“ดวงดาว จารุจินดา” คัมแบ็กช่อง 7 น้ำตาซึมซึ้งบุญคุณบ้านเก่า เปิดใจชีวิตจริงไม่รวยอย่างที่คิด ต้องไลฟ์ขายของหาเงินเพิ่มในวัย 74 ประกาศชัดขอทำงานจนกว่าจะทำไม่ไหว
แฟนละครช่อง 7 เฮเลยทีเดียว หลังจากที่นักแสดงระดับตำนาน “ดวงดาว จารุจินดา” คัมแบ็กกลับมาร่วมงานกับบ้านหลังเก่าอีกครั้งในซีรีส์เรื่องใหม่ “อันเนื่องมาจาก” เจ้าตัวเผยพอได้เห็นบรรยากาศเก่าๆ ถึงกับน้ำตาซึม เพราะช่อง 7 ทำให้มีทุกอย่างในวันนี้จริงๆ
“ไม่ได้มาทำงานช่อง 7 นานมาก ครั้งสุดท้ายที่มาพากย์ก็คือในช่วงโควิด ตอนนั้นก็ยังมีหนังพากย์อยู่นะคะ แต่ช่วงโควิด การพากย์หนังเขาจะให้พากย์คนเดียว เพราะกลัวมีปัญหาเรื่องติดกัน แล้วก็เลยคุยกับหัวหน้าว่า มันไม่สนุก เพราะว่าเวลาเราพากย์ เราจะได้มารวมกลุ่มกัน แล้วก็จะได้คุยกัน ทุกข์สุขก็แบ่งปันกัน แต่พอเขาให้พากย์คนเดียว ก็เลยบอกหัวหน้าว่าเราขอบายล่ะ เพราะมันก็เยอะแล้ว เราพากย์มาจนอายุ 60 กว่า หลังจากนั้นก็เลยไม่ได้มาช่อง 7 นาน วันนี้พอขับรถเข้ามาก็มาไหว้พระพิฆเนศ มาไหว้ที่ศาล ขอบคุณ บอกกล่าวท่านว่าเราและครอบครัวเรา ไม่ว่าจะลูกเรา ไม่ว่าจะสามีเรา ทุกคนล้วนเติบโต แล้วก็ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เรามีอาชีพเราสามารถที่จะเลี้ยงดูครอบครัว เราสามารถจะมีเงินไปผ่อนบ้าน ใช้ชีวิตโน่นนี่นั่น ก็มาจากบ้านหลังนี้ ก็ขอบคุณที่วันนี้ได้มีโอกาสเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง
ใครๆ ที่ติดตามแล้วก็บอกว่า เมื่อไหร่ดวงดาวจะได้กลับมาเล่นละครช่อง 7 สักที เราก็ได้แต่บอกว่าดูละครย้อนหลังไปก่อน แล้วก็ติดตามฟ้ามีตาได้ ก็รีรันอยู่ ทุกคนคิดว่าละครฟ้ามีตาเป็นตอนใหม่หมด จริงๆ ไม่ใช่ รีรัน ทุกวันเสาร์ และจริงๆ แล้วฟ้ามีตาไม่ว่าจะดูเมื่อไหร่ ทุกตอนล้วนไม่มีคำว่าตกยุค ในเหตุการณ์ที่ฟ้ามีตาเขาเล่าเพราะฉะนั้นในการเอามารีรัน คนจะไม่รู้สึกเลยว่าเรื่องมันเก่าหรือเชยหรือไม่ทันยุค เพราะว่ามันมีเหตุการณ์ที่สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นก็ติดตามฟ้ามีตาได้ตลอดไป ตราบใดที่ช่อง 7 ยังเอาฟ้ามีตามารีรันนะคะ ก็จะเจอหน้าดวงดาว จารุจินดา แต่ว่าในละครเรื่องนี้ก็จะอยู่ในบทบาทของตัวละครอันนี้ ก็ฝากละครเรื่องนี้ด้วยค่ะ”
เผยตอนนี้มาทำอีกอาชีพนึงคือไลฟ์ขายของทางช่องติ๊กต๊อก
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้น เพราะเอาจริงๆ นะ จำบทมากกว่า เพราะว่าเราต้องท่องบท แล้วตอนนี้ยังรับงานแสดงละครอยู่นะคะ ก็จะเห็นได้ แฟนๆ ช่อง 7 อาจจะไม่ได้เห็นหน้าละครใหม่ทางช่อง 7 แต่ว่ามีงานทางช่องอื่น แต่ว่ากิจกรรมหลักของดวงดาวติดตามได้เลย ติ๊กต๊อกชื่อข้าวปั้นดาว ดวงดาว จารุจินดา ไลฟ์ทุกวัน คือถ้าหากวันไหนที่ไม่ได้ถ่ายละคร ก็จะเจอได้ที่ช่องติ๊กต๊อก ติดตามได้เลย แล้วก็ไปดูได้เลย ก็จะเจอกันในไลฟ์ตลอดเวลา อันนั้นคือเรียกได้ว่าไม่ได้ห่างหายไปไหน เพียงแต่ว่ามีอีกหนึ่งอาชีพ ซึ่งทำแล้วมันมีความสุขมาก เพราะว่าเวลาที่เราไลฟ์ก็จะมีลูกๆ หลานๆ เข้ามาพิมพ์ คุณย่าขา หนูดูคุณย่าตั้งแต่หนูอยู่ประถม ตอนนี้หนูอยู่มหาวิทยาลัยแล้วค่ะ หนูติดตามมาตั้งแต่ประถม แล้วมันรู้สึกดี เหมือนได้ตอบโต้นะ แล้วก็รู้สึกตัวเองก็ยังทำได้แล้วมีความสุขไง สนุกทุกอย่างที่ตัวเองทำ”
บอกจะไม่มีวันเกษียณ จนกว่าจะไม่มีงานทำ
“ไม่ จนกว่าจะทำไม่ไหว ตราบใดที่ยังทำงานได้ก็จะทำ เพราะว่าการทำงานมันมีความสุข และอีกอย่าง ทุกคนจะมองว่าดวงดาว จารุจินดารวย ไม่จริง ปฏิเสธ ค่าพากย์ ค่าตัวที่เล่นละคร ถ้าไม่หามาเพิ่ม มันก็จะบ๊ายบาย เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็ต้องหามาเพิ่ม เราก็แค่นักแสดงตัวแม่ ตัวย่า ตัวยาย แล้วก็ตัวเล็กๆ รายได้ก็เล็กๆเพราะฉะนั้นก็ขอแก้ข่าวนิดหนึ่ง ใครที่คิดว่าดวงดาว จารุจินดารวย ไม่จริง แต่โอกาสรวยมีอยู่ ถ้าทุกคนติดตามติ๊กต๊อกดวงดาว จารุจินดา และมาซื้อของที่ดวงดาว จารุจินดา ไลฟ์ขายเป็นประจำ ฝากไว้ในอ้อมใจด้วย อันนี้ก็เป็นจุดหนึ่งนะ 100 บาท 10 บาท 20 บาท จน 1,000 บาท ที่ทุกคนให้ ขอบคุณมากที่สุดของที่สุด แล้วทุกวันพุธก็จะเอาเงินที่ทุกคนที่เป็นลูกค้าของดวงดาว จารุจินดาที่มาซื้อของ แบ่งเงินส่วนหนึ่งไปทำบุญทุกวันพุธเสมอ แล้วก็จะอธิษฐานว่าขอให้ได้กลับผู้ดูแลกองบุญของข้าพเจ้า และทุกๆ คนที่เข้ามาซื้อของในข้าวปั้นดาว ดวงดาว จารุจินดา ฝากเอาไว้ในอ้อมใจด้วย มาอุดหนุนกันเยอะๆ นะคะ
ก็ยังไม่มีใครเข้าใจผิดถึงขั้นไม่กล้าจ้างนะคะ เขายังจ้างอยู่ เพราะเขารู้ว่าเราชอบทำงาน คือเราจะบอกทุกคนเสมอว่าชอบทำงาน และในคลิปที่เราลง จะเห็นว่าพร้อมเสมอ กายพร้อม ใจพร้อม เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจ้างไปแล้วจะเป็นภาระนะคะ ไม่ต้องกลัว พร้อมรบ บทยังจำได้ อาจจะมีลืมบ้าง ความหลังอาจจะจำไม่ได้ ขอเดินหน้าไปข้างหน้าเพื่อจำบทละคร กับจำที่เราจะต้องขายของว่าสรรพคุณหรือตัวที่เราใช้มีอะไรบ้าง อันนี้สำคัญ แล้วอะไรที่ติ๊กต๊อกห้ามพูด อันนี้ยิ่งสำคัญเข้าไปใหญ่ เพราะไม่งั้นเดี๋ยวช่องเราจะปลิวไป”
บอกเคล็ดลับการดูแลตัวเองในวัย 74
“สุขภาพร่างกายแข็งแรง กายใจ เพราะฉะนั้นอะไรที่เข้ามาแล้วมันไม่สบายใจ ปล่อยผ่าน ไม่ต้องไปยึดติด ไม่ต้องไปอะไร เราต้องทำตัวให้ปรับไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อะไรที่มันเข้ามาแล้วทำให้เรารู้สึกไม่มีความสุข ก็อย่าไปคิดมัน ปล่อยไป แล้วเราแก่ลงทุกวันนะ เพราะฉะนั้นทำยังไงให้ลูกหลานเข้าหาเรา ทำยังไงให้ใครเข้ามาใกล้เราแล้วรู้สึกมีความสุข ก็คือตัวเรานั่นแหละเป็นตัวกำหนด ปล่อยวาง ช่าง แล้วก็ยิ้ม เพราะว่าเราแต่ก่อนหน้าจะนิ่ง ตอนอยู่ช่อง 7 นะ เพราะเราเล่นเป็นตัวร้าย อย่างคุณวีรภาพ สุภาพไพบูลย์นี่ไม่เคยกินข้าวกับเราเลย กลัวมาก (หัวเราะ)
แต่ปัจจุบันเราก็พยายามยิ้ม คือยิ้มไว้ เพราะเวลาหน้านิ่งมันดูดุ ก็เลยพยายามยิ้มเอาไว้ตลอด แล้วก็พยายามชวนเด็กๆ คุย เขาจะได้เวลาเล่นกับเราแล้วก็ผ่อนคลาย แต่ปัจจุบันนี้ดีมากๆ เพราะเขามีการ Read through workshop ก็จะได้มาเจอกันก่อน เด็กๆ ก็จะได้มารู้จักตัวจริงว่าเฮ้ย ใจดี ไม่ได้ดุ แล้วก็จับมือไปด้วยกัน สู้ไปด้วยกัน เพราะละครเรื่องไหนก็ตามที่เราเล่น มันก็เหมือนลงเรือลำเดียวกัน แล้วเราช่วยกันพาย แล้วก็ไปถึงจุดหมายด้วยกัน”
เผยวัยนี้ก็ต้องมีเข้าโรงพยาบาลเสริมความงามบ้าง ที่สำคัญวิตามินอย่าให้ขาด
“เคล็ดลับก็คือ 1 ปัจจุบันนี้นะคะ ท่านผู้ชมคงจะทราบดีว่า ดวงดาวมีปัญหา เรื่องกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ตามันลงมาอย่างนี้เลย พอบ่ายปุ๊บตาลงมาอย่างนี้เลย ปัจจุบันได้รับการแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเรียบร้อยแล้วจากโรงพยาบาล กับอีกทีหนึ่ง ดูแลสุขภาพก็คือมื้อเช้าจะกินโปรตีนเป็นหลัก บอกเลยว่าให้ความสำคัญ วันพุธกับพฤหัสบดีจะไม่กินเนื้อสัตว์ ก็จะคุยกับคุณหมอ ปีหนึ่งก็ตรวจสุขภาพที คุณหมอก็จะแนะนำว่า อาดาวรู้ใช่ไหมคะว่าถ้าโปรตีนไม่ถึง อาดาวจะเพลีย จะง่วง เพราะฉะนั้นเราก็ต้องดูแลตัวนี้
ทุกคนรู้อยู่แล้วล่ะว่าวิธีการดูแลโปรตีนว่าโปรตีนน้ำหนักเท่านี้ โปรตีนเท่านี้ควรกินเท่าไหร่ แล้วก็อาหารเสริมต้องมีนะคะ ก็ของลูกนี่แหละค่ะ ไม่มีของตัวอื่น ทุกอย่างก็คืออะไรก็ตามที่ดวงดาวมาไลฟ์ขายในติ๊กต๊อกท่านผู้ชมเข้าไปดูได้เลย ใช้จริง กินจริง ถ้าไม่จริงไม่พูดก็จะเฉยๆ ก็ต้องพึ่งหมอบ้าง เราต้องมีทั้งครีมดีๆ เราต้องมีทั้งคุณหมอที่ดูแล อาดาวนี่จะทำอัลเทอร่า (นวัตกรรมยกกระชับผิวและลดเลือนริ้วรอยโดยไม่ต้องผ่าตัด) ทุกปี ปีละครั้ง ตอนนี้ก็มีโรงพยาบาลดูแลแล้ว ตึง แล้วก็มีครีมดีๆ ใช้”


