์ ที่อยากจะเปิดในกรุงเทพฯ เร็วๆ นี้ เป็นร้านอาหารใต้ อีสาน ก็กำลังคิดอยู่ว่าจะให้คุณแม่มาดูดีไหม เพราะว่าตอนนี้ทุกอย่างมันก็เริ่มลงตัว เราก็อยากให้คุณแม่มาอยู่ใกล้ๆ”

ฟุ้งแพลตฟอร์ม YJ Mall ของสามี ฟีดแบ็กดีมาก
“ผลตอบรับดีมากค่ะ ตอนนี้คือหนูเองก็ขนลุกนะ ตอนแรกหนูไม่ได้ใส่ใจเลย ฟีลว่าเขาอยากทำอะไรทำไปเลย แต่พอเรารู้ว่า ณ วันนี้ มีนายหน้าสมัครมากกว่า 100,000 คน ในเวลาแค่ 2 วัน แอปพลิเคชันคนไทย แล้วนี่คือสามีเรา ภูมิใจ ก็ถามว่าเขาว่ามีอะไรให้เราช่วยไหม ยิวก็บอกว่ารอวันเปิดตัว เจนก็คงทำหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เขา ส่วนรายละเอียดต่างๆ เดี๋ยวรอวันเปิดตัว ไปสัมภาษณ์เขาด้วยตัวเองดีกว่า”

เรื่องธุรกิจแยกเป็นของใครของมันคนละกระเป๋า
“ถ้าเป็นเรื่องของธุรกิจยิวกับเจน ถ้าของใครของมันเราจะแยกหน้าที่กันชัดเจน ทำหน้าที่แค่ซัปพอร์ตกัน ถ้ายิวอยากจะกินโปรตีน ยิวก็ต้องจ่ายค่าโปรตีนเจนนี่เหมือนกัน มันคนละกระเป๋าแบบ 100% ค่ะ คุยกันตั้งแต่แรกแล้วค่ะ เพราะเจนนี่เองส่วนตัวก็เป็นคนขี้งกนิดหนึ่ง ช่วงแรกๆ เราเคยนั่งจับเข่าคุย ว่าเธอแล้วเราจะเอายังไงกันเรื่องเงิน หมายถึงว่ารายได้ที่จะเข้ามา เขาก็แฟร์มาก เขาก็บอกว่าตัวเองหาตัวเองจ่าย เขาหาเขาจ่าย แต่สมมติไปกินข้าว ยิวอยากเลี้ยงยิวเลี้ยง เจนอยากเลี้ยงเจนเลี้ยง ของลูกใครอยากซื้ออะไรให้ ซื้อเต็มที่ได้เลย แต่ส่วนมากถ้าเป็นกินข้าวจะยิวเลี้ยง แต่ถ้าไปกินน้ำชา ขนมจีน เจนนี่เลี้ยงได้”

จ่ายใครจ่ายมัน ไม่ได้เปย์ผู้ชายอย่างเดียว
“ถ้ากินข้าวเขาจะชอบเลี้ยงนั่นแหละ แต่ว่าถ้าสมมติว่าเงินรายได้ที่เข้ามาก็ของใครของมัน แต่ว่าเวลามันมีเทศกาลแบบวันเกิด วาเลนไทน์ เราก็จะมีเปย์ของขวัญให้ ให้รู้สึกว่าฉันก็ไม่ได้งกจนเกินไปนะ (หัวเราะ) คือในฐานะครอบครัว ยิวก็ไม่ได้ต่างจากแม่หรือน้อง ถ้าเขาขัดสนตรงไหนเราก็ยินดีซัปพอร์ตเต็มที่ แต่บังเอิญว่าเขาเองก็เป็นคนทำงาน ก็เลยสบายใจไป เขาเป็นหัวธุรกิจค่ะ”

พิสูจน์คำครหา เข้ามาเกาะให้เมียเลี้ยง
เขาก็พิสูจน์ตัวเองค่ะ แล้วยิวก็เป็นผู้ชายที่ค่อนข้างจะรักในศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่ชอบให้ใครมองเข้ามาว่าโดนผู้หญิงเปย์ หรือไปเกาะผู้หญิง เขาพยายามแสดงทุกอย่างให้คนเห็นอยู่เสมอ ว่าเขาไม่ได้เป็นคนแบบนั้น แต่เจนนี่ก็พูดกับเขาเสมอว่าจริงๆ แล้วตัวเองไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองกับใครเลย เพราะว่าแค่เขารู้จักตัวเองดีพอ เราก็แฮปปี้แล้ว แล้วมันเป็นเรื่องภายในเรื่องครอบครัว เราตัดสินใจกันเองได้เลย แต่แน่นอนว่าชาวเน็ตก็สนใจ”

คุยตกลงกันเรื่องเงินตั้งแต่แรก เพราะโตมากับครอบครัวที่มีปัญหาเรื่องเงิน
ด้วยความที่เราโตมากับครอบครัวที่มีปัญหาทางด้านการเงิน เราก็เลยต้องรีบเคลียร์กันก่อน ก็คือแยกกระเป๋าชัดเจน อยากซื้ออะไรให้ซื้อ อยากซัปพอร์ตอะไรซัปพอร์ต เหมือนบ้านหลังล่าสุด ก็คือซื้อด้วยกันเลย จ่ายเท่ากันเป๊ะๆ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพนักงาน ทุกคน 50% เป๊ะ ก็แฟร์ดีค่ะ หนูก็มองว่าคู่รักทุกคนไม่ควรจะมีปัญหาเรื่องเงิน ถ้าเราแฟร์กันตั้งแต่แรกมันก็คือจบ”

อวยสามีตลอด เพราะว่าดีจริงๆ
หนูอวยเรื่องจริง หนูเป็นคนขี้โม้ แต่มันต้องขี้โม้เรื่องจริง ผัวเราเราก็ต้องหลง ตัวเองรู้ดีที่สุด หรือถ้าเราจะโง่ มานั่งแสดงเสแสร้งให้ทุกคนว่าผัวฉันดีทั้งที่ผัวเลว หนูว่าคนที่รับผลกรรมก็คือหนู เพราะฉะนั้นวันนี้ทุกคนสบายใจได้เลย เพราะว่าหนูคิดว่าหนูก็เลือกสามีที่ถูกต้องที่สุด อยากให้ผัวดู ผัวจะได้หลงมากๆ แล้วช่วงนี้ทำ YJ Mall ด้วย นี่แอบคิดว่าถ้ามันสำเร็จขึ้นมา ฉันจะต้องอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ต้องไลฟ์สด ไม่ต้องไปไหน จะออกไปทำเล็บ ทำสปา แต่ก็ได้แค่คิด (หัวเราะ)”

จ่ายภาษีแยกกันทุกบริษัท แต่จ่ายครบทุกบาทแน่นอน
“ภาษีแยก 2 บริษัทค่ะ เจนมีบริษัทคือได้หมดถ้าสดชื่น ที่เป็นค่ายเพลง อันนี้ก็จ่ายภาษีของเขาไป บริษัทเจนนี่โอเค ที่ขายออนไลน์ ก็ขายของเจนไป ยิวก็มีบริษัทโมชินยิว กับโมชิน 88 เขาก็ขายของเขาไป ก็จ่ายภาษีแยกทุกอย่าง แล้วก็จะมีบริษัทลูก ก็คือเป็นบริษัททำร่วมกัน ที่กำไรทุกอย่างให้ลูก อันนี้ก็จะใช้เงินบริษัทในการจ่ายภาษี แล้วก็จะมีเงินเดือนทั้งพ่อทั้งแม่ บริษัทเยอะมาก”

แก้ข่าวจ่ายภาษีไม่ถึง 100 ล้าน แต่ก็จุกอยู่
“ว้าย ก็ไม่ถึง 100 ล้านค่ะ แต่มันก็จุกนิดหนึ่ง แต่วันนั้นที่หนูพูดเรื่องจ่ายภาษี คือหนูแค่รู้สึกว่าตัวเองชอบโดนแซะ ว่าจ่ายภาษีหรือเปล่า ทั้งที่มันเป็นหน้าที่ที่คนที่มีรายได้ทุกคนต้องรู้อยู่แล้ว ว่าต้องจ่ายยังไง โอเคหนูเคยผ่านช่วงที่เราไม่เคยจ่ายภาษี ผ่านช่วงที่โดนย้อนหลัง ผ่านช่วงแบบไม่มีบริษัทมาแล้ว เรารู้เราเรียนรู้มาแล้ว ว่าถ้าเราจะเติบโต ถ้าเราจะจ่ายภาษีให้ถูกลง เราต้องทำยังไง เราต้องเปิดบริษัทแบบไหน ก็เลยอยากจะชี้แจงออกไป ว่าฉันจ่ายภาษี ฉันทำหน้าที่ถูกต้องนะ แต่สุดท้ายวันนี้ก็ยังมีคนถามว่าจ่ายภาษีหรือเปล่า หนูพิสูจน์ได้แล้วว่าคนที่เขาอคติ ต่อให้เราพิสูจน์ตัวเองแค่ไหน เราเองจะเหนื่อย ก็เอาแค่นั้น เอาแค่คนที่รักเราได้สบายใจ ว่าเรามีการจ่ายภาษีนะ”

ปัดเสียภาษีเยอะ เพราะมีรายได้หลักร้อยล้าน
“ทุกคนก็เห็นกันหมด เพราะว่ารายได้หนูมันก็คือไลฟ์สด แล้วไลฟ์สดปีที่แล้วมันก็คือมหากรรม มันคือเทศกาล เพราะฉะนั้นวันนี้ที่หนูมาพูดถึงการจ่ายภาษี มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เราก็แค่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคมด้วยซ้ำ ว่าถ้าคุณอยากจะเติบโต คุณก็แค่จ่ายให้ถูกต้อง ทำให้ถูกต้องในหน้าที่คนไทย ส่วนไอ้เรื่องภาษีจะปรับจะลดมากน้อยแค่ไหน ก็เป็นเรื่องของทางรัฐบาล ไม่ได้เกี่ยวกับเรา (รายได้ร้อยล้าน?) ไม่ๆ ไม่ใช่ ภาษีมันไม่ได้มีแค่ภาษีบริษัทนะคะ มันยังมี 20% ของกำไรอย่างเดียวกับส่วนตัวอีก คือมันอยู่ที่ว่าเพดานภาษีของเรา ทะลุไปถึงขั้นไหนแล้ว อันนี้ต้องไปเรียนรู้อีกทีหนึ่ง หนูก็ต้องศึกษาเองค่ะ เพราะว่าเราจะฟังแค่ฝ่ายบัญชีก็ไม่ได้ บัญชีเราก็ไม่รู้ใครที่ไหน เราก็ต้องรู้ทุกเรื่อง ต้องรอบคอบนิดหนึ่ง”

ไม่กล้าตั้งเป้ารายได้ปีนี้ เพราะไม่รู้ในชีวิตจะมีแบบปีที่แล้วได้อีกหรือเปล่า
“ปีนี้ไม่กล้าตั้งเลย ด้วยความปีที่แล้วมันแรงเกิน ชีวิตนี้จะมีแบบปีที่แล้วอีกหรือเปล่า ก็ยังคิดอยู่ ก็เอาเป็นว่าชีวิตหลังจากนี้ ถ้าได้มากกว่าที่มีอยู่ ก็ขอบคุณตัวเอง ขอบคุณทุกๆ คน ที่ทำให้เราสำเร็จได้อีก แต่ถ้ามันไม่ได้แล้ว ก็รู้สึกว่าหลังจากนี้มันเป็นการบริหารแล้ว ถ้าเราบริหารดี ชีวิตเรารอดทั้งชีวิตแล้ว คือรายได้ที่เข้ามาจากเทศกาลเจนนี่ ถ้าอีก 5 ปี เจนนี่เงินหมด หนูว่าทัวร์น่าจะลงฉ่ำ เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่การบริหารทางการเงินแล้ว จะต่อยอดยังไง จะเก็บเท่าไหร่ จะซื้อประกันเท่าไหร่ จะให้ลูกเท่าไหร่ จะเก็บไว้เป็นค่าเทอมเท่าไหร่ หนูคือจัดสรรปันส่วนไว้หมดเลย เพราะเราเองก็เป็นคนที่กลัวความจนอยู่แล้ว”