xs
xsm
sm
md
lg

“ไอซ์ อภิษฎา” เผยยังถูกเข้าใจผิด ไม่โพสต์รูปครอบครัวเพราะแชร์สามีร่วมกับคนอื่น! เคยหลุดคล้อยตามจนต้องดึงสติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ไอซ์ อภิษฎา” เปิดใจครั้งแรกถึงปมดรามาแชร์สามีร่วมกับคนอื่น เป็นบ้านหลังที่สอง รับเคยหลุดคล้อยตามจนต้องดึงสติ เผยเหตุผลที่เลือกเงียบไม่สู้กลับเพราะกำลังตั้งท้องลูกคนแรก ทั้งที่สามีหนุนให้ฟ้อง ยันสามีแค่ต้องการความเป็นส่วนตัวจึงไม่ลงรูปครอบครัว

ไม่เคยออกมาชี้แจงหรือพูดถึงเรื่องราวดรามาใหญ่ในชีวิตช่วงที่ประกาศคบสามีเศรษฐีฝรั่งเศส และในช่วงที่ “ไอซ์ อภิษฎา เครือคงคา”ตั้งท้องลูกคนแรก ก็มีอวตารแอ็กเคานต์หนึ่งออกมาแฉว่าใช้สามีร่วมกับไอซ์อยู่ สร้างความฮือฮามากมาย แต่ในตอนนั้นไอซ์เลือกปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปเงียบๆ จนกลายเป็นเรื่องขมในชีวิต ในรายการขมคอ story ไอซ์ได้ออกมาเล่าและชี้แจงปมชีวิตในประเด็นนี้ไว้ว่า…

“ตอนที่เราประกาศท้อง คนมายินดีท่ามกลางความรู้สึกอ้าว… แล้วไม่แต่งงานเหรอ แต่คือเราต้องการแบบนี้เอง เราไม่ได้ชอบงานแต่งงานขนาดนั้น เราเลือกที่จะอยากมีครอบครัว อยากมีลูก ก็เลยเป็นแค่การประกาศแต่งงาน สักพักมีคนมาบอกว่าเราเป็นสอง เขามีสามีคนเดียวกับเรา ณ ตอนแรกเลยคนนี้เขาคอยดีเอ็มหาเพื่อนไอซ์เยอะแยะไปหมด เพื่อนไอซ์ก็มาเล่าให้ฟัง เรารู้อยู่แล้วว่าเขาเข้ามาก่อกวนนานแล้ว

แต่เราดันบอกช่างมันเถอะ เพื่อนบอกเราจะไม่ทำอะไรจริงๆ เหรอ เราก็ยืนยันว่าเราไม่ทำ เราไม่แคร์ เพราะมันไม่ใช่ความจริง เรามองว่าการไปบล็อก เขาจะคิดได้ว่าเราไปให้ค่าเขา เราไปกลัวเขา ณ ตอนนั้นเราคิดว่าฉันจะปล่อยให้เธอเป็นอากาศ ฉันไม่สนใจ

ตอนนั้นเราท้องได้ 3 เดือนแล้วเราบินไปอเมริกา เพื่อนเข้ามาคอมเมนต์ อยู่ๆ คนๆ นั้นเปลี่ยนหัวไอจี ว่าฉันแชร์สามีกับไอซ์ อภิษฎา นักข่าวก็เอาไปเล่นเป็นข่าว เราคิดได้แล้วว่าเราประมาทเกินไป ถ้าเราบล็อกเขาไปตั้งแต่แรกตามที่เพื่อนแนะนำมันก็คงไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ได้ขนาดนี้ แล้วตอนนั้นเราก็ท้องด้วย ตอนนั้นคิดไม่น่าเลย รู้งี้นะ ณ ตอนนั้นที่คิดว่าคนจริงต้องไม่บล็อก ถ้าคนปกติบล็อกไปเถอะ ถ้าเรารู้ว่าอีนี่ไม่ปกติบล็อกมันไปเถอะ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว

ตอนนั้นที่อ่านใจเราก็เต้นตุ๊บๆๆ เหมือนคนไม่มีสติ เราอ่านที่เขาเขียนแล้วก็มานั่งดูของเราเองว่าเวลาที่เขาพูดถึงเราทำอะไรกัน เราอยู่ด้วยกัน เอ๊ะ หรือมันหาเวลาไป เราเองก็หลุด จนมาคิดได้ บอกตัวเอง อีไอซ์ตื่น! ณ ตอนนั้นจริงๆ เราอยู่ด้วยกัน เราลืมไปว่าคนที่เขาทำแบบนี้เขาต้องการอะไร เขาต้องการให้ชีวิตเราไม่มีความสุขเราก็บอกกับตัวเองว่างั้นฝันไปเถอะ กูจะไม่ให้ในสิ่งที่มึงต้องการ”

เหตุการณ์นั้นทำให้ตนกับสามีรักกันมากขึ้น สามีถึงกับเอ่ยปากเลือกคนไม่ผิด เลือกไม่ฟ้องทั้งๆ ที่สามีสนับสนุน เพราะตนกำลังท้องอยู่
“เหตุการณ์นั้นมันยิ่งทำให้ไอซ์กับสามีรักกันมากขึ้น เขาบอกว่าเขาเลือกคนไม่ผิด เขาเองก็ไม่คิดว่าเราจะเข้มแข็งได้ขนาดนี้ กลายเป็นว่าตอนนั้นเราต้องไปเทคแคร์ความรู้สึกเขา เขาไม่ได้อยู่ในวงการ เขาโดนเขียน โดนแต่งเรื่อง เขาบอกนี่ไงผลของโลกโซเชียล ด้วยความเป็นคนไพรเวซี่ ชอบความสงบ ซึ่งเขารู้ว่าเราคือดารา เขาก็บอกเขาไม่ได้แคร์อะไรแต่พอเกิดเรื่องนั้นขึ้นเขาพูดกับเราเลยว่าเธอเห็นข้อเสียของโซเชียลไหม ใครจะเขียนอะไรก็ได้

และเขาเองเป็นคนบอกเราว่าเธอจะไม่ฟ้องเหรอ เธอจะไม่สู้เหรอเพราะคนที่ประเทศเขามาทำกันแบบนี้ไม่ได้นะ เราก็เลยเรียกทนายมาคุย มานั่งอ่านข้อความที่แต่ละคนเขียน มันมีแต่เอเนอร์จี้ลบๆ เรารู้สึกว่าเราจะอ้วก เรารับไม่ได้ มันมีแค่ว่าถ้าจะสู้ก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด อีนี่ต้องตายกันไปข้างนึง แต่ ณ วันนั้นเรากลับรู้สึกหรือเราปล่อยไปดี เพราะเราท้องอยู่เราไม่อยากเอาสิ่งเสียๆ ไปเก็บไว้ในร่างกายแม้กระทั่งนั่งอ่านข้อความพวกนั้น”

ผลพ่วงจากการที่ไม่ออกมาชี้แจงอะไรทำให้คนไทยเชื่อว่าข่าวที่ออกมาอาจจะเป็นเรื่องจริง
“ถ้าเราออกมาพูด ณ วันนั้น ว่าไม่จริงก็จะมีทั้งคนเชื่อและคนไม่เชื่อ แต่ถ้าเราไม่พูดอะไรเลย ณ วันนั้นก็มีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อข่าวนี้อยู่แล้ว ไอซ์ถามเพื่อนไอซ์ว่าอ่านแล้วรู้สึกยังไง เพื่อนบอกถ้ากูเป็นเมียนะ กูต้องออกมามีตัวตนค่ะ แล้วยิ่งถ้ามีลูกกับเขากูต้องออกมาเป็นตัวเป็นตน กูไม่ออกมาเป็นอวตาร เพราะว่าฉันคือเมียค่ะ จะไม่มานั่งเขียนบรรยายอะไรมากมาย เราก็เออว่ะ จริงด้วย แล้วเรารู้สึกว่าเราไม่พร้อมรับมือถ้าเราออกมาพูดแล้วคนยังบอกว่าไม่จริง โกหก ณ ตอนนั้นเราเลยรู้สึกว่าเราขอไม่พูดถึงเลยดีกว่า เพราะเราเชื่อว่าความจริงก็คือความจริง

แต่มันก็มีข้อเสียของการไม่ออกมาเคลียร์นะ เพราะคนก็เข้าใจแบบนั้นไปเลย คนคิดว่าถ้าไม่จริงก็ต้องออกมาพูดสิ แต่สำหรับเราวิธีการแก้ไขปัญหาของเราคืออะไรที่ไม่จริงฉันจะไม่พูด เราจะไม่ให้ค่า แต่ถ้าเรื่องนั้นจริงฉันจะออกมาพูดว่ามันเป็นอย่างนั้น

ทุกวันนี้ที่ไม่ลงรูปสามี คนก็จะคิดว่าก็เธอแชร์สามีกับคนอื่น อยากให้เข้าใจว่าที่เราไม่เอาลงเพราะเรารู้สึกว่าเขาไม่จำเป็นที่จะต้องมาโดนอะไรขนาดนั้น เราก็ให้เกียรติเขา ในโลกของความเป็นจริงเขาเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ไม่ขาดตกบกพร่องอะไรเลย ชีวิตจริงของเรามันโอเคมากๆ เรามีความสุขกันมาก แต่ในโลกโซเชียล เราไม่ได้มาป่าวประกาศ ถามว่ารู้สึกยังไงบ้างที่ไม่มีรูปครอบครัวอยู่บนโลกโซเชียลเลย แต่เรามีรูปครอบครัวใส่กรอบอยู่ในทุกมุมบ้าน นี่คือโลกแห่งความเป็นจริงของเรา”

คนที่มีเพื่อนต่างชาติจะเข้าใจว่าทำไมตนถึงไม่ลงรูปสามี
“ทุกสิ่งที่เราตัดสินใจแล้วมักดีเสมอ เราไม่ต้องการแก้ไขอะไร ณ วันนั้นเราก็ไม่รู้หรอกว่าถ้าเราพูดไปแล้วจะเป็นยังไง คนอาจจะเชื่อเราแล้วไม่มีคอมเมนต์ป่วงๆ จนถึงตอนนี้ ทุกวันนี้ก็ยังมีนะ คอมเมนต์ก็ใช่สิ จะลงรูปสามีได้ยังไงเพราะสามีไม่ใช่ของเขา ก็ยังมีอยู่ เราก็ไม่โกรธเขานะ ก็ต้องให้ความเข้าใจเพราะเราไม่ออกมาอธิบายเอง

ไอซ์ว่าคนที่มีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติจะเข้าใจ ก็มีคนมาคอมเมนต์นะว่าเพื่อนต่างชาติเขาก็ไม่อนุญาตให้ลงเหมือนกัน เชื่อไหมว่าเมื่อก่อนไปบ้านเพื่อนเราเห็นอะไรน่ารักๆ เราก็จะถ่ายโดยที่ไม่ขออนุญาตใครเลยมันเป็นเรื่องปกติมากๆ แต่กับฝรั่ง เขาขออนุญาตหมดทุกอย่าง แม้แต่ในร้านเสื้อผ้า หรือร้านข้าวของต่างๆ เขาจะต้องขออนุญาตว่าขอถ่ายได้ไหม ไอซ์ว่ามันก็เป็นเรื่องที่เราต้องซึมซับไปเรื่อยๆ”