“เคน ภูภูมิ” เอ็นดู “เอสเธอร์” ตลกกว่าตอนจีบ ยันเต็มใจถ่ายติ๊กต๊อกด้วยใจไม่ได้บังคับ ทึ่งแฟนสาวได้งานจากคอนเทนต์ตลก อัปเดตธุรกิจร้านขนมและสวนทุเรียน ลั่นถ้าคุณภาพดีจริงยังไงก็รวย
พักหลังเริ่มได้เห็นพระเอกหนุ่ม “เคน ภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค”เริ่มถ่ายคอนเทนต์ลงติ๊กต๊อกกับแฟนสาว “เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา” บ่อยขึ้นแล้ว ซึ่งหลายคนก็แซวว่าโดนบังคับมาหรือเปล่า แต่หนุ่มเคนยืนยันว่าทำด้วยความเต็มใจ เพราะตนก็ชอบดูคอนเทนต์ที่แฟนสาวทำเหมือนกัน เพราะตลกดี แต่แอบบอกว่าช่วงที่จีบกันใหม่ๆ ก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นคนตลกขนาดนี้
“เขาก็สนุกของเขานะ แล้วเราก็ชอบดู ก็ชอบถามเขาว่าวันนี้จะลงอะไร เราก็เป็นหนึ่งในแฟนคลับติดตาม TikTok เขาเหมือนกัน ถามว่าตกใจไหม เหมือนมันเพิ่มเลเวลมาเรื่อยๆแต่มันมีเลเวลที่เยอะกว่านี้อีกนะที่ยังไม่ลง แต่สปอยไม่ได้ (หัวเราะ) เดี๋ยวมันจะมีขั้นกว่าไปเรื่อยๆ แต่มันก็จะเป็นสไตล์ของเอสแหละครับ
ถามว่าทุกคอนเทนต์เราร่วมวางแผนไหม คือบางคอนเทนต์ไม่เห็น เห็นอีกทีก็คือตอนเขาลง อย่างยุงก็เหมือนเห็นแว็บๆ แล้วก็มาเห็นตอนที่เขาถ่ายเสร็จเอามาให้ดูว่าเหมือนไหม เราก็เอออันนี้ได้นะ อันนี้เหมือน แต่ตอนจีบกันใหม่ๆ ไม่เป็นแบบนี้นะ (หัวเราะ) เขาก็เป็นคนตลกแหละ แต่เหมือนเดี๋ยวนี้เขาตลกขึ้น ก็โอเค ชอบ ครั้งแรกก็ตลกก็ชอบแล้ว ตอนนี้ตลกกว่าเดิมก็ชอบ (หัวเราะ)”
บอกอยากให้มาช่วยทำคอนเทนต์ให้ที่ร้านบ้าง
“เขาก็มีชวนทำหลายคอนเทนต์ครับ แต่บางคอนเทนต์เราทำไม่ได้จริงๆ คือเราทำไม่ถึง เราก็จะบอกว่าอันนี้ขอปรับนิดนึงได้ไหม แต่เราก็พยายามเต็มที่ของเรา แต่บรีฟเขาหนัก (หัวเราะ)คือมันบรีฟด้วยไอเดียของคลิป แล้วพอเราเห็นไอเดีย เราก็จะอุ้ย อันนี้มันหนักมากเลยสำหรับเรา อย่างเช่น บางอันมันเป็นคอนเทนต์ที่มันต้องเต้น แล้วบางทีเราอาจจะไม่ถนัด เขาก็บอกให้เราไปยืนร้องแทน (หัวเราะ)
แต่ก็ไม่ได้งอนนะ แต่เขาก็จะช่วยหาวิธี ช่วยอะแด๊ปนิดนึงได้ไหม เราจะเป็นคนขอมากกว่าว่า อันนี้เราขออะแด๊ปเป็นอย่างนี้ได้ไหม เราก็จะเสนอไอเดียที่ทำร่วมกันได้แล้วก็มาเจอกันตรงกลาง อันที่เรารู้สึกว่ามันเวิร์กเหรอ น่าจะเป็นร้องเพลง แล้วเขาก็เต้นข้างหลัง ผมว่าอันนี้เขาก็ถนัดในการเต้นของเขา แต่เราไม่ถนัดเต้นเราก็มางับเนื้อเอา
จริงๆ เขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเยอะนะ แต่ตอนนั้นยังไม่มี TikTok เราก็เห็นอยู่คนเดียว คนอื่นอาจจะไม่ค่อยได้เห็น ค่าตอบแทนไม่มีนะครับ ทำฟรีหมดเลยเหรอ ด้วยใจ แต่มันก็สนุกดีครับ เวลาที่เราเห็นคนมาคอมเมนต์ของน้อง เข้าไปอ่านก็ตลกดี เหมือนที่น้องบอกว่าน้องชอบนั่งอ่านคอมเมนต์ แล้วเอสก็ได้งานจากการสร้างคอนเทนต์เยอะมากเหมือนกันครับ ก็อยากให้น้องมาช่วยทำคอนเทนต์โปรโมตร้านเคนภูปังให้บ้าง (หัวเราะ) อยากให้ไอเดียบรรเจิดเหมือนตอนที่ทำเล่นเอง”
บอกตัดสินใจเปิดร้านติดกับ “เสนาหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค” แต่อีกฝ่ายกลับจะปิดตัวลงซะแล้ว
“ก็เป็นสแตนด์อโลน ร้านสาขาแรกในกรุงเทพฯ ครับ ก็ตั้งใจปรับเคนภูปังให้มันมีความเทก อะเวย์มากขึ้น ก็คือเราจะมาทำขนมไข่แบบหลากหลายรสชาติมากขึ้น แล้วก็คนซื้อได้เร็วขึ้น แล้วก็เทิร์นไวขึ้น แต่สแตนด์อโลนลงทุนไม่ได้เยอะมากครับ เพราะว่าของเราพวกอุปกรณ์เรามีอยู่แล้ว ก็อยู่ติดกับร้านพี่หอยครับ
แต่ร้านพี่หอยจะปิดแล้วใช่ไหม เดี๋ยวผมกลับไปดูว่าปิดไหม ผมไม่รู้เหมือนกัน แต่มันเป็นแถวบ้านผมอยู่แล้วครับ แล้วผมก็อยู่แถวนี้มาสักพักนึง ก็รู้สึกว่าแถวนี้ร้านอาหารเยอะ แล้วก็พฤติกรรมของลูกค้าเขาก็จะจอดรถทานกันค่อนข้างเยอะ”
บอกค่าวัตถุดิบกับเศรษฐกิจมีผลกระทบมาก
“ไม่นานเลยครับ เพราะว่าเราอยู่แถวนั้นอยู่แล้ว เรารู้ทราฟฟิกคนแถวนั้นอยู่แล้วครับ แล้วพวกเราก็ตั้งใจปรับให้มันเป็นเทกอะเวย์ด้วย ก็เป็นสาขาแรกที่เราปรับ แล้วก็เดี๋ยวค่อยว่ากัน ราคาวัตถุดิบกับเศรษฐกิจตอนนี้ สำหรับผมก็ยังไปได้นะครับ แต่ถ้ามันถูกกว่านี้ก็ดี (หัวเราะ) ค่าขนส่งหรืออะไรอย่างนี้ครับ
จริงๆ ผมคิดว่ายังไงมันก็ต้องทำ มันก็ต้องหาทางไป วัตถุดิบที่ต้องนำเข้าก็จะมีบางอย่าง แต่เรามีซัพพลายเออร์ที่เราทำงานกับเขามานานแล้ว ก็ค่อนข้างโอเคส่วนใหญ่น่าจะเป็นค่าขนส่งมากกว่าที่กระโดดเยอะนะครับ จริงๆ กระทบมันก็กระทบแหละ แต่เราก็ยังพยายามคุมคอร์สของเราให้ดี”
บอกไม่ได้ปลูกทุเรียนตามเทรนด์ แต่ปลูกเพราะความชอบ
“จริงๆ พูดยากนะ เพราะว่าเรายังไม่ได้ถึงจุดที่เราได้ขายไง แล้วเราก็ยังไม่ถึงโพรเซสตรงนั้น เรายังค่อยๆ ปลูกอยู่ เราก็เลยไม่ได้รู้ว่าจริงๆ แล้วผลกระทบเป็นยังไงบ้าง ทุเรียนลูกละร้อยก็ต้องดูว่าลูกนั้นเป็นลูกแบบไหนด้วยครับ แต่ถ้าเป็นลูก 1 กิโล 1.5 กิโล ผมก็คิดว่าก็โอเคนะ
ถามว่าทุเรียนดูแลยากไหม อันนี้ถ้าผมพูดในมุมของผมที่ยังไม่ได้เป็นทุเรียนติดลูกนะ ผมคิดว่าก็ดูแลยากประมาณหนึ่งครับ แต่ถ้าพวกพี่ๆ เจ้าของสวนที่เขาติดลูกแล้ว อันนั้นก็จะยากเพิ่มเลเวลขึ้นไปอีก สวนของผมก็น่าจะอีกสัก 3 ปีครึ่งครับ
คือต้องบอกก่อน ผมไม่ได้ปลูกเพราะว่าตามเทรนด์ คือผมชอบปลูกต้นไม้ ผมอยากมีสวนผลไม้ของตัวเองอยู่แล้ว แล้วก็ในส่วนนั้นผมก็ปลูกต้นไม้อย่างอื่นของผมด้วย คือผมทำเพราะผมชอบ ผมก็เลยทำไปเรื่อยๆ คือธุรกิจก็มองแหละ แต่แค่เราไม่ได้โฟกัสมากขนาดนั้น เราสโลว์ๆ ไลฟ์ได้ เพราะว่าเหมือนเราก็ชิลๆ ของเราไปก่อน”
บอกถ้าทุเรียนดี ขายยังไงก็รวย
“ถ้าทำได้คุณภาพดี แล้วก็แบรนด์ดี แบรนด์ที่แข็งแรง ผมว่ารวย ทุกอย่างถ้าคุณภาพดี แล้วก็แบรนด์คุณแข็งแรง ยังไงคุณก็รวย การวางแผนคือทำทุเรียนให้รอด เลี้ยงให้รอดทำผลผลิตให้ได้ ผมคิดว่าก็น่าจะพอที่จะรอด เพราะเราน่าจะขายเองได้บางส่วน แล้วก็ขายส่งบางส่วน แล้วก็เราไม่ได้ทำสวนใหญ่มากครับ มันน่าจะพอที่จะระบายๆ ได้
ถ้าบอกว่ายังไงทุเรียนราคาก็ไม่ตก ผมว่าตกยากเหมือนกัน เพราะว่าต้นทุนสูง ก็ถ้ามันตกมากๆ เขาก็คงไม่น่าจะทำลูกออกมาให้ทุกคนได้กิน เพราะมันก็ไม่คุ้ม ทำลูกออกมาถ้าราคาไม่ดีขาดทุน ต้นโทรม ก็ไม่รู้จะทำทำไม ก็ปล่อยให้มันโตต่อไปอีกปีนึง ต้นไม้ก็ไม่โทรมด้วย ก็เลี้ยงไป ไม่ต้องเร่งมัน มันคงไม่ลงมาต่ำมาก เพราะว่าต้นทุนมันสูงมากครับ”


