“ทนายพัฒน์” แจงเคส “ทราย สก๊อต” สามารถฟ้องร้องได้ อายุความ 20 ปี มองสถานการณ์ความได้เปรียบในเชิงกฎหมายระหว่าง “พาย สุนิษฐ์” และ ทราย อยู่ในสัดส่วนครึ่งๆ ลั่นกรณีแบบนี้ต้องรับฟังด้วยความระมัดระวังมากๆ ชาวเน็ตวิจารณ์โดนฟ้องได้เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ชี้ปัญหาการล่วงละเมิดในสังคมไทยมีเยอะ แต่ไม่ได้รับการถูกเปิดเผย ส่วนบ้านพันล้าน คุณแม่สามารถฟ้องร้องเอาคืนจากทรายได้
จากกรณีบาดหมางในครอบครัว ภิรมย์ภักดี ของทายาทรุ่นที่ 4 “พาย สุนิษฐ์ สก๊อต”ออกมาชี้แจงหลังจากที่น้องชาย “ทราย สิรณัฐ สก๊อต”ออกมาเปิดเผยว่าถูกพี่ชายข่มขืมในวัยเด็ก ด้านคุณแม่ฟ้องร้องตนเอามรดกที่คุณตามอบให้คือบ้านที่หัวหินมูลค่าพันล้านบาทคืน
ด้าน พาย ก็ได้ออกมาชี้แจงชัดเจนในทุกข้อสงสัยว่าไม่เคยข่มขืนน้องชายตัวเอง ครอบครัวไม่ได้อิกนอร์น้องแต่ติดต่อน้องไม่ได้ รวมถึงบ้านหัวหินพันล้านเป็นชื่อคุณแม่ และคุณแม่แบ่งให้ลูกทั้งสองคน ซึ่งทรายก็ตอบโต้กลับด้วยการนำคลิปสนทนากับพี่ชายตัวเองมาลง พูดคุยกันถึงปัญหาที่เคยถูกพี่ชายบังคับให้อมอวัยวะเพศ
เมื่อสอบถามเรื่องพวกนี้ไปยัง “ทนายพัฒน์ อนุสรณ์ อะสุระพงษ์” หรือ ทนายเมียหลวง ก็ได้ตอบเรื่องนี้ว่าหากเป็นดังเช่นทรายเล่าจริงๆ ทรายสามารถฟ้องร้องได้ เพราะการบังคับเอาอวัยวะเพศให้อม เท่ากับข่มขืนเเล้ว
“บังคับเอาอวัยวะเพศให้อม เท่ากับข่มขืนเเล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6323/2557 ,7469/2562(ป) อายุความคดีนี้ 20 ปี ถ้าตามข่าว 9-13 ปี ตอนนี้คุณทรายอายุ 30 ปี มันก้ำกึ่งมากเลย อันดับแรกต้องดูพยานหลักฐานในรูปคดีทั้งหมดก่อน ในส่วนของการล่วงละเมิดระยะเวลามันค่อนข้างนาน หลักฐานมันจะมีไหม หากมีน้อย การรับฟังพยานหลักฐานต้องรับฟังด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามีแค่คุณทรายปากเดียวแล้วศาลจะไม่ลงโทษ ถ้าฟังแล้วพยานหลักฐานของคุณทรายพอจะมีน้ำหนักก็ลงโทษได้เหมือนกัน เขาเรียกว่าพยานเดี่ยว
พยานผู้เสียหายในลักษณะข่มขืน หรือล่วงละเมิด พยานที่เป็นพยานคนนอกมันไม่ค่อยมีหรอก จะมีกันเฉพาะผู้เสียหายกับผู้กระทำความผิดเลย ศาลก็จะมาดูว่าผู้เสียหายโกรธเคืองกับผู้กระทำความผิดไหม ยิ่งถ้าเป็นคนในครอบครัว มีความรักกัน ถ้าไม่กระทำผิดจริงศาลก็คงมองว่าคงไม่ออกมาเล่าเรื่องราว ซึ่งมันจะเสียหายเป็นภาพรวม ศาลก็ค่อนข้างให้น้ำหนักเหมือนกัน
ในคดีอาญา ผู้เสียหายก็สามารถอ้างคลิปเสียงที่แอบบันทึกเป็นพยานหลักฐานได้ และถือว่าคลิปเสียงเป็นพยานหลักฐานได้เช่นกัน ส่วนจะมีน้ำหนักมากน้อยเพียงใด เป็นเรื่องที่ศาลจะพิจารณาอีกทีหนึ่ง ฎ.8575/2563”
คดีมรดก ในเคสนี้บ้านหัวหินพันล้าน ไม่ใช่ทรัพย์มรดก คุณแม่สามารถฟ้องร้องเอาคืนจากทรายได้
“ถ้าเรื่องมรดก บ้านเป็นทรัพย์สินของคุณตา แล้วท้ายโฉนดระบุชื่อคุณแม่ ที่ให้ลูกๆ มันไม่ใช่ทรัพย์มรดก ถ้าโฉนดที่เปิดออกมาตามข่าวมันเป็นเรื่องของแม่ให้กับลูกๆ ทั้งสองคน ดังนั้นมันไม่ใช่ทรัพย์มรดก หลักการคือแม่สามารถฟ้องร้องเอาคืนได้ไหม มันเป็นเรื่องของการให้ ก็สามารถฟ้องเอาคืนได้ ด้วยเหตุเนรคุณตามมาตรา 531 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์”
สถานการณ์ตอนนี้ความได้เปรียบในเชิงกฎหมายระหว่าง พาย และ ทราย อยู่ในสัดส่วนครึ่งๆ กรณีแบบนี้ต้องรับฟังด้วยความระมัดระวัง
“มันก็คงละครึ่งนะ ระยะเวลามันนาน มันต้องฟังด้วยความระมัดระวังจริงๆ ในส่วนของคุณพายก็อาจจะฟ้องเข้าข่ายลักษณะของการหมิ่นประมาทได้ ถ้าการออกมาพูดแล้วไม่ได้ระบุเจาะจงแต่ทำให้คนเข้าใจได้ว่าคือใคร ถ้าเขาสามารถพิสูจน์ได้ว่าคนทั่วไป บุคคลที่ 3 เข้าใจว่าเป็นคนนี้ ก็อาจจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทได้เหมือนกัน”
ในส่วนของชาวเน็ตที่เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ไม่สามารถกระทำได้เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
“ส่วนที่สังคมวิพากษณ์วิจาณ์ กรณีนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่ประโยชน์ต่อสาธารณะ มันไม่ได้รับการยกเว้นที่จะไปมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ได้ ประชาชนคนไหนที่ไปแชร์ ไปเพิ่มเติม หรือไปแชร์ที่เขาโพสต์ด่า วิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะจริงหรือไม่จริงก็ตามก็อาจจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทได้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องสาธารณะที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์ได้ มันเป็นเรื่องส่วนตัวในครอบครัวเขาจริงๆ ไม่ใช่เรื่องสาธารณะที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์ได้ มันไม่ใช่เรื่องการเมือง เรื่องถนนหนทางสาธารณะ อันนั้นวิจารณ์ได้ แต่เรื่องนี้วิจารณไม่ได้”
ชี้ปัญหาการล่วงละเมิดในสังคมไทยมีเยอะ แต่ไม่ได้รับการถูกเปิดเผย
“การล่วงเกิน ละเมิดกันในครอบครัว ยิ่งเกี่ยวกับเพศเกิดขึ้นค่อนข้างเยอะในสังคมไทย แต่เป็นมุมที่ไม่ค่อยได้เปิดเผย ก็ฝากผู้ปกครองช่วยสอดส่องบุตรหลานของท่านกระทำการอะไรที่ไม่เหมาะสมด้วย มีการสั่งสอนกัน พี่กับน้อง พี่กับน้องต่างเพศ ลูกพี่ลูกน้อง ญาติ ระยะห่างของบุคคลในครอบครัว ควรจะปลูกฝังกัน และคอยเฝ้าระมัดระวังกัน ไม่ควรเห็นดีเห็นงาม
เรื่องแบบนี้มีเข้ามาปรึกษาเยอะ บางคนฝังใจไปจนวันตายเลยก็มี หลอน ต้องอยู่ในความทุกข์ลักษณะแบบนี้ ดังนั้นผู้ปกครองควรจะสอดส่องบุตรหลานให้มากๆ ฝากเป็นห่วงในเรื่องนี้ เคสแบบนี้มีเยอะมาก เพียงแต่ไม่มีการตีข่าว สังคมอาจจะไม่รับรู้ เหมือนผู้ใหญ่เองก็พยายามปกปิดกันด้วย แนะนำให้สอดส่องดูแลอย่าให้มันเกิดขึ้นตั้งแต่แรกดีกว่า”


